14 พฤศจิกายน 2019
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET50  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SET100  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         sSET  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETCLMV  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETHD  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETTHSI  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         SETWB  -  -  -         Value  -  Mil.Baht         mai  -  -  -         Value  -  Mil.Baht             AGRO  -  -  -       AGRI  -  -  -       FOOD  -  -  -           CONSUMP  -  -  -       FASHION  -  -  -       HOME  -  -  -       PERSON  -  -  -           FINCIAL  -  -  -       BANK  -  -  -       FIN  -  -  -       INSUR  -  -  -           INDUS  -  -  -       AUTO  -  -  -       IMM  -  -  -       PAPER  -  -  -       PETRO  -  -  -       PKG  -  -  -       STEEL  -  -  -           PROPCON  -  -  -       CONMAT  -  -  -       PROP  -  -  -       PF&REIT  -  -  -       CONS  -  -  -           RESOURC  -  -  -       ENERG  -  -  -       MINE  -  -  -           SERVICE  -  -  -       COMM  -  -  -       HELTH  -  -  -       MEDIA  -  -  -       PROF  -  -  -       TOURISM  -  -  -       TRANS  -  -  -           TECH  -  -  -       ETRON  -  -  -       ICT  -  -  -       TFEX       SET50 Index Futures       S50X19  -  -  -        S50Z19  -  -  -        S50F20  -  -  -        S50H20  -  -  -        S50M20  -  -  -        S50U20  -  -  -      Sector Index Futures       BANKZ19  -  -  -        COMMZ19  -  -  -        ENERGZ19  -  -  -        FOODZ19  -  -  -        ICTZ19  -  -  -      Single Stock Futures       AAVZ19  -  -  -        ADVANCZ19  -  -  -        AEONTSZ19  -  -  -        AMATAZ19  -  -  -        AOTZ19  -  -  -        APZ19  -  -  -        BAZ19  -  -  -        BANPUZ19  -  -  -        BAYZ19  -  -  -        BBLZ19  -  -  -        BCHZ19  -  -  -        BCPZ19  -  -  -        BCPGZ19  -  -  -        BDMSZ19  -  -  -        BEAUTYZ19  -  -  -        BECZ19  -  -  -        BEMZ19  -  -  -        BGRIMZ19  -  -  -        BHZ19  -  -  -        BJCZ19  -  -  -        BLAZ19  -  -  -        BLANDZ19  -  -  -        BTSZ19  -  -  -        CBGZ19  -  -  -        CENTELZ19  -  -  -        CHGZ19  -  -  -        CKZ19  -  -  -        CKPZ19  -  -  -        COM7Z19  -  -  -        CPALLZ19  -  -  -        CPFZ19  -  -  -        CPNZ19  -  -  -        DELTAZ19  -  -  -        DTACZ19  -  -  -        EAZ19  -  -  -        EGCOZ19  -  -  -        EPGZ19  -  -  -        ERWZ19  -  -  -        ESSOZ19  -  -  -        GFPTZ19  -  -  -        GLOBALZ19X  -  -  -        GLOWZ19  -  -  -        GPSCZ19X  -  -  -        GULFZ19  -  -  -        GUNKULZ19X  -  -  -        HANAZ19  -  -  -        HMPROZ19  -  -  -        ICHIZ19  -  -  -        INTUCHZ19  -  -  -        IRPCZ19  -  -  -        ITDZ19  -  -  -        IVLZ19  -  -  -        JASZ19  -  -  -        KBANKZ19  -  -  -        KCEZ19  -  -  -        KKPZ19  -  -  -        KTBZ19  -  -  -        KTCZ19  -  -  -        LHZ19  -  -  -        LPNZ19  -  -  -        MAJORZ19  -  -  -        MEGAZ19  -  -  -        MINTZ19  -  -  -        MTCZ19  -  -  -        ORIZ19  -  -  -        PLANBZ19  -  -  -        PRMZ19  -  -  -        PSHZ19  -  -  -        PSLZ19  -  -  -        PTGZ19  -  -  -        PTTZ19  -  -  -        PTTEPZ19  -  -  -        PTTGCZ19  -  -  -        QHZ19  -  -  -        RATCHZ19  -  -  -        ROBINSZ19  -  -  -        RSZ19  -  -  -        SZ19  -  -  -        SAMARTZ19  -  -  -        SAWADZ19X  -  -  -        SCBZ19  -  -  -        SCCZ19  -  -  -        SGPZ19  -  -  -        SIRIZ19  -  -  -        SPALIZ19  -  -  -        SPCGZ19  -  -  -        SPRCZ19  -  -  -        STAZ19  -  -  -        STECZ19  -  -  -        STPIZ19  -  -  -        SUPERZ19  -  -  -        TASCOZ19  -  -  -        TCAPZ19  -  -  -        THAIZ19  -  -  -        THANIZ19  -  -  -        THCOMZ19  -  -  -        TISCOZ19  -  -  -        TKNZ19  -  -  -        TMBZ19X  -  -  -        TOPZ19  -  -  -        TPIPLZ19  -  -  -        TRUEZ19  -  -  -        TTAZ19  -  -  -        TTCLZ19  -  -  -        TTWZ19  -  -  -        TUZ19  -  -  -        TVOZ19  -  -  -        UNIQZ19  -  -  -        VGIZ19  -  -  -        VNGZ19  -  -  -        WHAZ19  -  -  -      GF10 Futures       GF10Z19  21,080  -50  2,183        GF10G20  21,160  -50  707        GF10J20  21,230  -50  174      GF50 Futures       GFZ19  21,120  -10  18        GFG20  21,150  +50  4        GFJ20  21,220  -20  2      Gold Online Futures       GOZ19  1,468.60  -2.90  9,209      GOLD-D       GDZ19  1,471.00  +2.00  1      USD Futures       USDX19  -  -  -        USDZ19  -  -  -        USDF20  -  -  -        USDH20  -  -  -      BB3 Futures       BB3Z19  -  -  -        BB3H20  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5Z19  -  -  -        TGB5H20  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3X19  -  -  -        RSS3Z19  -  -  -        RSS3F20  -  -  -        RSS3G20  -  -  -        RSS3H20  -  -  -        RSS3J20  -  -  -        RSS3K20  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DX19  -  -  -        RSS3DZ19  -  -  -        RSS3DF20  -  -  -        RSS3DG20  -  -  -        RSS3DH20  -  -  -        RSS3DJ20  -  -  -        RSS3DK20  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume     ---     TFEX ขั้นกว่าของการลงทุน! มาหากำไร สร้างพอร์ตแกร่ง ด้วยฟิวเจอร์ส-ออปชั่น ในงาน SET in the City 2019 วันที่ 14-17 พ.ย. รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ข้อมูลเพิ่มเติม www.TFEX.co.th    ---     SET in the City 2019 "เลือกสร้างความมั่งคั่งในแบบที่ใช่..สไตล์คุณ" 14-17 พ.ย. นี้ ที่รอยัล พารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน ลงทะเบียน www.set.or.th/setinthecity    ---    

ปล่อยบาทแข็งค่าเกิน มะเร็งร้ายเศรษฐกิจไทย

16 Sep 2019
อ่าน 3323 ครั้ง

รายงานพิเศษ โดย บัณฑูร  วงศ์สีลโชติ

รองประธานคณะกรรมการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย

เงินบาทแข็งค่ามากผิดปกติในช่วงเวลาเพียง 1 ปี บทวิเคราะห์จาก Thomson Reuter ชี้ให้เห็นว่า เงินบาทเป็นสกุลเงินที่แข็งค่าผิดปกติมากเป็นอันดับ 3 ใน 1 ปี (ดูรูป) กำลังสร้างปัญหาการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจลดลงเหลือ 2.3% ในไตรมาสที่แล้ว เงินบาทแข็งค่ามากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก ส่งผลให้การส่งออกและจำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ภายใต้สภาวะการณ์สงครามทางการค้าที่สหรัฐฯมีกับจีน มีบริษัทย้ายฐานออกจากจีนแต่ก็ย้ายมาไทยไม่มากเหมือนที่ไปประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน โดยบริษัทโนมูระจัดให้ไทยได้รับอานิสงส์เป็นอันดับที่ 7 ดีกว่าประเทศฟิลิปปินส์เพียงประเทศเดียว   

 

 เมื่อเงินบาทแข็งค่าในขณะที่คู่ค้าอ่อนค่า ความแตกต่างทำให้สินค้าไทยแพงขึ้นมาก เช่นสินค้าไทยที่ส่งออกไปขายจีน ผลกระทบคือสินค้าไทยแพงขึ้น 9.5% (5.8%+3.7%) สำหรับผู้บริโภคในจีน ทั้ง ๆ ที่ราคาที่คิดเป็นเงินบาทราคาไม่ได้เปลี่ยนแปลง ทำนองเดียวกันกับประเทศคู่ค้าอื่น ๆ เช่น เกาหลีใต้ สินค้าไทยแพงขึ้น 13.3% นิวซีแลนด์ 11.1% อังกฤษ 9.8% ฯลฯ เปรียบเหมือนกับเขาเก็บภาษีขาเข้าเพิ่ม           


เรื่องนี้ สินค้าเกษตรไทยย่อมได้รับผลกระทบโดยตรง เกษตรกรไทยที่ยากจนย่อมขายสินค้าได้ราคาต่ำลงเพราะผู้ส่งออกจะไปกดราคาซื้อเพื่อตนเองจะไม่ต้องขึ้นราคาสินค้าส่งออกมากเกินไป อันจะทำให้ส่งออกไม่ได้ ส่งผลให้เกษตรกรที่เป็นคนจนให้จนลงไปอีก ภาครัฐมักจะบอกให้ผู้ส่งออกใช้วิธีป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่นี่ไม่ใช่คำตอบที่ดีนัก เพราะการป้องกันทำได้เมื่อรับออเดอร์  แต่หากเงินบาทแข็งค่าไปเรื่อย ๆ ผู้ส่งออกก็ต้องปรับราคาสินค้าที่เป็นดอลลาร์ขึ้นไปเรื่อย ๆ เช่นเดียวกัน ทำให้เสียความสามารถในการแข่งขัน

หากเรามาพิจารณาดูสถิติย้อนหลัง 2 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา (ดูรูป) จะพบว่าเงินบาทได้แข็งค่าขึ้น 15.12% แข็งค่าแบบต่อเนื่อง ความแตกต่างก็มีมากขึ้นไปอีก และเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน จะพบว่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไปจริง ๆ

 

ธนาคารแห่งประเทศไทยอธิบายว่า เพราะไทยได้เปรียบดุลการค้ามากในหลาย ๆ ปี การแข็งค่าของเงินบาทจึงเป็นสิ่งที่ป้องกันไม่ได้  จึงเกิดคำถามว่า จะปล่อยให้แข็งค่าไปอย่างนี้เรื่อย ๆ จนถึงต่ำกว่า 28 หรือ 29 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ?  แล้วทำไมประเทศเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์ก็ได้ดุลการค้ามากกว่าไทย(ดูรูป) ทำไมสิงคโปร์ยังรักษาค่าเงินให้คงอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่เคยอยู่เมื่อ 2 ปี 6 เดือนที่แล้ว  แม้ที่ผ่านมาอาจจะมีแข็งค่า  ในระยะเวลาสั้น ๆ

 

ประเด็นสำคัญน่าจะเกิดจากนักลงทุนระยะสั้นที่สนใจลงทุนในตลาดพันธบัตรไทยมองเห็นช่องทางทำกำไรจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินอัตราเงินเฟ้อมากเกินไป และมองเห็นกำไรจากค่าเงินบาทที่จะต้องแข็งค่าขึ้นได้ เพราะเจ้าหน้าที่ที่ดูแลค่าเงินบาทไม่สามารถที่จะต้านการขึ้นของค่าเงินบาทได้ เฉพาะกำไรจากพันธบัตรก็มากอยู่แล้ว ยังกำไรจากค่าเงินบาทแข็งค่ากว่า 15% กำไรก็ยิ่งมากขึ้นอีก  ในตลาดพันธบัตร ปี 2560 มีเงินไหลเข้ามาพักในตลาดพันธบัตรไทยรวม 357,183 ล้านบาท   ปี 2561 ต่างชาติไหลเข้าในตลาดพันธบัตรรวม 286,582 ล้านบาท รวมสองปี 643,745 ล้านบาท ปีนี้ต่างชาติไหลออกจากพันธบัตรเพียง -8,737 ล้านบาท ยังคงเหลือสุทธิจำนวนมาก ไม่นานมานี้ นักลงทุนต่างชาติระบุว่าตลาดทุนไทยเป็นแหล่งที่น่าลงทุนก็คงจะส่งเงินเข้ามาอีก ยิ่งน่าห่วงอีก คือสัปดาห์ที่แล้วสหภาพยุโรป(อียู)ลดดอกเบี้ย และเริ่มมาตรการ QE อีก จะมีเงินทุนจำนวนมากที่จะไหลเข้าไทยจำนวนมากทำให้เงินบาทแข็งขึ้นอีกต่อไป


 

แต่หากพิจารณานักลงทุนระยะยาวอย่างที่มาลงทุนผลิตสินค้า หรือที่เรียกว่า FDI (Foreign Direct Investment) เขากลับมองว่าไม่น่าลงทุนในไทย แม้อาจจะมีตัวเลขยื่นขอลงทุนประกาศโดยบีโอไอ แต่ในที่สุดก็ไม่มาลงทุนจริง  ทั้งนี้เพราะค่าแรงงานที่แม้ไม่ต้องปรับขึ้น ก็เหมือนได้ปรับขึ้นตามค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ค่าแรง 325 บาท เดิมเคยคิดแล้วเท่ากับ 9.25 ดอลลาร์สหรัฐฯ ปัจจุบันกลายเป็น 10.63 ดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มขึ้น 15% อีกทั้งค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าสาธารณูปโภคแม้ไม่ปรับขึ้น ก็ล้วนมีราคาแพงขึ้นเพราะเงินบาทแข็งค่า  ราคาที่ดิน วัสดุก่อสร้างโรงงาน ฯลฯ แม้ไม่ปรับขึ้น ก็ล้วนแพงขึ้นจากค่าเงินบาทที่แข็งค่า ที่สำคัญยิ่งกว่า คือ หากผลิตสินค้าแล้ว เงินบาทยังแข็งต่อไป ก็จะเสียหายเพราะส่งออกไม่ได้ ทั้งหมดนี้ ทำให้ไทยน่าลงทุน FDI น้อยกว่าประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน(ดูรูป) หากไทยยังแสดงให้นักลงทุน FDI เห็นว่าไทยไร้ความสามารถในการดำรงค่าเงินบาทให้อยู่ในระดับที่ควบคุมได้ ทำให้ผลิตสินค้าแล้วแข่งขันไม่ได้ เขาย่อมเห็นว่าเป็นความเสี่ยงที่ไม่อาจยอมรับได้ จึงเลือกไปลงทุนในประเทศอื่น ๆ ในอาเซียนแทน

 

ผลประโยชน์ที่ดีต่อเงินทุนไหลเข้าจำนวนมากตกอยู่กับผู้ประกอบการธุรกิจการเงินการธนาคาร ตลาดหลักทรัพย์ ตลาดพันธบัตร กองทุน ฯลฯ อันเกี่ยวข้องกับคนจำนวนไม่มากที่มักเป็นคนรวย แต่เกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตร ผู้ประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตสินค้าส่งออก แรงงานจำนวนมาก ล้วนได้รับผลกระทบทางลบ บาทแข็งย่อมส่งผลให้ผู้ส่งออกโดยเฉพาะสินค้าเกษตรต้องกดราคาสินค้าเกษตรกรเพื่อจะไม่ต้องขึ้นราคาสินค้าส่งออกมากนัก อีกทั้งยังไม่ต้องการเสียลูกค้าต่างประเทศไป ผลเสียคือคนจนยิ่งจน เป็นการเร่งความต่างระหว่างคนรวยกับคนจนให้มีมากขึ้น  (promoting inequality)  ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้รับการจัดอันดับไว้เป็นอันดับ 1 สำหรับประเทศที่มีความไม่เสมอภาคระหว่างคนรวยและคนจนสูงที่สุดในโลก โดย Credit Suisse Global Wealth Report ปี 2017ไทยเคยถูกจัดเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำ(inequality) อยู่อันดับ 3 ของโลก รองจากรัสเซียและอินเดีย แต่ปี 2018 ไทยแซงมาเป็นอันดับ 1

 

ปัจจุบันพบว่า คนไทยเพียง 1%  หรือประมาณ 5 แสนคนเป็นเจ้าของทรัพย์สินในประเทศมากกว่า 66.9% ขณะที่คนไทยที่เหลือ 99% ประมาณ 60 ล้านคนเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เหลือรวมกันเพียง 33.1%  และคนไทยที่ยากจนที่สุด 10% หรือประมาณ 5 ล้านคนไม่มีทรัพย์สินอะไรเลย มีแต่หนี้สิน คนไทย 25 ล้านคนเป็นเจ้าของทรัพย์สินในไทยเพียง 1.7% ขณะที่อีก 35 ล้านคนเป็นเจ้าของทรัพย์สินเพียง 5% เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่ผิดทำนองคลองธรรม ค่าเงินบาทเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เรื่องความเหลื่อมล้ำมีมากขึ้นไปอีก

ปํญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนได้บดบังปัญหาค่าเงินบาทที่แข็งเกินไปเป็นระยะเวลายาวนาน รัฐบาลไม่ได้ให้ความสนใจ รัฐบาลจึงควรหันมาให้ความสนใจเสียแต่เดี๋ยวนี้ เพราะหากปล่อยไปปัญหาอาจจะลุกลามจนความเสียหายจะมีมาก เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องทำให้เห็นได้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่สามารถจัดการแก้ไขเรื่องนี้เพียงลำพัง รัฐบาลควรออกมาตรการมาช่วยเช่น การส่งเสริมให้เอกชนไทยลงทุนมากขึ้นในการนำเครื่องจักรใหม่เข้ามาแทนเครื่องจักรเก่า  ทำให้เกิดการนำเข้า ให้ยกเว้นภาษีทุกรูปแบบในเรื่องนี้ ให้เอกชนไทยที่เพิ่มการลงทุนได้สิทธิในยกเว้นภาษีเงินได้  ส่งเสริมให้เอกชนไทยนำเงินไปลงทุนต่างประเทศ ภาครัฐต้องเร่งลงทุนในด้านสาธารณูปโภคโดยเร่งด่วน นำเข้ามากขึ้น ฯลฯ ป้องกันไม่ให้เงินบาทแข็งค่าไปเรื่อย ๆ อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เปรียบได้กับมะเร็งที่กำลังลุกลามขยายออกไปในร่างกายทำร้ายอย่างไม่รู้จักหยุด

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij