15 เมษายน 2021

3 บลจ. แนะกลยุทธ์ การลงทุนปีหน้า  ‘รีท-อินฟราฟันด์’  มาแรงยีลด์ 4-5%

20 Oct 2019 06:29 น.
อ่าน 1,276 ครั้ง

3 บลจ. แนะกลยุทธ์ การลงทุนปีหน้า  ‘รีท-อินฟราฟันด์’  มาแรงยีลด์ 4-5%

บลจ.เปิดกลยุทธ์ลงทุนหนีดอกเบี้ยตํ่า แนะกระจายลงทุนทั้งใน-ตปท. และสิน ทรัพย์ที่มีกระแสเงินสดรับคงที่รีท อสังหาฯ- อินฟราฟันด์ยังน่าสนผลตอบแทน 4-5% คาดดอกเบี้ยไทยมีโอกาสปรับลงอีก สะท้อนเศรษฐกิจที่เติบโตลดลง

งานสัมมนาSCB INVESTMENT FORUM 2019” หัวข้อจับทิศทางวางกลยุทธ์การลงทุน 2020” ผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ได้ให้มุมมองเศรษฐกิจและการลงทุนปี 2563 ในทิศทางสอดคล้องว่าการเศรษฐกิจโลกจะโตในอัตราชะลอลง ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ปรับลงอยู่ในระดับต่ำ 0% หรือใกล้เคียง โดยการลงทุนในกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ยังเป็นทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนสูงถึง 4-5%

นายณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า 3 สิ่งที่จะเกิดขึ้นแน่นอนในปีหน้าคือ เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มเติบโตในอัตราน้อยลง ดอกเบี้ยธนาคารกลางทรงหรือลดลงและการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะมีขึ้นในช่วงปลายปีหน้า ซึ่ง 3 สิ่งเป็นปัจจัยระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ดีการที่ดอกเบี้ยมีแนวโน้มลดลง ทำให้สินทรัพย์ที่มีกระแสเงินสดรับคงที่ ไม่ว่าจะเป็นค่าเช่า หรือกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (Reit) กองทุนอสังหาริมทรัพย์ (PFUND) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) จะเป็นทางเลือกที่มีความนิยมสูงทั่วโลก อย่างรีทในสิงคโปร์ก็ปรับขึ้นมา 10-20%

3 บลจ. แนะกลยุทธ์ การลงทุนปีหน้า  ‘รีท-อินฟราฟันด์’  มาแรงยีลด์ 4-5%

3 บลจ. แนะกลยุทธ์ การลงทุนปีหน้า  ‘รีท-อินฟราฟันด์’  มาแรงยีลด์ 4-5%“เชื่อว่าปีหน้าไม่มีมหันตภัยรออยู่ เพียงแต่เศรษฐกิจจะโตช้า และสินทรัพย์ทางเลือกกลุ่มรีทยังจะได้รับความนิยมต่อไป ขณะที่ตราสารหนี้ระยะยาว ยังมีความเสี่ยงเพราะผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาว 10 ปีของไทยอยู่ที่ 1.5% ต้องรอไปจนกว่าผลตอบแทนของตลาดจะลดลง จึงมีกำไร

นายณรงค์ศักดิ์ ยังมองว่าการลงทุนในตลาดหุ้นปีหน้า แรงกดดันจากประเด็นสงครามการค้าจะลดลง เพราะประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ คงต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ชนะการเลือกตั้ง และเฟดเองอาจจะลดดอกเบี้ยลงได้อีก 2-3 ครั้งในปีหน้า ขณะที่ตลาดหุ้นไทย พี/อีที่ 14.5-15 เท่าถือว่ายังไม่แพง แต่ต้องไปดูว่าหุ้นหรือกองทุนไหนที่ตอบโจทย์



นายยุทธพล ลาภละมูล กรรมการผู้จัดการ บลจ.ภัทร จก. กล่าวว่า การลงทุนในปีหน้า อยากให้ทำใจให้ได้ก่อว่าสิ่งที่เคยคาดหวังในอดีต ภาพวันนี้อาจไม่ใช่ การหวังจะได้ผลตอบแทนสูง จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จึงอยากให้นักลงทุนติดตามสภาพตลาด เรียนรู้โปรดักต์เครื่องมือทางการเงินใหม่ๆ และกระจายการลงทุนให้มากขึ้น ซึ่งรีท อินฟราฟันด์ ถือเป็นสินทรัพย์ทางเลือกที่น่าสนใจ รวมถึงการลงทุนในกองทุนรวมที่มีการจัดพอร์ตลงทุนในหลายสินทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ

ต้องระมัดระวังความเสี่ยงในเรื่องการลงทุน แต่เชื่อว่าโดยรวมปีหน้าจะไม่มีเรื่องช็อกเกิดขึ้นให้กังวล

นางสุภาพร ลีนะบรรจง ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มการลงทุน บลจ.กรุงศรี จก. กล่าวว่า แม้จะมีผลกระทบจากปัจจัยสงครามการค้าจนทำให้กลัวกัน แต่หากมองตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบัน ราคาสินทรัพย์ยังปรับขึ้น ไม่ว่าจะเป็นดัชนีหุ้นเอสแอนด์พีปรับขึ้น 15-20%, ตลาดหุ้นจีนปรับขึ้นกว่า 30% ดัชนีหุ้นไทยปรับขึ้น 4-5% เพิ่งมาปรับตัวลงในครึ่งปีหลัง

กลยุทธ์การลงทุนในปีหน้า แนะให้มีการกระจายลงทุน โดยลงทุนแบบดีเฟนซีฟและแอกทีฟหรือการลงทุนเชิงรุกผสมกัน กระจายลงทุนทั้งในและต่างประเทศ โดยในสภาวะที่ดอกเบี้ยต่ำ ทรัพย์สินที่ให้ผลตอบแทนที่ดียังเป็นการลงทุนในหุ้น ส่วนการลงทุนในรีทและอินฟราฟันด์ยังน่าสนใจ


“รีทของไทยปรับขึ้นมาแล้วร่วม 50% คือ ปีนี้ 30% ปีที่แล้ว 20% แต่ยังมีรูม เพราะยังมีส่วนต่างสูงกว่าดอกเบี้ยฝาก 3.5- 4.0% ประกอบกับดอกเบี้ยที่เป็นขาลง โดยคาดว่าดอกเบี้ยนโยบายของไทยช่วง 12 เดือนยังลงได้อีก 2-3 ครั้งตามดอกเบี้ยเฟด จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.5% ทำให้การลงทุนในรีท ยังมีความน่าสนใจอยู่ เดิมให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 6-7% ปีหน้าคาดจะปรับลงมาอยู่ที่ 4-5% แต่ทั้งนี้ต้องดูปัจจัยแวดล้อมประกอบ และต้องพร้อมที่แตะเบรกหากดอกเบี้ยเปลี่ยนทิศ เพราะอาจกระทบได้ จึงต้องลงทุนด้วยความระมัดระวัง

ด้านนายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBS) ประเมินว่าดัชนีหุ้นไทยสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 1700 จุด และวางเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปี 2563 อยู่ที่ 1800 จุด โดยปัจจุบันภาพรวมการลงทุนยังต้องติดตามสถานการณ์ตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน รวมถึงท่าทีผ่อนคลายนโยบายการเงินของธนาคารกลางทั่วโลก โดยประเมินว่าปี 2563 แม้ความเสี่ยงขนาดใหญ่ยังคงมีอยู่ แต่คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เล็กน้อย และผลประกอบการภาคธุรกิจจะฟื้นตัวในไตรมาสแรก ปี 2563 เพราะการส่งออกที่ฟื้นตัวดีขึ้น การใช้จ่ายภายในประเทศ และการลงทุนภาครัฐและภาคเอกชนที่เร่งตัวขึ้น

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,515 วันที่ 20-23 ตุลาคม 2562

                       3 บลจ. แนะกลยุทธ์ การลงทุนปีหน้า  ‘รีท-อินฟราฟันด์’  มาแรงยีลด์ 4-5%

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend