21 ตุลาคม 2019

"สุริยะ"ลั่นดันโมเดลอีอีซีกระจายทุกภูมิภาค

17 Jul 2019
อ่าน 1062 ครั้ง

รมว.อุตสาหกรรมแย้มมีโอกาสผลักดันอีอีซีในทุกภูมิภาค  พร้อมเร่งเดินหน้าดัน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ตามนโยบายรัฐบาล  และหาแนวทางช่วยเหลือเอสเอ็มอี  ชี้เรื่องปรับค่าแรงให้รอข้อสรุปจากไตรภาคี  เผยเตรียมหารือส.อ.ท. เดือนสิงหาคม

หลังจากเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่ากระทรวงอุตสาหกรรมอย่างเป็นทางการ ภายหลังจากเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2562 ล่าสุด รมว. อุตฯได้เริ่มทำหน้าที่ทันทีในการเปิดงาน  Thailand Industry Expo 2019 ซึ่งภายหลังจากการเดินชมบูธต่างๆภายในงาน  ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้สัมภาษณ์

นายสุริยะ  จึงรุ่งเรืองกิจ  รมว. อุตสาหกรรม บอกว่า  โครงการลงทุนในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) ถือเป็นโครงการลงทุนขนาดใหญ่ที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ  ซึ่งขณะนี้มีแนวนโยบายที่จะกระจายโครงการลงทุนต่างๆ ไปยังพื้นที่อื่นในแต่ละภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชนและประเทศ

ส่วนเรื่องเร่งด่วนที่จะเข้ามาดำเนินการก่อน คือ การส่งเสริม 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่แห่งอนาคตตามนโยบายของรัฐบาล เช่น อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ การแพทย์ครบวงจร  เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ดิจิตอล การแปรรูปอาหาร ยานยนต์แห่งอนาคต อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ ท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ 


นอกจากนี้  จะมีการเร่งหาแนวทางให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (SMEs) โดยเบื้องต้นมีแนวคิดที่จะหารือกับกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) เกี่ยวกับแหล่งเงินทุนและมาตรการด้านการเงิน ช่วยปลดล็อกข้อจำกัดต่างๆ เช่น เรื่องเครดิตบูโร  การลดอุปสรรคในการการประกอบธุรกิจ รวมทั้งการกำกับดูแลโรงงานอุตสาหกรรมให้มีธรรมาภิบาลในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม

ขณะที่ในส่วนของเรื่องการปรับค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำนั้น  นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการไตรภาคีต้องไปหารือกันให้ได้ข้อสรุปก่อน  หากปรับค่าแรงขึ้นจะเป็นต้นทุนในกระบวนการผลิตสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคปลายทาง

ด้านความคืบหน้ากรณีข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทยสั่งปิดเหมืองทองอัคราของบริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด จำกัดบริษัทแม่ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด(มหาชน)นั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะอยู่ในขั้นตอนของอนุญาโตตุลาการ


อย่างไรก็ดี  ในส่วนของการบริหารจัดการเรื่องอ้อยและน้ำตาลนั้น  ต้องดูแลให้เหมาะสม  ดังนั้นการจะดูแลให้ราคาอ้อยขั้นต้นปรับขึ้นไปอยู่ที่ 1,000 บาทต่อตัน  จะต้องขอศึกษารายละเอียดก่อน  เพื่อไม่ให้ขัดกับข้อตกลงขององค์การการค้าโลก(WTO)

นายสุริยะ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า  ในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้  มีกำหนดการเดินสายพบภาคเอกชนที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื่อรับฟังความคิดเห็น  รวมถึงปัญหาต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งร่วมกันผลักดันส่งเสริมและขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมายตามนโยบายของรัฐบาล

นายสุพันธุ์  มงคลสุธี ประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า ช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ รมว.อุตสาหกรรม จะเข้าหารือกับสมาชิก ส.อ.ท.นั้น ทางภาคเอกชนเตรียมเสนอให้กระทรวงอุตสาหกรรมมีแนวทางสนับสนุนการใช้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ โดยอาจกำหนดหลักเกณฑ์ไว้ในโครงการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐว่าต้องมีสัดส่วนการใช้สินค้าที่ผลิตในประเทศอย่างน้อย 50-60% เพราะปัจจุบันมีเพียงอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตขึ้นในประเทศสูงถึง 60-70% รวมถึงจะเสนอให้มีการสนับสนุนจัดตั้งกองทุนนวัตกรรม เพื่อต่อยอดและช่วยเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับเอสเอ็มอี
                อย่างไรก็ตาม  มองว่ามาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาทของ ธปท. ขณะนี้เป็นเพียงมาตรการแก้ปัญหาในระยะสั้น  โดยภาคเอกชนอยากให้ ธปท.มีมาตรการดูแลค่าเงินบาทในระยะยาวมากขึ้น เพื่อรองรับความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะข้างหน้า เช่น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงจากปัจจุบัน 1.75% เพื่อชะลอการไหลเข้าของเงินทุนต่างชาติที่เข้ามาเก็งกำไรจากค่าเงิน


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij