19 ตุลาคม 2019

GMM Music เปิดสูตรสำเร็จ ‘โชว์บิซ’

11 Oct 2019
อ่าน 150 ครั้ง

“จีเอ็มเอ็ม มิวสิค” โชว์เหนือยอดจองบัตรหมดเกือบทุกงาน เผยยุทธศาสตร์ความแม่นยำนำไปสู่ความสำเร็จ ล่าสุดขยายฐานผู้ชมไปยังต่างจังหวัดจัด “เชียงใหญ่เฟส” เพิ่มรายได้

เข้าสู่ช่วงไตรมาส 4 เทศกาลแห่งความสนุกกำลังมาเยือนและเป็นตัวแปรสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจให้คนออกมาจับจ่าย และในช่วงที่ผ่านมากระแสคอนเสิร์ตK-POP ไม่มีทีท่าว่าลดลงแต่กลับยังคงได้รับความนิยมต่อเนื่องและมียอดขายตั๋ว Sold Out เกือบทั้งหมด ขณะที่โชว์บิซภายในประเทศก็มีจำนวนใกล้เคียงกับปีก่อนประมาณ 300 งาน แต่มีเพียงไม่กี่งานที่มียอด Sold Out แต่หนึ่งในนั้นมีกลุ่มผู้จัดรายเดิมเจ้าใหญ่อย่าง “จีเอ็มเอ็ม มิวสิค” ที่สามารถปูพรมการตลาดนำไปสู่การขายบัตร Sold Out ได้เกือบทั้งหมด และความสำเร็จนี้ไม่ได้เกิดจากโชคช่วย แต่มาจากการวางแผนล่วงหน้าไว้แล้ว


นายภาวิต จิตรกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับธุรกิจโชว์บิซของจีเอ็มเอ็ม มิวสิคในช่วงที่ผ่านมา เพราะเกือบทุกเฟสติวัลและคอนเสิร์ตค่อนข้างประสบความสำเร็จเกือบทั้งหมด ซึ่งความสำเร็จนี้เกิดจากที่บริษัททำการศึกษาข้อมูลด้านต่างๆ มาก่อนจะวางแผนจัดงานแต่ละครั้ง โดยยุทธศาสตร์ของจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่คือการวางแผนล่วงหน้า 3 ปีและให้ความสำคัญกับ 3 ด้านหลัก คือ 1.ความแม่นยำในเรื่องของ Branding, พฤติกรรมการซื้อบัตรของผู้ชม และเข้าใจ Segmentation ชัดเจน 2.การเปรียบเทียบคู่แข่ง วิเคราะห์จนเข้าใจ 3.สร้างทีมงาน หรือบุคลากรแต่ละด้านให้มีประสิทธิภาพ และมีความเชี่ยวชาญ

ภาวิต จิตรกร

“บริษัทเชื่อว่าการศึกษาข้อมูลจาก Data ประกอบกับการวางแผนด้านต่างๆ ที่แม่นยำจะทำให้การจัดงานโชว์บิซเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งปลายปีนี้บริษัทจะมีงานโชว์บิซจำนวน 3 งาน ได้แก่ Big Mountain, Genie Fest และ นั่งเล่น Music Festival ซึ่งทั้ง 3 เฟสติวัลขายบัตร Sold Out หมดแล้วในตอนนี้ ขณะเดียว กันบริษัทเชื่อว่าในยุคนี้เป็นยุคที่ต้องทำงานร่วมกัน และหากมีบริษัทที่สนใจร่วมงานกับจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ทางเราก็ยินดี”

โดยล่าสุดได้ร่วมมือระหว่าง จีเอ็มเอ็ม มิวสิค และ Zaap Party ที่ร่วมกันสร้างสรรค์เทศกาลดนตรีขึ้นมาใหม่ล่าสุด เชียงใหญ่เฟส ซึ่งงานนี้จะเป็นเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคเหนือที่จะจัดขึ้นที่เชียงใหม่ตลอด 2 วัน 2 คืนในวันเสาร์ที่ 23-24 พฤศจิกายนนี้

ขณะที่ในด้านภาพรวมของตลาดโชว์บิซและคอนเสิร์ตในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้สำรวจและเก็บข้อมูลงานอีเวนต์ในประเทศไทยทั้งหมดพบว่า ในปี 2561 มีจำนวน 340 งาน ขณะที่เดือนสิงหาคมปีนี้ยอดจัดงานอยู่ที่ 294 งาน ขณะที่ Scale การจัดงานเฟสติวัลปีนี้เทียบปีก่อนพบว่างานที่มี Scale งานระดับ L ที่มีผู้เข้าชมจำนวน 10,000 คนขึ้นไปลดลงจากปีก่อน จากเดิมเคยมีสัดส่วนในตลาดเฟสติวัล 26% แต่ปัจจุบันเหลืออยู่ 12% ขณะที่งานเฟสติวัล Scale งานระดับ M กลับเพิ่มขึ้นเป็น 29% จากเดิมในปีก่อนมีสัดส่วนในตลาดอยู่ที่ 15%


 

เช่นเดียวกับงานคอนเสิร์ต จากเดิมในปีก่อนที่งาน Scale ระดับ L มีสัดส่วนในตลาดคอนเสิร์ต 17% แต่ปีนี้ลดลงเหลือเพียงแค่ 11% ขณะที่งาน Scale ระดับ M กลับสวนทางเพิ่มขึ้น 29% จากเดิมในปีก่อนมีสัดส่วนเพียง 13% 

“การมี Branding และกลุ่ม Community ของตัวเองที่ชัดเจนจะทำให้ธุรกิจเฟสติวัลประสบความสำเร็จ ดังนั้นยุทธศาสตร์การจัดงานแต่ละครั้งต้องมีองค์ประกอบ 4 หลักสำคัญ คือ 1 .Big Data ผู้จัดงานต้องตรวจสอบข้อมูลต่อเนื่อง 2.Timeline การจัดงานและการขายตั๋ว 3.กลยุทธ์การสื่อสาร สื่อรูปแบบใดที่เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและมีประสิทธิภาพ 4. การวางจุดยืนของงาน และราคาตั๋วที่สัมพันธ์กัน” 

หน้า 32 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3512 ระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม 2562


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij