21 ตุลาคม 2019

หั่น2.5พันล้าน มาบตาพุดเฟส3 แลกกัลฟ์ลงทุน

22 Jun 2019
อ่าน 2110 ครั้ง

กนอ.เร่งเดินหน้าลงนามสัญญามาบตาพุด เฟส 3 ก.ค.นี้ หลังครม.ไฟเขียวปรับปรุงหลักการโครงการ เหลือผลตอบแทนทางการเงินขั้นตํ่า 6,721 ล้านบาท จากเดิม 9,311 ล้านบาท แลกกับภาครัฐ ไม่ต้องหาเงินลงทุนเอง ทยอยชำระคืน 30 ปี

ในการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบการปรับปรุงหลัก การของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 โดยเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินร่วมลงทุนของรัฐ หักค่าสิทธิการร่วมลงทุนจากเอกชนสุทธิ 710 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 30 ปี รวมทั้งเปลี่ยนแปลงผลตอบแทนทางการเงินขั้นตํ่าของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จากการร่วมลงทุนกับเอกชนช่วงที่ 1 และช่วงที่ 2 รวมเท่ากับมูลค่าปัจจุบันสุทธิประมาณ 6,721 ล้านบาท (อัตราคิดลด 6.48%) ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เสนอ

ทั้งนี้ เป็นผลสืบเนื่องจากกลุ่มกิจการร่วมค้ากัลฟ์และพีทีที แทงค์ ยื่นเสนอโครงการดังกล่าวเพียงรายเดียว ขอแก้ไขหลักการดังกล่าว หลังจากที่ได้ยื่นข้อเสนอขอรับเงินจำนวนเงินลงทุนของรัฐหักค่าให้สิทธิการร่วมลงทุนสุทธิ 1,516 ล้านบาทต่อปี เป็นระยะเวลา 30 ปี รวมเป็นเงินที่ กนอ. ต้องชำระ 45,480 ล้านบาท จากเดิมที่ครม.มีมติเห็นชอบไว้เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 จำนวน 516.36 ล้านบาทต่อปี โดยหักค่าสิทธิการร่วมลงทุนแล้ว 100 ล้านบาทต่อปี และทางคณะกรรมการคัดเลือกฯ ได้มีการเจรจาต่อรองมาเป็นระยะๆ จนได้ข้อยุติดังกล่าว

การปรับปรุงหลักการดังกล่าว ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนทางการเงิน (FIRR) ของกนอ.ลดลงเหลือ 9.21% จาก 11.80% และมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สุทธิของโครงการ(NPV) ของกนอ.จากการร่วมลงทุนกับเอกชนช่วงที่ 1 (อัตราคิดลด 6.48%) จากเดิม 2,729 ล้านบาท เหลือ 139 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สุทธิของโครงการ(NPV) ของกนอ.จากการร่วมลงทุนกับเอกชนในช่วงที่ 2 (อัตราคิดลด 6.48%) ยังเท่าเดิมที่ 6,582 ล้านบาท เมื่อรวมมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สุทธิของโครงการ(NPV) ของกนอ.จากการร่วมลงทุนกับเอกชนทั้ง 2 ช่วง จะลดลงจาก 9,311 ล้านบาท เหลือ 6,721 ล้านบาทหรือลดลงไป 2,590 ล้านบาท และส่งผลให้อัตราผลตอบแทนทางการเงินของเอกชนเพิ่มขึ้นเป็น 10.73% จากเดิม 10.06 % และมูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์ตอบแทนสุทธิของโครงการ (NPV) ของเอกชน (อัตราคิดลด 7.47%) เพิ่มขึ้นเป็น 14,298 ล้านบาท จากเดิม 12,981 ล้านบาท


จากมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) ที่เห็นชอบข้อเสนอของเอกชน และนำเสนอครม.พิจารณาเห็นชอบไปแล้วนั้น กำลังเป็นข้อสงสัยของหลายฝ่ายว่า เป็นการเจรจาที่ภาครัฐเสียเปรียบเอกชนหรือไม่ หรือมีการเอื้อ ผลประโยชน์ให้กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่ เพื่อให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไปได้ เนื่องจากมีข้อสังเกตในรายงานที่ประชุม กพอ.ว่านายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารไทยและ นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศ ไทย ในฐานะกรรมการ กพอ.มีหนังสือลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2562 ถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ประธาน กพอ.ว่าไม่ขอร่วมลงมติเกี่ยวข้องโครงการดังกล่าวนี้ เนื่องจากมีการปฏิบัติงานอันอาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนได้

นายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การที่ตัวเองและนายปรีดี ดาวฉาย ไม่รับมติกพอ.ในการปรับปรุงหลักการของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ 3 ช่วงที่ 1 เนื่องจากเป็นคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) ของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หากทางธนาคารกสิกรไทย ไปปล่อยกู้ให้กับโครงการ อาจจะเกิดข้อครหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนได้ และถือเป็นการดำเนินงานที่ผิดกฎของธนาคารแห่งประเทศไทย

นางสาวสมจิณณ์ พิลึก ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า ยังยืนยันว่าการเจรจาต่อรองกับภาคเอกชน ไม่ได้ทำให้กนอ.เสียเปรียบ จากการปรับปรุงหลักการโครงการ เพราะแทนที่แต่เดิมรัฐจะเป็นผู้ลงทุนเอง 1.29 หมื่นล้านบาท ในการถมทะเล แต่เมื่อเอกชนเสนอมาลงทุนเองทั้งหมด โดยรับภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจริง และให้รัฐทยอยจ่ายเป็นเวลา 30 ปี เมื่อเทียบกับโครงการอื่นรัฐจะทยอยจ่ายเพียง 10 ปีจึงถือว่ามีความคุ้มค่า แม้มูลค่าปัจจุบันของผลประโยชน์สุทธิของโครงการจะลดลงเหลือ 6,721 ล้านบาท จากเดิม 9,311 ล้านบาท แต่ถือว่ามีข้อดีที่กนอ.ไม่ต้องไปจัดหาแหล่งเงินกู้หรือต้องแบกรับภาระดอกเบี้ยที่เกิดขึ้น

ส่วนการดำเนินงานจากนี้ไปจะเสนอผลการเจรจาและคัดเลือกเอกชนไปยังกพอ.รับทราบ และจะส่งร่างสัญญา ไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วเสร็จภายในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้ และหลังจากนั้นจะนำกลับมาเสนอกพอ. เพื่อนำเสนอครม.เห็นชอบต่อไป คาดว่าจะสามารถลงนามในสัญญา ร่วมลงทุนกับภาคเอกชนได้เร็วสุดในเดือนกรกฎาคมนี้ 

หน้า 1 ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 3,480 วันที่ 20 - 22 มิถุนายน พ.ศ. 2562



ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij