13 มิถุนายน 2021

เปิดปูมซีอีโอ“เวียตเจ็ท”  ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลเอเชีย

01 Oct 2019 14:32 น.
อ่าน 17,936 ครั้ง

เปิดปูมซีอีโอ“เวียตเจ็ท”  ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลเอเชีย

ฟอบส์ เอเชีย (Forbes Asia) เปิดเผยรายชื่อนักธุรกิจหญิงที่ทรงอิทธิพลสูงสุดในภูมิภาคของปีนี้ซึ่งประกอบด้วยสตรีที่ประสบความสำเร็จจำนวน25คนที่จะมีบทบาทสำคัญในการกำหนดสภาวะเศรษฐกิจของเอเชียในช่วง2-3ทศวรรษข้างหน้า หนึ่งในนั้นมีชื่อของ “เหวียน ถิ เฟือง เถา”เธอเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่ก่อตั้งและดำเนินธุรกิจสายการบินพาณิชย์สายการบินเวียตเจ็ท รวมอยู่ด้วย

เปิดปูมซีอีโอ“เวียตเจ็ท”  ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลเอเชีย

 

ทรัพย์สินมูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท

โดยความสำเร็จในธุรกิจเวียตเจ็ททำให้เธอกลายเป็นมหาเศรษฐีนีที่สร้างฐานะด้วยตนเองคนแรกของเวียดนามด้วยมูลค่าทรัพย์สินราว 2.5 พันล้านดอลลาร์(ราว75,000ล้านบาท)และยังเป็นสตรีผู้สร้างฐานะด้วยตนเองที่มั่งคั่งสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 

ปัจจุบันเวียตเจ็ทกำลังสั่งซื้อเครื่องบินเจ็ทลำใหม่เพื่อรับการเดินทางทางอากาศในภูมิภาคที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด ท่ามกลางภาวะการขาดแคลนนักบินและปัญหาสาธารณูปโภคพื้นฐานของเวียดนามที่ค่อนข้างเก่า 

เปิดปูมซีอีโอ“เวียตเจ็ท”  ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลเอเชีย

 

แต่ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินเวียตเจ็ทสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่าง ๆได้ ทำให้ในวันนี้ สายการบินเวียตเจ็ทซึ่งก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ.2007มีขนาดใหญ่กว่าสายการบินเจ้าถิ่นอย่างเวียดนามแอร์ไลน์เมื่อประเมินจากจำนวนผู้โดยสารสร้างการเติบโตโดยเฉพาะจากการนำเสนอบริการที่โดดเด่น 

“การจัดแสดงจากนางแบบในชุดบิกินีเดินแบบบนเที่ยวบินที่เดินทางสู่แหล่งท่องเที่ยวชายหาดในช่วงวันหยุดความโลดโผนในครั้งนั้นส่งผลให้สายการบินถูกปรับโดยรัฐบาล” 



 

 

 

 

แต่เวียตเจ็ทได้กลายเป็นกระแสข่าวโด่งดังไปทั่วโลกและแน่นอนบัตรโดยสารที่ขายดียิ่งขึ้นนับจากจุดเริ่มต้นที่มีเพียงเส้นทางบินภายในประเทศ เวียตเจ็ทค่อย ๆ ขยายธุรกิจจนมีเครื่องบินกว่า 80 ลำให้บริการสู่จุดหมายปลายทาง 120 แห่ง

เปิดปูมซีอีโอ“เวียตเจ็ท”  ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลเอเชีย

“กลยุทธ์ของเราคือการขยายเส้นทางบินสู่ตลาดระดับภูมิภาคภายในระยะทาง 2,500 กม.และทำให้เราสามารถสร้างฐานที่ครอบคลุมผู้บริโภคจำนวนครึ่งหนึ่งบนโลกใบนี้”  

อย่างไรก็ดีในปี 2017 เวียตเจ็ทได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นครโฮจิมินห์ด้วยมูลค่าการออกหุ้นที่ 1.4 พันล้านดอลลาร์ ในปีต่อมา เวียตเจ็ทให้บริการแก่ผู้โดยสารกว่า 23 ล้านคน คิดเป็น46% ของจำนวนผู้โดยสารเครื่องบินทั้งหมดของเวียดนาม

คาดผู้โดยสารทะลุ 30 ล้านคนปีนี้

แม้จะมีจำนวนผู้โดยสารเพียงครึ่งหนึ่งของสายการบินราคาประหยัดชั้นนำของภูมิภาคอย่างแอร์เอเชีย ซึ่งมีจำนวนผู้โดยสารเมื่อปีก่อนถึง 44 ล้านคน แต่เวียตเจ็ทก็มีอัตราการเติบโตที่สูงกว่าสายการบินยักษ์ใหญ่แห่งมาเลเซียรายนี้ 

รายรับของเวียตเจ็ทเพิ่มขึ้นถึง 27% ที่ 54 ล้านล้านดอง (2.3 พันล้านดอลลาร์) ในปี ค.ศ. 2018 ในขณะที่รายรับของแอร์เอเชียเพิ่มขึ้น 9% ที่ 10.6 พันล้านริงกิต (2.5 พันล้านดอลลาร์) และสำหรับปีนี้ เวียตเจ็ทคาดว่าจะเติบโตเร็วยิ่งขึ้นโดยคาดว่าจะให้บริการแก่ผู้โดยสารราว 30 ล้านคน เพิ่มขึ้น 30% จากปีที่ผ่านมา 

“เราตั้งเป้าหมายทางการตลาดของเวียตเจ็ทสู่การเป็นสายการบินระดับภูมิภาคและระดับสากลนับตั้งแต่เริ่มเปิดตัว”  ซีอีโอเวียตเจ็ทย้ำจุดยืน


 

 “ราคาต่ำ” กุญแจสู่ความสำเร็จ

สำหรับกุญแจสู่ความสำเร็จของเวียตเจ็ทคือการรักษาระดับราคาให้ต่ำด้วยการขนส่งผู้โดยสารคราวละมาก ๆ  เมื่อพิจารณาจากตัวชี้วัดประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมการบินอย่างปริมาณการผลิตด้านผู้โดยสาร (ASK) เวียตเจ็ทมีต้นทุนต่อหน่วยเพียง 2.3 เซนต์ เมื่อเปรียบเทียบกับแอร์เอเชียซึ่งอยู่ที่ 3.1 เซนต์ จะเห็นว่าเวียตเจ็ทมีการดำเนินงานที่คุ้มทุนกว่ามาก (ในขณะที่สายการบินในสหรัฐที่มีบริการเต็มรูปแบบจะอยู่ที่ 7 เซนต์) 


อย่างไรก็ดีเอเชียถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับการขยายธุรกิจของเวียตเจ็ท โดยสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ ไออาตา (International Air Transport Association: IATA)  ประเมินว่าอุปสงค์การเดินทางทางอากาศในเอเชียแปซิฟิก ซึ่งเป็นตลาดการเดินทางที่เติบโตเร็วที่สุดของโลก จะมีอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่าภายใน 2 ทศวรรษข้างหน้า โดยจะทำให้มีผู้โดยสารเดินทางเพิ่มขึ้นอีก 2.8 พันล้านคนต่อปี

 

เปิดปูมซีอีโอ“เวียตเจ็ท”  ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลเอเชีย

ซื้อเครื่องบินใหม่386 ลำ
 
ทั้งนี้อัตราการเดินทางในเวียดนามก็กำลังพุ่งสูงขึ้นเช่นกันเนื่องจากชนชั้นกลางในประเทศที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น โดยสนามบินต่าง ๆ ในประเทศต้องรองรับผู้โดยสารกว่า 106 ล้านคนในปี ค.ศ. 2018 เพิ่มขึ้น 13% จากปีก่อนหน้า ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงผู้โดยสารชาวต่างประเทศ 16 ล้านคนซึ่งเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า เมื่อคาดการณ์ถึงการเติบโตข้างหน้า เวียตเจ็ทจึงสั่งซื้อเครื่องบินลำใหม่จำนวน 386 ลำ โดย 200 ลำจากบริษัทโบอิ้งและอีก 186 ลำจากบริษัทแอร์บัส
 
การขยายธุรกิจอย่างดุเดือดของเวียตเจ็ทกำลังให้ผลตอบแทนอย่างงาม โดยหุ้นในตลาดแรกของบริษัทมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่านับตั้งแต่ปี ค.ศ. 2017 ด้วยมูลค่าตลาด 3 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นหุ้นรายใหญ่อันดับสองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากสิงคโปร์แอร์ไลน์ โดยเวียตเจ็ทกำลังเจรจากับพันธมิตรรายอื่น ๆ ทั่วภูมิภาคเพื่อขยายเครือข่ายธุรกิจนอกเวียดนาม

เปิดปูมซีอีโอ“เวียตเจ็ท”  ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลเอเชีย

อีกทั้งความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของ ซีอีโอเวียตเจ็ทคือการเจรจาขอพื้นที่ลงจอดในจุดหมายปลายทางต่าง ๆ ของเอเชีย เนื่องจากรัฐบาลของแต่ละประเทศต้องจัดสรรการเข้าถึงสนามบินของตนเองอย่างระมัดระวัง

สายการบิน“เวียตเจ็ท”จึงมักต้องร่วมทุนกับพันธมิตรในต่างประเทศ ปัจจุบัน เวียตเจ็ทมีการร่วมทุนในเมืองไทย โดยมีเครื่องบินบริการ 8 ลำ
 
อีกหนึ่งอุปสรรคในการขยายธุรกิจของเวียตเจ็ทก็คือ สายการบินส่วนใหญ่ในเวียดนามต่างขนส่งผู้โดยสารมากเกินขีดความสามารถอยู่แล้ว โดยในปี ค.ศ. 2018 สนามบินของกรุงโฮจิมินห์ต้องรองรับผู้โดยสารมากถึง 38 ล้านคน ซึ่งสูงกว่าขีดความสามารถในหนึ่งปีซึ่งอยู่ที่ 28 ล้านคน เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับสนามบินในเมืองหลักแห่งอื่น ๆ ของเวียดนามเช่นเดียวกัน ทั้งดานัง ญาจาง และเมืองหลวงอย่างฮานอย

 
นโยบายของเวียตเจ็ทจึงเปิดกว้างรับการลงทุนสำหรับการก่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อบรรเทาความแออัดแต่รัฐบาลเวียดนามก็ยังไม่สรุปว่าจะขยายสนามบินที่มีอยู่หรือสร้างสนามบินแห่งใหม่

เปิดปูมซีอีโอ“เวียตเจ็ท”  ขึ้นแท่นผู้ทรงอิทธิพลเอเชีย

 5 แอร์ไลน์เวียดนามแข่งดุ

นอกจากนี้เวียตเจ็ทยังต้องเผชิญกับการแข่งขันภายในประเทศ โดยเมื่อสิ้นปีที่ผ่านมา เวียดนามมีเครื่องบินพาณิชย์จดทะเบียน 174 ลำซึ่งดำเนินงานโดยสายการบิน 4 แห่ง และในช่วงต้นปีที่ผ่านมานี้ แบมบูแอร์ไลน์ได้เข้ามาเป็นสายการบินที่ 5 และเปิดดำเนินการเครื่องบิน 4 ลำ และต่อมา วิงกรุ๊ป บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม  ได้วางแผนเปิดตัวสายการบินของตัวเองในชื่อวินเพิร์ล แอร์ไลน์
 
อย่างไรก็ดีเป้าหมายของผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เวียตเจ็ทคือการสร้างประวัติศาสตร์เป็นครั้งที่2ผลักดันให้เวียตเจ็ทเป็นสายการบินระดับโลกแห่งแรกของเวียดนาม        

 “หากเราก่อตั้งสายการบินในยุโรป เราจะสามารถบินไปได้ทุกประเทศ” นี่คือเส้นทางธุรกิจของ ซีอีโอ เวียตเจ็ทวัย 49 ปี ที่ต้องติดตามกันต่อไป

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend