24 ตุลาคม 2019

กสอ.ปั้น SMEs เข้าตลาด เอ็ม เอ ไอ พร้อมเร่งดันอีก 10 กิจการในปี 65

13 Aug 2019
อ่าน 1115 ครั้ง

กสอ.ผลักดันเอสเอ็มอี สู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ แล้ว 1 ราย พร้อมเดินหน้าต่อแนะนำปรึกษาเชิงลึก ตั้งเป้า 10 กิจการ ภายในปี 2565 หวังสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืน พัฒนาธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง พร้อมรองรับการแข่งขันระดับสากล

นายเดชา  จาตุธนานันท์  รองอธิบดี  กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า หน่วยงานภาครัฐมีความจำเป็นต้องเข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่มีศักยภาพให้สามารถเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด  และสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ ภายใต้แผนการส่งเสริมเอสเอ็มอี ฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2560 – 2564) ซึ่งหนึ่งในกิจกรรม ที่จะทำให้แผนงานประสบผลสำเร็จ คือ การสนับสนุนให้เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพเข้าถึงตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) 

ทั้งนี้  กสอ. ได้ดำเนินโครงการเตรียมความพร้อมเอสเอ็มอี เพื่อเข้าสู่ตลาด เอ็ม เอ ไอ ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 มาอย่างต่อเนื่องจนถึงปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 ซึ่งมุ่งเน้นส่งเสริมและสนับสนุนให้เอสเอ็มอีสามารถพัฒนาศักยภาพตนเอง  เพื่อเตรียมความพร้อมธุรกิจในการเข้าจดทะเบียนในตลาด เอ็ม เอ ไอ โดยมีเอสเอ็มอี เข้าร่วมโครงการฯ และผ่านกระบวนการขั้นตอนคัดเลือกที่มีประสิทธิภาพรวมทั้งสิ้น 10 กิจการ ปัจจุบันมีบริษัทที่สามารถแปรสภาพจากบริษัท จำกัด เป็น บริษัท มหาชน และดำเนินการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขาย (Derivative Warrants: DW ซึ่งเป็นตราสารที่ผู้ออกให้สิทธิกับผู้ซื้อในการซื้อหุ้น) และร่างหนังสือชี้ชวน (แบบ filing) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ไปแล้ว จำนวน 1 ราย และมีบริษัทที่อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ภายในปี พ.ศ. 2563 อีก 3 ราย ส่วนที่เหลือมีเป้าหมายเข้าตลาดหลักทรัพย์ภายในปี พ.ศ. 2565 
 


“รัฐบาลมีนโยบายส่งเสริมและสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ เอสเอ็มอี อย่างจริงจัง เนื่องจากเอสเอ็มอี มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจ  มีสัดส่วนต่อจีดีพีของประเทศมากกว่า 40% มีสัดส่วนต่อการจ้างงานมากถึง 80% จึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้เกิดการกระจายรายได้และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม แต่อุปสรรคสำคัญอย่างหนึ่งของเอสเอ็มอี คือ การเข้าถึงแหล่งเงินทุนต่าง ๆ”

นายเดชา กล่าวต่อไปอีกว่า กสอ. มีบทบาทและภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาอุตสาหกรรม โดยเฉพาะ เอสเอ็มอีให้เกิดขึ้น สามารถอยู่รอด และเติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งการเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการขยายตลาดและขยายธุรกิจผ่านการระดมทุนในตลาดทุนของไทย สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน และมีโอกาสในการเลือกระดมทุนผ่านการออกหลักทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ได้ง่าย เช่น หุ้นกู้ หุ้นกู้แปลงสภาพ อีกทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับกิจการ ทำให้บริษัทเป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับของสาธารณชนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ สำหรับกิจการที่กำลังจะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เหล่านี้ ถือเป็นต้นแบบในการพัฒนาเพื่อขยายผลให้เอสเอ็มอีอื่น ๆ สามารถศึกษาแนวทางการพัฒนา วิธีการดำเนินงาน ตลอดจนกลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อนำไปปรับใช้ในธุรกิจของตน นำไปสู่มูลค่าทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นได้

        

สำหรับบริษัทที่อยู่ระหว่างยื่นคำขอเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอคือ บริษัท อินฟราเซท จำกัด  ส่วนบริษัทที่มีแผนจะยื่นคำขอเข้าจดทะเบียนในปี 2563 คือบริษัท โรแยล พลัส จำกัด และ บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 

 



ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij