19 ตุลาคม 2019

เปิดกลยุทธ์ ‘ดิ ออริจิ้น’ สร้างแบรนด์เจาะ New Entry

19 Jun 2019
อ่าน 1099 ครั้ง

คอลัมน์ผ่ามุมคิด

 

เพียง 10 ปี บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ไต่ระดับเข้าสู่ทำเนียบบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ 1 ใน 5 อันดับแรก จากแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ชัดเจนคือพัฒนาคอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า โดยเน้นบุกเบิกตลาดบลูโอเชียน ทำเลที่มีศักยภาพแต่คู่แข่งยังไม่มาก

ถึงวันนี้ออริจิ้น วางแผนเขย่าตลาดคอนโดมิเนียมครั้งใหม่ บุกแมสคอนโดมิเนียมระดับราคา 1-3 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่มีอัตราการดูดซับที่น่าสนใจ โดยในปี 2561 การดูดซับอยู่ที่ประมาณ 72,000 ล้านบาท ดังนั้นการบุกครั้งนี้บริษัทได้ปั้นแบรนด์ “ดิ ออริจิ้น” ให้เป็นไฟติ้งแบรนด์ จับลูกค้ากลุ่มที่เพิ่งจบการศึกษาและเริ่มทำงาน หรือกลุ่ม entry level อายุระหว่าง 22-28 ปี ที่ต้องการคอนโดมิเนียมเป็นบ้านหลังแรก

นายอภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เปิดเผยว่า บริษัทเคยทำตลาดแมสคอนโดมิเนียมในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ ภายใต้แบรนด์ คาบาน่า, ทรอปิคาน่า และบีลอฟท์ ก่อนจะหันไปรุกตลาดไฮเอนด์อย่างในปัจจุบัน เมื่อมีแนวคิดจะทำตลาดนี้อีกครั้งก็ต้องการขมวดแบรนด์ที่มีทั้งหมดให้มีเพียงแบรนด์เดียว เพื่อให้การสื่อสารเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายมีความชัดเจน จึงสร้างแบรนด์น้องใหม่ ดิ ออริจิ้น ขึ้น

อภิสิทธิ์ สุนทรชูเกียรติ

แนวทางการทำตลาดของแบรนด์ ดิ ออริจิ้น จะชูแนวคิดความเข้าใจลูกค้า (empathy) เป็นแกนหลักในการออกแบบสินค้า และงานบริการ ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้อยู่อาศัย

“ในตลาดไฟติ้ง แบรนด์ ปกติบริษัทผู้พัฒนาคอนโดมิเนียมจะมองที่กรอบของห้อง และฟังก์ชันจะใส่อะไรลงไป แต่วันนี้ทีมดีไซเนอร์ของออริจิ้น เปลี่ยนวิธีคิดการออกแบบใหม่ ให้ความสำคัญกับจุดเล็กๆ ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้ากลุ่มเจนวาย และเจนซี อย่างเช่น จะมีปลั๊กไฟชาร์จมือถือที่หัวเตียง หรือที่วางมือถือในห้องนํ้า ด้านบริการ เช่น แม่บ้าน จะเป็นบริการระดับโฮเต็ล เซอร์วิส ที่จะมีในคอนโดฯระดับไฮเอนด์ ทำให้การอยู่คอนโดดีขึ้นประมาณนี้”

สำหรับการบุกตลาดจะเริ่มช่วงครึ่งปีหลังนี้ วางแผนเปิดขาย 6 โครงการ 6 ทำเล มี สุขุมวิท, พหลโยธิน, รามอินทรา, รามคำแหง, รัชดาฯ และลาดพร้าว โดยตั้งราคาขายอยู่ระหว่าง 7 หมื่น-1 แสนบาทต่อตารางเมตร 


โครงการแรก ดิ ออริจิ้น รามคำแหง 209 ย่านมีนบุรี ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีที่เป็นจุดตัดรถไฟฟ้า 2 เส้นคือ สีชมพูและสีส้ม อนาคตถ้าจะเดินทางเข้าในเมืองก็ใช้สายสีส้ม ถ้าจะออกไปแจ้งวัฒนะ เมืองทองธานี ก็ใช้สายสีชมพู ในทำเลนี้ถือเป็นบลูโอเชียน คู่แข่งมีไม่มาก การออกแบบเป็นอาคารสูง 31 ชั้น จำนวน 1,007 ยูนิต แต่มีการแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ซ้าย-ขวา แล้วมีแกนตรงกลาง ทำให้จำนวนยูนิตแต่ละปีกไม่รู้สึกแออัดเกินไป ด้วยการวางผังที่จัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกให้มีที่ชั้นล่าง ชั้น 27 และรูฟท็อป มีที่จอดรถ และสนามบาส ทำให้คนอยู่อาศัยสามารถใช้ชีวิตได้หลายจุด

“ช่วงเปิดตัวโครงการแรกวันที่ 29 มิถุนายนนี้ จะมีหนังโฆษณาแบรนด์ ดิ ออริจิ้น 1 เรื่อง และโครงการอีก 4 เรื่อง โดยดึง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ เป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ เพื่อสร้างแบรนด์ให้มีสีสัน เริ่มยิงเดือนกรกฎาคม และต่อเนื่องไป เพื่อให้คนรู้จักแบรนด์มากขึ้น


 

โฆษณาจะดึงคาแรกเตอร์ที่เป็นตัวตนของซันนี่ ที่เป็นหนุ่มเท่ สมาร์ท และเป็นคนสนุกสนาน มาสะท้อนแบรนด์ของเรา ซึ่ง ดิ ออริจิ้น เป็นแบรนด์วัยรุ่น มีความเป็นหนุ่มเป็นสาว ก็อยากจะเอามาใส่กับแบรนด์ของเรา เพื่อทำให้แบรนด์นี้ดูมีชีวิตชีวา มีความสนุกและเข้ากับกลุ่มคนได้ง่ายขึ้น” นายอภิสิทธิ์กล่าวทิ้งท้าย คาดการณ์นับจากนี้ตลาดแมสคอนโดมิเนียมคงมีสีสันมากขึ้น 

 

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ปีที่ 39 ฉบับ 3,479 วันที่ 16-19 มิถุนายน 2562


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij