22 ตุลาคม 2019

โลกระอุ! ตุรกีเปิดศึกภาคพื้นดินไล่ล่านักรบเคิร์ด

10 Oct 2019
อ่าน 2448 ครั้ง

กองทัพตุรกีได้ส่งยานหุ้มเกราะ รถถัง และกองกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าสู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของซีเรียแล้ววันนี้ (10 ต.ค.) หลังเปิดฉากโจมตีด้วยเครื่องบินรบ F-16 ไปก่อนหน้านั้น เป้าหมายเพื่อกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายตามชายแดนทางใต้ของตุรกี และยึดพื้นที่ดังกล่าวในซีเรียคืนจากกลุ่มนักรบชาวเคิร์ด (YPG)

นายเรเซป ตอยยิบ เออร์โดกัน ประธานาธิบดีตุรกี ได้ประกาศผ่านทางทวิตเตอร์ว่า กองทัพตุรกีจะเริ่มปฏิบัติการ รหัส "Peace Spring" และมีเป้าหมายที่กลุ่มรัฐอิสลาม (IS)

 

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซีย อิหร่าน และชาติยุโรปบางประเทศ ได้เรียกร้องให้ตุรกีใช้ความอดทนอดกลั้น และยุติการใช้ปฏิบัติการทางทหารทางตอนเหนือของซีเรีย ด้วยความกังวลว่าจะเกิดความวุ่นวายในซีเรียขึ้นอีกครั้ง ซึ่งอาจนำไปสู่การทำให้กลุ่ม IS เข้มแข็งขึ้นมาอีก และผลักดันชาวเคิร์ดเข้าสู่เงื้อมมือของประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย

 


ปฏิบัติการดังกล่าวของตุรกีมีขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกากล่าวว่า กองทัพสหรัฐจะไม่ขัดขวางหากกองทัพตุรกีเคลื่อนทัพเข้าสู่ซีเรีย ซึ่งเรื่องนี้ ทำให้นายไมค์ ปอมเปโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ต้องออกมาแก้ต่างในภายหลังว่า สหรัฐฯไม่ได้ส่งสัญญาณไฟเขียวให้ตุรกีโจมตีกลุ่มนักรบชาวเคิร์ดแต่อย่างใด

ประธานาธิบดีทรัมป์ยัน สหรัฐฯไม่ได้ให้ไฟเขียวตุรกีบุกซีเรียแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ตุรกีได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ดทางตอนเหนือของซีเรียเมื่อวันที่ 9 ต.ค. โดยมีการโจมตีทางอากาศต่อเมืองราส อัล บิน ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนของตุรกี ด้วยเหตุผลว่า ต้องการกวาดล้างกลุ่มก่อการร้ายตามชายแดนทางใต้ของตุรกี อย่างไรก็ดี กองกำลังประชาธิปไตยแห่งซีเรีย (SDF) ซึ่งนำโดยกลุ่มติดอาวุธชาวเคิร์ด แถลงว่า เครื่องบินรบของตุรกีได้โจมตีบริเวณที่อยู่อาศัยของพลเรือน ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกต่อประชาชน

 

ภาวะสงครามและการใชกำลังทางทหารส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบซื้อขายล่วงหน้าเวสต์ เท็กซัส (WTI) พุ่งขึ้นกว่า 1% โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนพ.ย. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาด NYMEX เพิ่มขึ้น 84 เซนต์ หรือ 1.6% สู่ระดับ 53.47 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของราคาน้ำมันถูกจำกัดด้วยข่าวจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (EIA) ที่เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯเพิ่มขึ้น 2.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกัน

 


วุฒิสภามะกันเคลื่อนไหวเตรียมคว่ำบาตร

นายลินซีย์ เกรแฮม สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า เขาเตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรตุรกีแล้ว เพื่อตอบโต้ต่อการที่ตุรกีเริ่มปฏิบัติการทางทหารโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ดทางตอนเหนือของประเทศซีเรีย ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกองทัพของตุรกี

 

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับกรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯอาจใช้อำนาจวีโต้ หรือคัดค้านมติของวุฒิสภานั้น เขากล่าวว่า วุฒิสภามีเสียงสนับสนุนเพียงพอที่จะคว่ำการวีโต้จากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้ นอกจากนี้ เขายังวิพากษ์การตัดสินใจของประธานาธิบดีทรัมป์ที่สั่งถอนกำลังทหารสหรัฐฯออกจากซีเรีย นับเป็นการเปิดทางให้ตุรกีเข้าโจมตีฐานที่มั่นของชาวเคิร์ด ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯในการต่อสู้กับกลุ่มรัฐอิสลาม (IS)

 

ด้านนายคริส แวน โฮลเลน สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯอีกรายหนึ่ง กล่าวว่า พรรคเดโมแครตและรีพับลิกันจะร่วมกันร่างกฎหมายคว่ำบาตรตุรกี

 

นานาชาติหวั่นภาวะสงครามยืดเยื้อกระทบพลเรือน  

ตุรกีเป็นประเทศสองทวีปที่มีดินแดนอยู่ทั้งในทวีปเอเชียและทวีปยุโรป พื้นที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเอเชียตะวันตก มีพื้นที่ส่วนน้อยในยุโรปตะวันออกเฉียงใต้  มีพรมแดนติดต่อกับ 8 ประเทศ คือ ซีเรีย อิรัก อิหร่าน อาร์มีเนีย อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย บัลแกเรีย และกรีซ

กระทรวงต่างประเทศคูเวตเปิดเผยว่า ปฎิบัติการทางทหารของตุรกีในซีเรียสร้างภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาค "การยกระดับทางทหารเพิ่มความเสี่ยงที่จะบั่นทอนโอกาสที่จะแก้ปัญหาทางการเมืองโดยประชาคมนานาชาติ หลังจากที่มีความก้าวหน้าอันเป็นรูปธรรมต่อการสร้างสันติภาพในซีเรีย" รัฐมนตรีต่างประเทศคูเวตระบุ

 

ขณะเดียวกัน แหล่งข่าวของกระทรวงได้เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดทนอดกลั้นและหลีกเลี่ยงการใช้ตัวเลือกทางการทหาร ซึ่งอาจทำให้ชาวซีเรียทุกข์ทรมานมากยิ่งขึ้น  นอกจากนี้ แหล่งข่าวยังได้กล่าวย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องตระหนักถึงความต้องการของชาวซีเรียและรักษาซึ่งอำนาจอธิปไตย ความเป็นอิสระ และบูรณภาพแห่งดินแดน

 

ด้านนาย ไฮโค มาส รัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนี ออกโรงเตือนตุรกีเช่นกันว่า การที่ตุรกีใช้ปฏิบัติการทางทหารโจมตีฐานที่มั่นของกองกำลังชาวเคิร์ดทางตอนเหนือของซีเรีย จะสร้างความไร้เสถียรภาพในซีเรีย และเสี่ยงที่จะทำให้กลุ่มรัฐอิสลาม (IS) มีความเข้มแข็งขึ้นมาใหม่  และการโจมตีของตุรกีจะนำไปสู่วิกฤตการณ์ด้านมนุษยธรรม รวมทั้งการหลั่งไหลของผู้อพยพ  “เราขอเรียกร้องให้ตุรกียุติปฏิบัติการดังกล่าว และดำเนินการด้านความมั่นคงโดยใช้แนวทางสันติ" รมว.ต่างประเทศเยอรมนี กล่าว


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij