22 ตุลาคม 2019

กระจายพอร์ตลงทุน รับความผันผวนโลก

30 Sep 2019
อ่าน 766 ครั้ง

 

การลงทุนในตลาดหุ้นยังถูกกดดันจากปัจจัยภายนอก หลังจากประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯเปิดฉากไต่สวนเพื่อถอดถอนประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ออกจากตำแหน่งฐานติดต่อกับรัฐบาลต่างชาติให้แทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ รวมถึงความกังวลการเจรจาการค้าสหรัฐฯ-จีนจะสะดุดลงหลังประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวโจมตีจีนในการประชุม UN ว่าทำการค้าไม่เป็นธรรมและจะไม่ยอมรับข้อตกลงที่ทำให้สหรัฐฯเสียเปรียบ

ปัจจัยเหล่านี้ยังกดดันกับทิศทางการขยายตัวทางเศรษฐกิจ แม้การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ(FOMC) ล่าสุดจะมีมติ 7 ต่อ 3 ให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% เป็น 1.75-2.00% ตามที่นักลงทุนคาด สิ่งที่น่ากังวลคือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)ไม่ได้ส่งสัญญาณลดอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง โดยจะยังคงดอกเบี้ย 1.75-2.00% ไปจนถึงสิ้นปี 2563 สวนทางกับการคาดหวังของนักลงทุนที่ยังคาดว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยลงอีก 1 ครั้งในปีนี้ และอีก 2 ครั้งในปีหน้า ซึ่งยังมากกว่าที่คณะกรรมการนโยบายการเงินสหรัฐฯ สนับสนุนให้ลดดอกเบี้ยลงอีกเพียง ครึ่งเดียว ทำให้มีความเสี่ยงอย่างมากที่นักลงทุนจะเทขายสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้นอีกระลอก หากเฟดไม่ลดดอกเบี้ยลงต่อเนื่องตามที่คาดไว้

ดังนั้นเพื่อกระจายความเสี่ยง นักลงทุนควรลดนํ้าหนักการลงทุนในหุ้นตลาดเกิดใหม่ที่มีความผันผวนสูงและแนวโน้มผลประกอบการยังถูกกดดันจากสงครามการค้า รวมทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่ทรงตัวในระดับตํ่า และแนะนำให้กระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่ได้ประโยชน์จากการอัดฉีดสภาพคล่องและการลดดอกเบี้ย เช่น ทองคำ และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) และหุ้นในกลุ่มที่ผลกำไรไม่ผันผวนไปตามเศรษฐกิจโลกมากนัก และมีแนวโน้มเติบโตได้ดีในระยะยาวอย่าง กลุ่มเฮลธ์แคร์ตามทิศทางสังคมผู้สูงอายุ

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,509 วันที่ 29 กันยายน - 2 ตุลาคม พ.ศ. 2562




ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij