14 ตุลาคม 2019

 พิษจัดเลือกตั้งป่วนกกต.เด้ง"ณัฏฐ์" พ้นรองเลขาฯ ลดชั้นนั่งผอ.สถาบัน

16 Jul 2019

พิษจัดเลือกตั้งป่วนกกต.เด้ง"ณัฏฐ์" พ้นรองเลขาฯ ไปเป็นผอ.สถาบัน ฯมีผล 22 ก.ค. เจ้าหน้าที่วิจารณ์แซดเหมือนลงโทษ เหตุตำแหน่งใหม่เท่ากับถูกลดชั้น

 

วันนี้(16ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อค่ำวันที่ 15 ก.ค. พ.ต.อ.จรุงวิทย์  ภุมมา เลขาธิการกกต. ได้ลงนามในคำสั่งสำนักงานกกต.เรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายพนักงานประเภทบริหารระดับสูง และคำสั่งเรื่องมอบอำนาจของ เลขาธิการกกต.ให้รองเลขาธิการกกต.และผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งปฏิบัติหน้าที่แทน และได้มีหนังสือแจ้งคำสั่งทั้ง 2 ฉบับไปยังสำนักงานกกต. ประจำจังหวัดทุกจังหวัดและกรุงเทพมหานครแล้ว โดยให้คำสั่งดังกล่าว มีผลนับตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. เป็นต้นไป

ประเด็นที่น่าสนใจของคำสั่งทั้ง 2 ฉบับคือการปรับย้ายนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล รองเลขาธิการกกต.ที่รับผิดชอบงานการเลือกตั้งส.ส.เมื่อวันที่ 24 มี.ค.ที่ผ่านมา ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง แล้วเลื่อนตำแหน่ง นายไพบูลย์  เหล็กพรหม  ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการกกต.รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วมฯโดยให้นายเมธา ศิลาพันธ์ รองเลขาธิการกกต.ที่รับผิดชอบงานด้านการมีส่วนร่วมฯ ไปรับผิดชอบงาน ด้านบริหารการเลือกตั้งและการออกเสียงประชามติแทน

ทั้งนี้ในการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมา กกต.ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งตั้งแต่การแบ่งเขตเลือกตั้งการกำหนดวันเลือกตั้ง ว่าเอื้อประโยชน์ต่อคสช.และพรรคพลังประชารัฐ การจัดส่งบัตรเลือกตั้งนิวซีแลนด์มาไม่ทันจนไม่สามารถนับเป็นคะแนนได้ ความผิดพลาดในระบบการรายงานผลการนับคะแนนการรวมคะแนนการประกาศผลคะแนนการเลือกตั้ง หรือสูตรการคิดคำนวณจำนวนส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่ค้านสายตาประชาชน

 

รวมถึงการไม่สามารถ ชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจและเชื่อมั่นในการจัดการเลือกตั้งของกกต.ได้ ซึ่งภารกิจเหล่านี้ขณะนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของนายณัฏฐ์ และมีการคาดการณ์ ว่าหลังการเลือกตั้งอาจมีการย้ายนายณัฏฐ์พ้นจากตำแหน่งดังกล่าว แต่ที่ทำให้การปรับย้ายครั้งนี้ตกเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในหมู่พนักงาน เจ้าหน้าที่ กกต. ว่าสำนักงานอาจดำเนินการไม่ถูกต้อง เนื่องจากเห็นว่า แม้ตำแหน่งผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งจะมีชื่ออยู่ในระนาบเดียวกับตำแหน่งรองเลขาธิการกกต.คือบริหารระดับสูง แต่ก็เป็นตำแหน่งเทียบเท่า ที่รู้กันว่ามีศักดิ์ต่ำกว่ารองเลขาธิการกกต.โดยในอดีตที่เคยปฏิบัติหากมีการปรับย้ายรองเลขาธิการกกต.จะเป็นการเลื่อนขึ้นตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ

แต่ปัจจุบันตำแหน่งดังกล่าวตามระเบียบบริหารงานบุคคลของสำนักงานกกต.ปี 2561 ถูกกำหนดเป็นตำแหน่งวิชาการที่ยังไม่มีการออกหลักเกณฑ์การเข้าสู่ตำแหน่ง ขณะเดียวกันมีรายงานว่ากกต. มีแนวความคิดที่จะให้สำนักงานเปิดตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักงานขึ้นมารองรับแต่สำนักงานฯยังเห็นว่าอาจจะมีปัญหาข้อกฎหมายไม่รองรับและงบประมาณไม่เพียงพอจึงยังไม่มีการดำเนินการ

อย่างไรก็ตามใน กกต.ชุดที่แล้วเมื่อปี 2561 ที่มีการเลื่อนตำแหน่งนายกฤช เอื้อวงศ์ จากผอ.สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ขณะนั้นขึ้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการกกต.โดยไม่ผ่านกระบวนการสมัครสอบคัดเลือก ก็เกิดการร้องเรียน ว่าตำแหน่งผอ.สถาบันฯเป็นแค่ตำแหน่งเทียบเท่า ไม่ใช่ตำแหน่งบริหารที่มีศักดิ์เท่ารองเลขาธิการ ซึ่งพนักงาน กกต.ส่วนมากก็เห็นด้วยกับข้อร้องเรียนดังกล่าว รวมทั้งเห็นว่า เมื่อนายกฤช ได้เลื่อนขั้นเป็นรองเลขาธิการกกต.แล้ว การที่คำสั่งสำนักงานกกต.ให้นายกฤช เป็นรองเลขาธิการ ที่อยู่ในลำดับอาวุโสน้อยกว่า นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการกกต.ที่รับผิดชอบงานพรรคการเมือง ก็เท่ากับสำนักงานฯ ยอมรับอยู่ในทีแล้วว่า ทั้ง 2 ตำแหน่งไม่ใช่ตำแหน่งบริหารที่มีศักดิ์เท่ากัน

โดยตำแหน่งผอ.สถาบันมีศักดิ์ต่ำกว่า เพราะมิฉะนั้นแล้ว คำสั่งสำนักงาน ต้องให้นายกฤชเป็นรองเลขาฯที่อยู่ในลำดับอาวุโสสูงกว่านายแสวง เพราะนายกฤช ขึ้นตำแหน่ง ผอ.สถาบันฯก่อนนายแสวงเข้าสู่ตำแหน่งรองเลขาฯ  ดังนั้นการปรับย้ายนายณัฏฐ์จากรองเลขาธิการกกต.มาเป็นผอ.สำนักพัฒนาการเมือง จึงถูกมองเป็นการลดชั้นและเป็นการลงโทษกรณีเกิดความผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งใช่หรือไม่ และเนื่องจากวันนี้เป็นวันหยุด พบว่า พนักงานของสำนักงาน กกต. รวมทั้งลูกน้อง เมื่อรับทราบคำสั่งดังกล่าว ต่างก็เข้าไปแสดงความคิดเห็นและให้กำลังใจนายณัฏฐ์ ในเฟซบุ๊กส่วนตัว ขณะที่นายณัฏฐ์เองยังไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ โพสต์เพียงสั้นๆ ว่า หนังเศร้าแต่ฉันก็โอเค เพราะอยู่คนเดียว

ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการกกต. ยอมรับว่า ได้ลงนามในคำสั่งย้ายนายณัฏฐ์ เล่าสีห์สวกุล จากรองเลขาธิการกกต. ไปเป็นผอ.สำนัก พัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งจริง ซึ่งได้สลับสับเปลี่ยนใน 3-4 ตำแหน่งตามความเหมาะสม

ผู้สื่อข่าวถามว่าการโยกย้ายครั้งนี้เป็นเรื่องที่ตั้งจากสำนักงานหรือมาจากคณะกรรมการกกต.พ.ต.อ.จรุงวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของสำนักงาน แต่ได้ฟังความเห็นจากคณะกรรมการกกต.ด้วยส่วนสาเหตุมาจากปัญหาการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมาหรือไม่นั้น เลขาธิการกกต. ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นประเด็นหลัก ทุกอย่างพิจารณาตามความเหมาะสม อย่างไรก็ตามสำหรับตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาการเมืองนั้น ถือว่ามีงานใหญ่ที่รออยู่ เพราะสำนักงานกำลังจะจัดตั้งสถาบันวิทยาการการเมือง ทั้งนี้ส่วนตัวได้มีการพูดคุยกับนายณัฏฐ์แล้ว ยืนยัน ไม่ได้ออกคำสั่งกระทันหัน

 

 




ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij