22 ตุลาคม 2019

“สมคิด”จี้ ปตท.ลงทุน ช่วงเงินบาทแข็ง

10 Oct 2019
อ่าน 572 ครั้ง

 “ปตท.รับลูก”สมคิด” ช่วงเงินบาทแข็งค่า เร่งลงทุนในไตรมาส 4 ปีนี้ 3 หมื่นล้านบาท  พร้อมเตรียมเสนอบอร์ด ธ.ค.นี้ ไฟเขียวงบลงทุนปี 63 อีก 1 แสนล้านบาท

 

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายให้บริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)ว่า ได้สั่งการให้ ปตท.เร่งลงทุนในช่วงที่เงินบาทแข็งค่า เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศขับเคลื่อนได้ในช่วงที่เศรษฐกิจโลกตกต่ำ เนื่องจากการลงทุนโครงการใหม่ๆ จะช่วยลดเงินลงทุนได้ หากนักธุรกิจช่วยกันลงทุนช่วงนี้จะมีส่วนช่วยให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงได้ ปตท.ถือเป็นตัวอย่างที่ดี ที่ตั้งเป้าหมายลงทุนช่วงไตรมาส 4 ปี 2562 ไว้ 3 หมื่นล้านบาท และในปี 2563 ตั้งงบลงทุนไว้ประมาณ 1 แสนล้านบาท

 

“ขณะนี้ทุกประเทศในโลกกำลังลำบาก ไม่ใช่แค่ไทย แต่พื้นฐานเราแข็งแรง ดังนั้นอย่าท้อแท้ เสียกำลังใจ แม้บาทจะแข็งค่าแต่ยังมีเงินไหลเข้าไทย ดังนั้นขอให้ช่วยกันลงทุนในช่วงนี้ ถ้าสั่งซื้อสินค้าเราก็ได้กำไร อย่าคิดว่าช่วงวิกฤติเราจะแย่ แต่ถือเป็นโอกาสที่เราต้องสู้”


นอกจากนี้ ได้เสนอให้ ปตท.ขยายร้านคาเฟ่อเมซอนลงสู่พื้นที่ชุมชนมากขึ้น นอกเหนือจากตั้งในสถานีบริการน้ำมัน เพื่อช่วยพัฒนาสินค้าชุมชน นำสินค้าชุมชนที่ได้รับคัดเลือกแล้วมาจำหน่ายในอเมซอนด้วย ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้ให้กับชุมชน ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการประชาชรัฐสร้างไทย ของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาชุมชน เกษตรกร และการท่องเที่ยวเข้มแข็งขึ้น

 

ส่วนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ของบริษัท บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (OR) ได้มอบนโยบายให้เป็นปั๊มน้ำมันที่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมได้ โดยสามารถจับจองพื้นที่สำหรับวางจำหน่ายสินค้าของวิสาหกิจชุมชน  ซึ่งได้ให้ ปตท.ไปหารือว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

 

พร้อมกันนี้ ปตท.ยังเป็นบริษัทที่มีส่วนช่วยสร้างบุคลากรที่มีประสิทธิภาพให้กับประเทศไทย ดังนั้นต้องการให้ ปตท.สร้างสถาบันผลิตบุคลากรตามนโยบายของรัฐ เป็นไปตามทิศทางของประเทศในอนาคต ซึ่งมีความรู้เฉพาะด้าน โดยธุรกิจอเมซอนสามารถรองรับบุคลากรด้านบริการได้จำนวนมาก จะช่วยให้เกิดการจ้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้มากขึ้น


ส่วนโครงการจัดทำปุ๋ยสั่งตัด (ปุ๋ยเคมีแบบที่ผลิตตามชนิดดิน) ที่รัฐบาลมอบหมายให้ ปตท.มาช่วยดำเนินการผลิตและจำหน่ายให้กับเกษตรกรในราคาต้นทุนนั้น ปตท.รายงานว่าจะร่วมมือกับธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) วางระบบสั่งแม่ปุ๋ยเข้ามาผลิตเป็นปุ๋ยสั่งตัดเพื่อจำหน่ายให้เกษตรกรในต้นทุนต่ำ ได้ประมาณปี 2563

 

“ปตท.นับเป็นองค์กรที่มีวิสัยทัศน์ใหม่ ที่เน้นเติบโตไปพร้อมกับสังคมและประเทศไทย ธุรกิจปตท.จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ ดูแลสังคมและช่วยแก้ปัญหาความยาก แตกต่างจากหลายธุรกิจ ตั้งแต่ธุรกิจต้นน้ำ ของ ปตท. จะเน้นสร้างไทยให้เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมปิโตรเคมีในภูมิภาคอาเซียน ขณะธุรกิจปลายน้ำของ ปตท.เน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น”


นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ในเดือนธ.ค.2562 นี้ คณะกรรมการ(บอร์ด) ปตท.จะพิจารณางบลงทุนของปี 2563 วงเงินเกือบ 1 แสนล้านบาท ที่จะนำไปใช้ในโครงการขยายสถานีรับส่งก๊าซแอลเอ็นจี เฟส 2 ,โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดเฟส3,โครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซีไอ) พื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง,โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 เป็นต้น

 

สำหรับการลงทุนในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2562 นี้ ปตท.ตั้งงบลงทุนได้ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในการเพิ่มทุนกับบริษัท  โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด(มหาชน) หรือGPSC ในการเข้าไปซื้อหุ้น บริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (GLOW) 1.7 หมื่นล้านบาท , ใช้ในโครงการ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติเส้นที่ 5 จำนวน 3,000 ล้านบาท ,การซ่อมท่อก๊าซฯเส้นที่ 1 จำนวน 1,000 ล้านบาท ,โครงการ ท่อส่งก๊าซธรรมชาติบนบก จากสถานีควบคุมความดันก๊าซฯ ราชบุรี-วังน้อยที่ 6 (RA6) ไปยังจังหวัดราชบุรี 645 ล้านบาทต่อปี ,โครงการเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) พื้นที่วังจันทร์วัลเลย์ จ.ระยอง 400 ล้านบาท และอื่นๆ 4,000 ล้านบาท

 

สำหรับนโยบายที่รัฐบาลต้องการให้ ปตท.ร่วมมือในโครงการประชารัฐสร้างไทยนั้น ปัจจุบัน ปตท.มี 107 ปั๊ม ที่เข้าร่วมโครงการ "ตลาดไทยเด็ด" ที่นำสินค้าชุมชนเข้ามาจำหน่ายในปั๊มแล้ว โดยมีเป้าหมายทำให้ครบ 300 แห่งต่อไป จากปัจจุบัน ปตท.ปั๊มทั้งหมด 1,800 แห่ง และมีร้านอเมซอนประมาณ 2,000 แห่ง ดังนั้นหากสินค้าชุมชนใดโดดเด่น ปตท.อาจคัดเลือกให้นำไปจำหน่ายในปั๊มต่างๆ ของ ปตท.ที่มีทั้งในและต่างประเทศ

 

ส่วนแนวคิดของรัฐบาลที่ต้องการให้ ปตท.เข้าไปตั้งร้านอเมซอนในพื้นที่ชุมชนนั้น ปตท.จะนำไปศึกษาข้อมูลและวางรูปแบบร้านอเมซอนที่แตกต่างจากพื้นที่อื่น ซึ่งจะสร้างเป็นรูปแบบการแบ่งปันพื้นที่สำนักงาน( Co-Working Space )ให้กับชุมชน โดยสามารถนำสินค้าชุมชนมาวางจำหน่ายในอเมซอนได้

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij