19 ตุลาคม 2019

จวกทรัมป์ยืมมือต่างชาติสกัดคู่แข่งทางการเมือง

07 Oct 2019
อ่าน 1052 ครั้ง

ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เรียกร้องให้รัฐบาลจีนดำเนินการสอบสวนนายโจ ไบเดน อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ (ยุครัฐบาลบารัก โอบามา) ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญทางการเมือง และนายฮันเตอร์ บุตรชายของนายไบเดน  ในข้อหาทุจริตคอร์รัปชัน หลังจากที่เขาได้เคยเรียกร้องต่อผู้นำของประเทศยูเครนให้สอบสวนนายไบเดนและบุตรชายของเขาซึ่งมีการทำธุรกิจในยูเครน ว่าอาจจะมีการใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบและการคอร์รัปชัน

โจ ไบเดน และฮันเตอร์ ไบเดน (บุตรชาย)

"จีนควรเริ่มการสอบสวนตระกูลไบเดน เพราะสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในจีนมีความเลวร้ายพอๆกับสิ่งที่ได้เกิดขึ้นในยูเครน" ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันก็มีรายงานข่าวว่า เขาได้สนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนเพื่อยืนยันว่า สหรัฐฯจะแยกแยะกรณีต้องการให้จีนตรวจสอบข่าวการคอร์รัปชันของนายโจ ไบเดน และบุตรชายของเขา ออกจากการเจรจาการค้ากับจีน "ทั้งสองเรื่องจะไม่เกี่ยวข้องกัน" ทรัมป์ตอบเมื่อนักข่าวถามว่า เขามีแนวโน้มที่จะรับเงื่อนไขในการเจรจาการค้ากับจีนได้ง่ายขึ้นหรือไม่หากจีนให้ความร่วมมือในการสอบสวนนายไบเดน

 


+ยื่นหมูยื่นแมว แต่บอกไม่เกี่ยวการเจรจา

ผู้นำสหรัฐฯยังได้แจ้งต่อประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนว่า สหรัฐฯจะไม่หยิบยกกรณีการเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงมาเป็นประเด็นในการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนด้วย แต่ได้หารือขอให้จีนตรวจสอบกรณีของนายไบเดน และนางเอลิซาเบท วอร์เรน จากพรรคเดโมแครต ซึ่งต่างก็เป็นคู่แข่งทางการเมืองของเขาในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในเดือนพ.ย.ปีหน้า (2563)

ปธน.ทรัมป์ต่อสายตรงปธน.สี จิ้นผิง ขอให้ช่วยตรวจสอบกรณีนายไบเดน

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ยังไม่ได้แสดงหลักฐานเกี่ยวกับการคอร์รัปชันที่เขากล่าวหานายไบเดนและบุตรชาย

 

ทางด้านนางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯจากพรรคเดโมแครต ได้ประกาศเริ่มกระบวนการไต่สวนอย่างเป็นทางการเมื่อเกือบ 2 สัปดาห์ที่แล้วเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ออกจากตำแหน่ง (กระบวนการอิมพีชเมนท์: impeachment) หลังจากมีรายงานว่า เขาได้พูดคุยทางโทรศัพท์กับนายโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เพื่อกดดันให้มีการสอบสวนนายไบเดน พฤติกรรมดังกล่าวถูกมองว่า เป็นการเปิดทางให้รัฐบาลต่างชาติเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งในสหรัฐฯซึ่งเป็นความผิดขั้นรุนแรง

 

ทั้งนี้ นายไบเดนเป็นหนึ่งในผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต และถือเป็นคู่แข่งคนสำคัญของประธานาธิบดีทรัมป์  นักวิเคราะห์เชื่อว่าหากทรัมป์ประสบความสำเร็จในการสกัดนายไบเดนออกจากการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ตัวเขาเองก็มีแนวโน้มสูงที่จะได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯอีกสมัย

 

ล่าสุด คณะกรรมการด้านการกำกับดูแลและการปฏิรูปของสภาผู้แทนราษฏรสหรัฐฯได้ออกหมายศาลเพื่อขอให้ทำเนียบขาวส่งมอบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการติดต่อระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กับยูเครน ซึ่งเป็นประเด็นของการสอบสวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีทรัมป์ โดยนายอีไลจาห์ คัมมิงส์ ประธานคณะกรรมการด้านการกำกับดูแลและการปฏิรูปฯ  นายอดัม ชิฟฟ์ ประธานคณะกรรมการข่าวกรอง และนายเอเลียต เอนเจิล ประธานคณะกรรมการฝ่ายกิจการต่างประเทศ ได้ส่งจดหมายถึงนายมิก มัลวานีย์ รักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาว เพื่อเรียกร้องให้นายมัลวานีย์ ส่งมอบเอกสารดังกล่าวภายในวันที่ 18 ต.ค.นี้

 


+กล่าวหากันไปมา ใช้หน้าที่หาผลประโยชน์ทางการเมือง

ด้านนายไบเดนได้เขียนบทความลงในหนังสือพิมพ์ เดอะ วอชิงตัน โพสต์ สื่อใหญ่ของสหรัฐฯเมื่อเร็วๆนี้ ว่า "คุณทำลายผมไม่ได้ และคุณทำลายครอบครัวผมไม่ได้" เขายืนยันว่า การที่ประธานาธิบดีทรัมป์ ร้องขอให้นานาประเทศให้ความร่วมมือในลักษณะที่เอื้อต่อผลประโยชน์ทางการเมืองนั้นเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ และทำให้ประธานาธิบดีทรัมป์ ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมในการเป็นประธานาธิบดีอีกต่อไป  บทความของนายไบเดนระบุว่า ทรัมป์ใช้อำนาจสูงสุดของประเทศนี้ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนตัว แทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อชาติ

 

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ ได้ออกมาแก้ต่างผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า การที่เขาต้องการตรวจสอบพ่อลูกตระกูลไบเดนนั้นไม่ได้มีขึ้นเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง แต่เป็นเพราะกังวลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน "ในฐานะประธานาธิบดี ผมมีหน้าที่ยุติการทุจริต แม้จะหมายความว่าผมต้องขอความช่วยเหลือจากประเทศหนึ่งหรือหลาย ๆ ประเทศ" และ "เหตุการณ์นี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือการหาเสียงทางการเมืองเพื่อต่อต้านพวกไบเดน แต่เกี่ยวกับการทุจริตต่างหาก"


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij