21 มกราคม 2020
- WWW.SETTRADE.COM -  SET  1,584.17  -4.94  -0.31%         Value  2,505.51  Mil.Baht         SET50  1,066.83  -4.97  -0.46%         Value  1,787.81  Mil.Baht         SET100  2,334.58  -10.45  -0.45%         Value  1,932.34  Mil.Baht         sSET  693.70  +0.52  +0.08%         Value  59.16  Mil.Baht         SETCLMV  979.09  -4.38  -0.45%         Value  669.03  Mil.Baht         SETHD  1,118.04  -8.48  -0.75%         Value  837.81  Mil.Baht         SETTHSI  976.90  -3.01  -0.31%         Value  1,739.06  Mil.Baht         SETWB  999.39  -5.90  -0.59%         Value  608.92  Mil.Baht         mai  308.56  -0.26  -0.08%         Value  9.88  Mil.Baht             AGRO  443.59  -1.26  -0.28%       AGRI  151.96  +0.14  +0.09%       FOOD  12,919.17  -38.98  -0.30%           CONSUMP  92.66  +0.05  +0.05%       FASHION  596.96  +0.82  +0.14%       HOME  21.39  -0.04  -0.19%       PERSON  246.48  0.00  0.00%           FINCIAL  165.87  +1.26  +0.77%       BANK  411.47  +3.99  +0.98%       FIN  4,464.63  +1.44  +0.03%       INSUR  10,939.86  -4.91  -0.04%           INDUS  93.46  -2.71  -2.82%       AUTO  389.15  +3.04  +0.79%       IMM  47.84  -0.04  -0.08%       PAPER  2,700.61  0.00  0.00%       PETRO  874.67  -33.06  -3.64%       PKG  3,005.94  -0.80  -0.03%       STEEL  21.96  -0.11  -0.50%           PROPCON  122.43  -0.23  -0.19%       CONMAT  9,436.97  -102.59  -1.08%       PROP  254.25  +0.57  +0.22%       PF&REIT  241.33  +0.59  +0.24%       CONS  70.55  -0.31  -0.44%           RESOURC  229.90  -0.24  -0.10%       ENERG  26,223.65  -27.61  -0.11%       MINE  5.03  0.00  0.00%           SERVICE  502.60  -5.35  -1.05%       COMM  40,028.78  -26.98  -0.07%       HELTH  5,494.42  -1.87  -0.03%       MEDIA  53.36  +0.07  +0.13%       PROF  155.48  -0.38  -0.24%       TOURISM  443.01  -7.05  -1.57%       TRANS  398.39  -10.13  -2.48%           TECH  165.10  +0.34  +0.21%       ETRON  1,265.76  +7.14  +0.57%       ICT  161.32  +0.28  +0.17%       TFEX       SET50 Index Futures       S50F20  -  -  -        S50G20  -  -  -        S50H20  -  -  -        S50M20  -  -  -        S50U20  -  -  -        S50Z20  -  -  -      Sector Index Futures       BANKH20  -  -  -        COMMH20  -  -  -        ENERGH20  -  -  -        FOODH20  -  -  -        ICTH20  -  -  -      Single Stock Futures       AAVH20  -  -  -        ADVANCH20  -  -  -        AEONTSH20  -  -  -        AMATAH20  -  -  -        AOTH20  -  -  -        APH20  -  -  -        BAH20  -  -  -        BANPUH20  -  -  -        BAYH20  -  -  -        BBLH20  -  -  -        BCHH20  -  -  -        BCPH20  -  -  -        BCPGH20  -  -  -        BDMSH20  -  -  -        BEAUTYH20  -  -  -        BECH20  -  -  -        BEMH20  -  -  -        BGRIMH20  -  -  -        BHH20  -  -  -        BJCH20  -  -  -        BLAH20  -  -  -        BLANDH20  -  -  -        BTSH20  -  -  -        CBGH20  -  -  -        CENTELH20  -  -  -        CHGH20  -  -  -        CKH20  -  -  -        CKPH20  -  -  -        COM7H20  -  -  -        CPALLH20  -  -  -        CPFH20  -  -  -        CPNH20  -  -  -        DELTAH20  -  -  -        DTACH20  -  -  -        EAH20  -  -  -        EGCOH20  -  -  -        EPGH20  -  -  -        ERWH20  -  -  -        ESSOH20  -  -  -        GFPTH20  -  -  -        GLOBALH20  -  -  -        GPSCH20X  -  -  -        GULFH20  -  -  -        GUNKULH20X  -  -  -        HANAH20  -  -  -        HMPROH20  -  -  -        ICHIH20  -  -  -        INTUCHH20  -  -  -        IRPCH20  -  -  -        ITDH20  -  -  -        IVLH20  -  -  -        JASH20  -  -  -        KBANKH20  -  -  -        KCEH20  -  -  -        KKPH20  -  -  -        KTBH20  -  -  -        KTCH20  -  -  -        LHH20  -  -  -        LPNH20  -  -  -        MAJORH20  -  -  -        MEGAH20  -  -  -        MINTH20  -  -  -        MTCH20  -  -  -        ORIH20  -  -  -        PLANBH20  -  -  -        PRMH20  -  -  -        PSHH20  -  -  -        PSLH20  -  -  -        PTGH20  -  -  -        PTTH20  -  -  -        PTTEPH20  -  -  -        PTTGCH20  -  -  -        QHH20  -  -  -        RATCHH20  -  -  -        ROBINSH20  -  -  -        RSH20  -  -  -        SH20  -  -  -        SAMARTH20  -  -  -        SAWADH20X  -  -  -        SCBH20  -  -  -        SCCH20  -  -  -        SGPH20  -  -  -        SIRIH20  -  -  -        SPALIH20  -  -  -        SPCGH20  -  -  -        SPRCH20  -  -  -        STAH20  -  -  -        STECH20  -  -  -        STPIH20  -  -  -        SUPERH20  -  -  -        TASCOH20  -  -  -        TCAPH20X  -  -  -        THAIH20  -  -  -        THANIH20  -  -  -        THCOMH20  -  -  -        TISCOH20  -  -  -        TKNH20  -  -  -        TMBH20X  -  -  -        TOPH20  -  -  -        TPIPLH20  -  -  -        TRUEH20  -  -  -        TTAH20  -  -  -        TTCLH20  -  -  -        TTWH20  -  -  -        TUH20  -  -  -        TVOH20  -  -  -        UNIQH20  -  -  -        VGIH20  -  -  -        VNGH20  -  -  -        WHAH20  -  -  -      GF10 Futures       GF10G20  22,560  -  665        GF10J20  22,620  -10  108        GF10M20  22,700  -10  19      GF50 Futures       GFG20  22,560  -  15        GFJ20  -  -  -        GFM20  -  -  -      Gold Online Futures       GOH20  1,570.40  +0.50  2,874      GOLD-D       GDH20  -  -  -      USD Futures       USDF20  -  -  -        USDG20  -  -  -        USDH20  -  -  -        USDM20  -  -  -      BB3 Futures       BB3H20  -  -  -        BB3M20  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5H20  -  -  -        TGB5M20  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3F20  -  -  -        RSS3G20  -  -  -        RSS3H20  -  -  -        RSS3J20  -  -  -        RSS3K20  -  -  -        RSS3M20  -  -  -        RSS3N20  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DF20  -  -  -        RSS3DG20  -  -  -        RSS3DH20  -  -  -        RSS3DJ20  -  -  -        RSS3DK20  -  -  -        RSS3DM20  -  -  -        RSS3DN20  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume     Most Active Put Volume         

นโยบายรัฐบาลเลือกตั้ง บนความเสี่ยงฐานะการคลัง

21 Jul 2019
อ่าน 2482 ครั้ง

บรรยากาศในหลายๆกระทรวงช่วงนี้ คึกคักเป็นพิเศษ เพราะมีพิธี การต้อนรับรัฐมนตรี ใหม่ ที่ต่างตบเท้าเข้าทำงาน ใครจะถือฤกษ์ ถือยามกันวันไหน เวลาไหน หรือกระทรวงไหนรัฐมนตรีมากบ้าง น้อยบ้างก็ว่ากันไป ขณะที่ข้าราชการเองก็ต่างเตรียมสรุปงานในมือ เพื่อให้ท่านๆ ได้พิจารณาอนุมัติ และเชื่อว่า หลายๆ กระทรวงจะมีการออกมาตรการต่างๆ ตามที่แต่ ละพรรคการเมืองได้ให้คำมั่นสัญญาไว้กับประชาชนในช่วงเดินสายหาเสียงเลือกตั้ง   

แต่ก่อนที่ท่านรัฐมนตรี และบรรดานักการเมืองพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายจะแปลงนโยบายหาเสียงออกมาเป็นภาคปฏิบัติ ผมอยากให้ท่านดูข้อมูลชุดหนึ่งที่เรียกว่า “กรอบความยั่งยืนทางการคลัง” ด้วยครับว่าฐานะการคลังของประเทศเป็นอย่างไร

สำหรับกรอบความยั่งยืนทางการคลังที่กล่าวถึงนี้ เป็นชุดข้อมูลที่ 4 เสาหลักทางเศรษฐกิจของประเทศ อันประกอบด้วยกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงบประมาณ ร่วมกันจัดทำขึ้น เพื่อเป็นแนว ทางในการดำเนินนโยบายการคลัง โดยคำนึงถึงกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 และประกาศคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังของรัฐ

กรอบความยั่งยืนทางการคลังนี้มีเป้าหมายเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านการคลังในระยะปานกลางและระยะยาว ประกอบด้วยตัวชี้วัดและเป้าหมาย (60-15-0-20-35-10-5) กล่าวคือ สัดส่วนหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ไม่เกิน 60% ภาระหนี้ต่องบประมาณไม่เกิน 15% การจัดทำงบประมาณสมดุล 

นอกจากนั้นยังกำหนดสัดส่วนรายจ่ายลงทุนต่องบประมาณรายจ่ายไม่ตํ่ากว่า 20% เพื่อให้มั่นใจว่าในแต่ละปีรัฐบาลจะมีงบลงทุนในโครงการใหม่ๆ ที่สำคัญยังกำหนดสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้รัฐบาลสุทธิไม่เกิน 35% สัดส่วนหนี้สาธารณะที่เป็น เงินตราต่างประเทศต่อหนี้สาธารณะ ทั้งหมด ไม่เกิน 10% สัดส่วนหนี้สาธารณะที่เป็นเงินตราต่างประเทศต่อรายได้จากการส่งออกสินค้าและบริการไม่เกิน 5%


 

จากการวิเคราะห์ของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) พบว่าสถานการณ์ทางด้านการคลังของประเทศในช่วง 5 ปี นับจากนี้ไปจนถึงปีงบ ประมาณ 2566 ซึ่งยังไม่รวมค่าใช้จ่ายจากนโยบายที่พรรคการ เมืองหาเสียงเอาไว้ พบว่าสัด ส่วนหนี้สาธารณะคงค้างต่อ GDP ในปีงบประมาณ 2562 อยู่ที่43.5% และเพิ่มขึ้นเป็น 48.8% ในปีงบ ประมาณ 2566 สัดส่วนภาระหนี้ต่องบประมาณอยู่ที่ระดับ 8.7% ในปีงบประมาณ 2562 และเพิ่มขึ้นเป็น 10.9% ในปีงบประมาณ 2566 

 

 

ขณะที่สัดส่วนรายจ่ายลงทุนต่องบประมาณรายจ่ายคาดว่าจะอยู่ในระดับเฉลี่ย 22.3% ของงบประมาณรายจ่ายตลอดช่วงปีงบประมาณ 2562-2566 และสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้รัฐบาลสุทธิ ในปีงบประมาณ 2562อยู่ที่ 26.9% และเพิ่มขึ้นเป็น 29.6% ในปีงบประมาณ 2566

แม้ว่าสถานการณ์ทางการคลังในด้านต่างๆ ยังไม่เกินกรอบว่ายั่งยืนทางการคลังที่กำหนดไว้ แต่สศค.ก็กังวลว่า ภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันและคาดการณ์อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะปานกลางยังคงได้รับผลกระทบจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก รัฐบาลจึงยังมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายงบประมาณขาดดุล เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างมีเสถียรภาพ

 

ยิ่งถ้าดูจากสมมติฐานของสศค.ที่ใช้ในการคำนวณจะพบว่าเป็นการคำนวณภายใต้สมมติฐานที่ว่าเศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของไทยจะเพิ่มจาก 16.99 ล้านล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 ไปอยู่ที่ 21.49 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นกว่า 4.5 ล้านล้านบาท ขณะที่หนี้สาธารณะจะเพิ่มขึ้นจากประมาณ 7.4 ล้านล้านบาทในปีงบประมาณ 2562 ทะลุ 10.49 ล้านล้านบาทในปี 2566

คงปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นไม่มากจาก 43.5% ในปีงบ ประมาณ 2562 เป็น 48.8% ในปี 2566 มาจากประมาณการตัว เลขภายใต้สมมติฐานที่ว่าเศรษฐกิจ จะขยายตัวอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าดูตัวเลขหนี้สาธารณะที่จะเพิ่มขึ้นในช่วง 4 ปีข้างหน้าอีกจำนวน 3 ล้านล้านบาท หรือปีละ 7.5 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงพอสมควร



ต้องยํ้าว่านี่เป็นการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการคลังที่ยังไม่ได้รวมรายจ่ายที่จะเพิ่มขึ้นจากนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ ที่หาเสียงเอาไว้ ซึ่งมีการประเมินตัวเลขคร่าวๆ เอาไว้ว่า จะต้องใช้เงินอย่างน้อย 2 แสนล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น มารดาประชารัฐ 181,000 บาทต่อคน ค่าแรงขั้นตํ่า 400-425 บาทต่อวัน ประกันราคาสินค้าเกษตร ข้าวเจ้า 12,000 บาทต่อตัน ยางพารา 65 บาท ยกเว้นภาษีการค้าออนไลน์ 2 ปี ลดภาษีบุคคลธรรมดา 10% เป็นระยะเวลา 10 ปี เพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 1,000 บาทต่อเดือน พักหนี้กองทุนหมู่บ้านฯ 4 ปี และตั้งกองทุนประชารัฐ หมู่บ้านละ 2 ล้านบาท เป็นต้น

ไม่มีใครปฏิเสธว่านโยบาย เหล่านี้เป็นนโยบายที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น แต่การดำเนินนโยบายต่างๆ ภายใต้งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำอย่างระมัด ระวัง ไม่สร้างภาระหนี้ให้กับลูกหลานในอนาคตมากเกินไป จนฐานะการคลังของประเทศอยู่ในขั้นวิกฤติหรือล้มละลายเหมือนที่หลายประเทศกำลังเผชิญ 

ถอดสูตรคุย โดย บรรทัดเหล็ก

หน้า 7 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3489 ระหว่างวันที่ 21 - 24 กรกฎาคม 2562


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij