19 ตุลาคม 2019

‘โรบินสัน’ เล็งปักหมุดฝั่งธน ผุดคอมมิวนิตี้ มอลล์ รับไลฟ์สไตล์คนเมือง

16 Sep 2019
อ่าน 4865 ครั้ง

โรบินสัน ส่องทำเลฝั่งธนหวังปักหมุดคอมมิวนิตี มอลล์เพิ่ม หลังทุ่มงบกว่า 1,500 ล้านผุดสาขาต้นแบบย่านลาดกระบัง มั่นใจศักยภาพเมืองหลวง พร้อมตอบโจทย์รับไลฟ์สไตล์คนเมือง ขณะที่ผลประกอบการครึ่งปีแรกกำไรลดลง 0.9%

นายวุฒิเกียรติ เตชะมงคลาภิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เชื่อว่ากรุงเทพฯ ยังมีศักยภาพและสามารถขยายการลงทุนได้ต่อเนื่องโดยเฉพาะในแพลตฟอร์มศูนย์การค้าขนาดย่อม หรือคอมมิวนิตี มอลล์ ซึ่งใช้พื้นที่ราว 15-20 ไร่ ก็สามารถพัฒนาให้มีร้านค้าและบริการต่างๆ ได้ครบครันสามารถรองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่วันนี้มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากมาย ทั้งขนาดครอบ ครัวที่เล็ก การใช้ชีวิตนอกบ้านที่มากขึ้น รวมถึงความสะดวกสบายในการเดินทาง จึงเห็นการพัฒนาโครงการตามแนวรถไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจำนวนมาก


“มีหลายทำเลที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในฝั่งธนบุรี ซึ่งวันนี้ยังไม่มีโรบินสันเข้าไปเปิดให้บริการ ขณะที่การพัฒนาคอมมิวนิตี มอลล์ จะใช้พื้นที่น้อยราว 15-20 ไร่ แตกต่างกับศูนย์การค้าขนาดใหญ่ที่จะใหญ่กว่า 3-4 เท่า โดยคอมมิวนิตี มอลล์ ที่จะตอบโจทย์ลูกค้าได้ต้องใช้ระยะเวลาในการเดินทางไม่เกิน 30 นาที มีร้านค้าจำหน่ายสินค้าและบริการมากเพียงพอ และต้องมีทางเลือกให้กับลูกค้า ไม่ซํ้าซากจำเจ”

ล่าสุดบริษัทใช้งบลงทุนกว่า 1,500 ล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบัง ซึ่งเป็นสาขาที่ 50 ในประเทศไทยเพื่อให้เป็นคอมมิวนิตีมอลล์ สำหรับคนทุกกลุ่ม ซึ่งที่นี่จะเป็นโรบินสันไลฟ์สไตล์ที่ใหญ่ที่สุดมีพื้นที่กว่า 5 หมื่นตารางเมตร ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โอเอซิส” จัดแบ่งออกเป็นโซนต่างๆ ทั้ง Kid Oasis, New Gen Oasis, Family Oasis เป็นต้น นอกจากนี้ยังมี Concept Stores, ฟิตเนส, Co-Working Space ร้านอาหาร โรงภาพยนตร์ และอาคารจอดรถ กว่า 1,600 คัน โดยขณะนี้ก่อสร้างไปแล้วกว่า 75% และมียอดจองพื้นที่แล้วกว่า 90% พร้อมเปิดให้บริการในเดือนพฤศจิกายนนี้

“ที่ผ่านมาคอมมิวนิตี มอลล์ไม่ประสบความสำเร็จเพราะ มีปัญหาหลายด้าน ทั้งการเป็นพื้นที่เปิด (Open Air) ซึ่งไม่เหมาะกับสภาพอากาศของประเทศไทย แต่ที่โรบินสันไลฟ์สไตล์ ลาดกระบังจะเป็นพื้นที่ปิด (Close Air) ทำให้ลูกค้าเข้ามาใช้ชีวิตได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องที่จอดรถที่ไม่เพียงพอ แต่ที่นี่จะมีที่จอดรถได้กว่า 1,600 คัน รวมทั้งมีร้านอาหารคิดเป็นสัดส่วนถึง 38% ของร้านค้าทั้งหมด ถือเป็นสัดส่วนที่สูงมากจากศูนย์การค้าปกติที่มีสัดส่วนร้านอาหารราว 30% ทั้งนี้เพื่อสร้างความหลากหลายให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการ”

นายวุฒิเกียรติ กล่าวอีกว่า แต่ละปีโรบินสันจะใช้เงินลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาทในการขยายสาขา ปรับปรุงสาขาเดิม ซึ่งมีแผนจะขยายพื้นที่เพิ่มและรีโนเวตใน 7 สาขา อาทิ โรบินสันไลฟ์สไตล์ สมุทรปราการ สุพรรณบุรี ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ซีคอน สแควร์ เป็นต้น รวมทั้งลงทุนในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อรองรับการให้บริการแก่ลูกค้าโดยเฉพาะในยุคดิจิทัล ดิสรัปชัน ซึ่งบริษัทวางแผนรับมืออย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริหารจัดการ การส่งเสริมและสร้างทักษะและแนวคิดให้กับบุคลากรในองค์กร รวมทั้งการซินเนอยีกับบริษัทในเครือในการพัฒนาและใช้ Big Data ร่วมกัน เพื่อสร้างแคมเปญ และเข้าถึงกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น


 

“ออมนิ แชนเนลจะเป็นกลยุทธ์หลักที่นำมาใช้ในการขับเคลื่อนโรบินสันต่อไปใน 3-5 ปีข้างหน้า เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันยังเดินหน้าขยายสาขาต่อเนื่อง เพื่อใช้เป็นจุดแข็งให้ลูกค้าสามารถเข้ามาดู เลือกซื้อ หรือมารับสินค้าจากการสั่งซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ หรือหากไม่มีสินค้าที่ลูกค้าต้องการในสาขาดังกล่าว ก็สามารถสั่งซื้อผ่านทางออนไลน์และมารับที่สาขาได้ด้วย ซึ่งวันนี้กลุ่มเซ็นทรัลถือเป็นผู้ให้บริการออมนิ แชนเนลที่แข็งแรงที่สุดเพราะมีสินค้าที่จำหน่ายหลากหลายจากทุกๆ กลุ่มธุรกิจที่มีอยู่ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อแม้แต่ตะปู ก็มีวางขายผ่านไทวัสดุ ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ”

ด้านผลประกอบการของบริษัทใน 6 เดือนที่ผ่านมา มียอดขายกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 3.4% กำไร 3,042 ล้านบาท ลดลง 0.9% 

หน้า 30 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ | ฉบับ 3505 ระหว่างวันที่ 15 - 18  กันยายน 2562


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij