20 ตุลาคม 2019

กสอ. จับมือสถาบันอาหารยกระดับ SMEs ด้วยนวัตกรรมแปรรูป

16 Sep 2019
อ่าน 822 ครั้ง

กสอ.ร่วมมือสถาบันอาหาร จัดโครงการยกระดับศักยภาพ SMEs อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูป ถ่ายทอดองค์ความรู้ให้เอสเอ็มอี 75 กิจการ รวม 123 ราย พร้อมสนับสนุนเอสเอ็มอีจำนวน 21 กิจการ พัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อาหารแปรรูปต้นแบบ 21 ผลิตภัณฑ์เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้ คาดสร้างมูลค่าเพิ่มเฉลี่ยได้ไม่น้อยกว่า 15%

                นายภาสกร  ชัยรัตน์  รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า  กสอ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสถาบันอาหาร หน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม ผ่านศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมด้านอาหารแปรรูป  (ITC-Mie Thailand Innovation Center) ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือข่ายของศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรม(ITC) ที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม สถาบันอาหาร และจังหวัดมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น  ภายใต้โครงการยกระดับศักยภาพ SMEs อุตสาหกรรมอาหารแปรรูปด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปภายใต้กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ปีงบประมาณ 2562

ทั้งนี้  การดำเนินงานโครงการดังกล่าวก่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารแปรรูปตลอดห่วงโซ่การผลิต เมื่อผู้ประกอบการแปรรูปอาหารซึ่งเป็นอุตสาหกรรมกลางน้ำได้รับการพัฒนาเพิ่มศักยภาพและทักษะการผลิต รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ในการพัฒนาสินค้านวัตกรรมแล้ว ย่อมมีความต้องการวัตถุดิบการผลิตจากภาคการเกษตรซึ่งถือเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำมากยิ่งขึ้น ส่วนปลายน้ำของห่วงโซ่ อย่างเช่น ร้านค้าปลีกหรือตัวผู้บริโภคก็มีสินค้าคุณภาพมาตรฐานเป็นทางเลือกมากขึ้นด้วย  

จากทิศทางตลาดโลกที่อาหารแปรรูปมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการควรเตรียม พร้อมในการพัฒนาศักยภาพตนเองด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีการแปรรูปอาหาร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีและมีอายุการเก็บรักษาที่เหมาะสม  ต้องทราบกระบวนการและข้อจำกัดของเทคโนโลยี รวมถึงสามารถเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมสำหรับสินค้าแต่ละชนิด ผลิตสินค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยศึกษาข้อมูลแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคและเทคโนโลยีการแปรรูปอาหารในโลกอนาคต จึงจะสามารถฝ่าฟันการแข่งขันในตลาดโลกได้


นางสาวอริยาพร  อำนรรฆสรเดช  นักวิเคราะห์นโยบายและแผนเชี่ยวชาญ  กองพัฒนาขีดความสามารถธุรกิจอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กล่าวว่า โครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินงานตั้งแต่เดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน 2562 แบ่งเป็น 2 กิจกรรม ได้แก่ กิจกรรมที่ การพัฒนาองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอาหารแปรรูปสมัยใหม่ให้แก่บุคลากรในภาคอุตสาหกรรมการผลิต โดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หลักสูตรเทคนิคการผลิตผลิตภัณฑ์สินค้าภาชนะบรรจุปิดสนิทในสภาวะที่มีความเป็นกรดต่ำและปรับกรด และเทคนิคการผลิตผลิตภัณฑ์สินค้า อาหารอบแห้งแบ่งเป็นภาคทฤษฎี และภาคปฏิบัติ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมทั้งสิ้น 75 กิจการ จำนวน 123 คน 

กิจกรรมที่ 2 การพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์ต้นแบบ  โดยใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรแปรรูปภายในศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมด้านอาหารแปรรูป (ITC - Mie Thailand Innovation Center)  โดยรับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 21 กิจการ เพื่อพัฒนา 21 ผลิตภัณฑ์ต้นแบบจากการแปรรูปวัตถุดิบทางการเกษตร ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้วและเตรียมต่อยอดเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้ ได้แก่ ข้าวเอเนอร์จี้บาร์รสอาหารไทย  O-Pae Snack Bar(ขนมโอแป)  กราโนล่า สแนคบาร์(ลิ้นจี่)  Lurry(Vegan Cookie)  เกรียบแก้ว (มินีมีลแครกเกอร์) ไอศกรีมน้ำนมถั่วเหลือง  พุดดิ้งน้ำกะทิทุเรียน  ชาดอกมะขาม  ไซรัปมัลเบอร์รี่ผสมน้ำผึ้ง  เบอร์รี่พลัสไรซ์(เครื่องดื่มผงเพื่อสุขภาพ)      ผงเห็ดหลินจือผสมเสาวรสชงดื่ม   3 สหาย(ผงกระเทียม พริกไทย รากผักชี)  ผงผักโรยข้าว ซอสไข่เค็ม  น้ำแกงส้มปรุงสำเร็จ  น้ำพริกปลาร้าสับอบแห้ง  ไส้กรอกอีสานแช่แข็งพร้อมรับประทาน(สูตรข้าวหอมมะลิทุ่งกุลา)  ฮอทดอกปลา(แช่แข็งพร้อมรับประทาน)  หมูแผ่นอบกรอบ  น้ำยาขนมจีนอบแห้ง และเนื้อหมูหมักสูตรนมสดเสียบไม้แช่แข็ง 

 


จากการผลักดันให้ผู้ประกอบการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบรรจุภัณฑ์อาหารแปรรูปต้นแบบดังกล่าวประเมินว่าจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ทั้งยังเป็นการเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการต่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคและสามารถขยายตลาดได้อย่างเข้มแข็งต่อไปในอนาคต” 

นางนิตยา พิระภัทรุ่งสุริยา รักษาการผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กล่าวว่า สถาบันอาหารได้รับมอบหมายให้ดำเนินงานเป็นที่ปรึกษาในโครงการดังกล่าวโดยจัดหาวิทยากร ผู้เชี่ยวชาญ และที่ปรึกษา สำหรับให้ความรู้และให้คำแนะนำด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปสินค้าเกษตรแก่ผู้เข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงการบริการด้านอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องจักรแปรรูปสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับองค์ความรู้ผ่านการอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมและก่อให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่วัตถุดิบการเกษตรได้สูงสุด
 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij