18 ตุลาคม 2019

เทรดวอร์ในมุมมอง CEO อาดิดาส ‘สงครามค่าเงิน’ น่ากลัวยิ่งกว่า

14 Aug 2019
อ่าน 8328 ครั้ง

 ขณะที่ผู้ประกอบการในภาคอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมากพากันหวั่นวิตกเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนที่ยืดเยื้อกันมายาวนานข้ามปี นายคาสเปอร์ โรสเต็ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาดิดาส ผู้ผลิตรองเท้ากีฬาและสินค้าไลฟ์สไตล์ รายใหญ่จากเยอรมนี กลับมองว่า สิ่งที่น่าวิตกยิ่งกว่าการตั้งกำแพงภาษีใส่กันระหว่างมหาอำนาจทั้งสองคือ สงครามค่าเงิน โดยเฉพาะการอ่อนค่าลงของเงินหยวนซึ่งเป็นสกุลเงินของจีน

คาสเปอร์ โรสเต็ด

“แนวโน้มค่าเงินหยวนที่อ่อนลงอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยยะสำคัญต่อผลกำไรของอาดิดาส เพราะ 25% ของธุรกิจของเรามาจากที่นั่น” ซีอีโอของอาดิดาสขยายความว่า อาดิดาสได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าไม่มากนักเนื่องจากฐานการผลิตของบริษัทส่วนใหญ่อยู่ในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย และกัมพูชา


เราเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์การผลิตในช่วง 4 ปีที่ผ่านมาก่อนที่จะเกิดสงครามการค้าด้วยซ้ำ เป้าหมายเพื่อกระจายแหล่งผลิตออกไป ฉะนั้น สินค้าส่วนใหญ่ที่เราผลิตในประเทศจีนจึงเป็นการผลิตเพื่อตลาดจีนเท่านั้น จึงได้รับผลกระทบน้อยจากเรื่องนี้(สงครามการค้า)โรสเต็ดให้ความเห็นว่า บริษัทอื่นๆที่ผลิตสินค้าในจีนเพื่อส่งออกอาจจะได้รับผลกระทบมากขึ้นในด้านราคา ซึ่งก็แน่นอนว่า ผลกระทบนั้นจะตกถึงผู้บริโภคในสหรัฐฯที่จะต้องซื้อรองเท้ากีฬาในราคาที่สูงขึ้นเนื่องจากหลายแบรนด์ยังคงผลิตในประเทศจีน แต่สำหรับอาดิดาส แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะตัดสินใจเดินหน้าเก็บภาษีสินค้าจากจีนเพิ่มขึ้นอีก 10% ในวงเงิน 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ตามที่ได้ลั่นวาจาไว้ (ซึ่งจะมีผลในวันที่ 15 ธันวาคมศกนี้) การขึ้นภาษีดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาจำหน่ายรองเท้ากีฬาอาดิดาสในตลาดสหรัฐฯ

อาดิดาสสโตร์ในเซี่ยงไฮ้

อาดิดาสรายงานผลกำไรสูงขึ้นในไตรมาส 2 ซึ่งเป็นผลมาจากยอดจำหน่ายที่ยังแข็งแกร่งจากตลาดจีน บริษัทคาดหวังจะได้เห็นการเติบโตของธุรกิจในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ต่อไป แต่ก็ยอมรับว่า สงครามค่าเงินที่เกิดขึ้นระหว่างสหรัฐฯกับจีน โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินหยวนเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯจะส่งผลกระทบเชิงลบไม่เพียงต่อธุรกิจของบริษัท แต่ครอบคลุมถึงเศรษฐกิจโลกโดยรวม

 

กลางสัปดาห์ที่ผ่านมา (8 ส.ค.) ธนาคารกลางของจีนกำหนดอัตราอ้างอิงค่าเงินหยวนรายวันที่ 7.0039 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ นับเป็นอัตราอ่อนที่สุดในรอบ 11 ปี (นับจากเดือนเมษายน 2551) หลังจากที่ก่อนหน้านั้น อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนอ่อนลงจนทะลุระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์เป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งก็ทำให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯต้องออกมาประกาศขึ้นบัญชีดำให้จีนเป็นประเทศที่ปั่นค่าเงิน(currency manipulator) “ธุรกิจของอาดิดาส 25% อยู่ในประเทศจีน แนวโน้มค่าเงินหยวนที่อ่อนลงอาจจะส่งผลกระทบอย่างมากต่อผลกำไรของบริษัท การทำสงครามค่าเงินกับจีนจะเป็นการเล่นเกมที่ทุกคนกลายเป็นผู้พ่ายแพ้” โรสเต็ดกล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ค่าเงินหยวนถือว่าค่อนข้างคงที่ แต่ในตอนนี้อัตราแลกเปลี่ยนเงินหยวนอยู่ในจุดที่ไม่น่าจะมีใครได้ประโยชน์

 

ซีอีโอของอาดิดาสยอมรับว่า บริษัททำอะไรได้ไม่มากนักในการที่จะหลีกเลี่ยงผลกระทบจากการอ่อนตัวลงของค่าเงินหยวน แต่ก็หวังว่าเงินหยวนจะปรับค่าขึ้นมาสู่ระดับที่เหมาะสมในที่สุดและน่าจะมีสเถียรภาพในไม่กี่ไตรมาสข้างหน้า   



ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij