21 ตุลาคม 2019

ตลท. เดินหน้าพัฒนาสังคม จัด SET Social Impact Day 2019

07 Jul 2019
อ่าน 334 ครั้ง

สัมภาษณ์

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) นอกจากจะเป็นแหล่งระดมทุนสำหรับภาคธุรกิจแล้ว ยังมีบทบาทในการพัฒนาสังคม ผ่านการทำงานของตลท.และมูลนิธิตลท. ด้วยแนวคิดในการเป็นอีกภาคส่วนสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันตลท.เป็นกำลังหลักในการส่งเสริม ESG (Environment Social Governance) ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) และสถาบันการเงินในตลาดทุน รวมทั้งได้พัฒนาแพลตฟอร์ม SET Social Impact Platform เพื่อเชื่อมต่อและต่อยอดระหว่างภาคธุรกิจและภาคสังคมให้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนอีกด้วย

ภากร  ปีตธวัชชัย

นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. เปิดเผยว่า SET Social Impact Platform เป็นพื้นที่นำเสนอการทำงานด้านการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืนของภาคธุรกิจ (Impact Biz) และภาคสังคม (Impact Creator) และส่งเสริมให้เกิดการต่อยอดการทำงานระหว่างกัน โดยมีเป้าหมายในการสร้างผลลัพธ์ทางสังคมร่วมกัน การแชร์ศักยภาพ และการขยายผล ทั้งนี้ การดำเนินงานผ่านแพลต ฟอร์ม SETsocialimpact.com และพัฒนาโครงการผ่านกิจกรรมต่างๆ เป็นแหล่งความรู้ด้านธุรกิจเพื่อสังคม โดยเน้นการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ระหว่างภาคสังคม และภาคตลาดทุน (Online-to-Offline)

จากการดำเนินงานดังกล่าว ทำให้ในวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2562 ตลท.ได้จัดกิจกรรม SET Social Impact Day 2019 ณ หอประชุมศาสตราจารย์สังเวียน อินทรวิชัย ชั้น 7 อาคารตลท. การจัดครั้งนี้เป็นปีที่ 4 ด้วยแนวคิดหลัก “Partnership for Impact Co-Creation : ออกแบบ ทางออก มหาชน” โดยตลท.เป็นแพลตฟอร์มพื้นที่กลาง ที่ทำหน้าที่เชื่อมต่อสังคมและภาคธุรกิจ ให้เกิดพลังในการพัฒนาอย่างยั่งยืน ส่งเสริมให้เกิดพันธมิตร “ร่วมมือทำงานเพื่อความยั่งยืน” สะท้อนแนวคิดหลักที่ว่า ทุกคน ทุกองค์กร ทุกภาคส่วน ไม่เคยถูกโดดเดี่ยวจากโอกาส ไม่ควรโดดเดี่ยวจากความพยายาม ไม่คิดอย่างเดียวดายเพื่อความยั่งยืน “Partnership”

สำหรับพันธมิตรในการจัดงานประกอบด้วย สภาธุรกิจตลาดทุนไทย บริษัท ไลฟ์อีส กรุ๊ป จำกัด (LIFEiS) สมาคมบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลัก ทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (maiA) โครงการพอแล้วดี The Creator และองค์กรภาคธุรกิจและภาคสังคม นอกจากนี้ ผู้ร่วมกิจกรรม ประกอบด้วย ภาคตลาดทุนและภาคธุรกิจบันเทิง ได้แก่ บริษัทจดทะเบียน บริษัทจำกัด โครงการต่างๆ เป็นต้น ขณะที่ภาคสังคม ได้แก่ ธุรกิจเพื่อสังคม สมาคมและมูลนิธิ และสถาบันการศึกษา เป็นต้น

 


ทั้งนี้ ภายในงานมีกิจกรรมเพื่อสังคม ประกอบด้วย Impact Seminar เวทีที่บรรจุสัมมนาถึง 10 หัวข้อ ครอบคลุม 5 มิติของปัญหาของสังคมไทย ที่มุ่งสร้างให้เกิดการแลกเปลี่ยนแนวคิด และนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อช่วยคิดและค้นหาทางออกการทำงานร่วมกันในการแก้ไขปัญหาสังคมอย่างยั่งยืน โดยวิทยากรทั้งภาคธุรกิจ ภาคสังคม ภาคการศึกษาและภาคบันเทิงที่มุ่งทำงานเพื่อเปลี่ยนแปลงสังคมในเชิงบวก ส่วน Impact Gallery (SE showcase) บูธผู้ประกอบธุรกิจเพื่อสังคม นำเสนอแนวคิดการทำธุรกิจเพื่อผลลัพธ์ในการแก้ไขปัญหาให้กับสังคมไทยในมิติต่างๆ เพื่อการเชื่อมโยงกับภาคตลาดทุน เพื่อส่งเสริมศักยภาพการดำเนินธุรกิจ


 

 

ขณะที่ Impact Dialogue Rooms พื้นที่เพื่อการสนทนาประเด็นเชิงลึก เพื่อผลักดันให้เกิดการทำงานและการเสริมสร้างศักยภาพธุรกิจเพื่อสังคมร่วมกันในอนาคต และ Impact Market จำหน่ายสินค้าของธุรกิจเพื่อสังคมหลากหลาย ที่สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มและความเข้มแข็งให้กับชุมชนต่างๆ ผู้ด้อยโอกาส ตอบโจทย์การแก้ไขปัญหาสังคมไทยร่วมกันทั้งผู้ผลิตและผู้ซื้อ

เห็นได้ว่า 3 ปีที่ผ่านมา ตลท.สามารถขับเคลื่อนตลาดทุนไปพร้อมๆ กับการพัฒนาเพื่อสังคมสู่ความยั่งยืนได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ทุกอย่างมารวมอยู่ที่เดียวกันได้แบบไม่แบ่งแยก และสามารถเป็นแบบอย่างในการอยู่ร่วมกันได้เป็นอย่างดี 

 

หน้า 17-18 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3485 วันที่ 7-10 กรกฎาคม 2562


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij