17 ตุลาคม 2019

หนุนรัฐบาลใหม่ ลุย‘เมกะโปรเจ็กต์’

11 Jun 2019
อ่าน 2842 ครั้ง

ธุรกิจรับเหมาโตรับ รัฐบาลชุดใหม่ 5-7% จากอานิสงส์ เร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่รัฐอีอีซี-รถไฟฟ้า-บิ๊กโปรเจ็กต์เอกชน

ศูนย์วิจัยกรุงศรี ระบุว่า แม้ปี 2562 มูลค่าการลงทุนก่อสร้าง มีแนวโน้มเติบโตไม่มากเฉลี่ย 3.5-5.0% ผลจากนักลงทุนรอความชัดเจนภายหลังมีคณะรัฐบาลชุดใหม่ อย่างไรก็ตาม เมื่อรัฐบาลเข้าบริหารงานแล้ว เป็นที่คาดหมายว่า ปี 2563 และปี 2564 ธุรกิจรับเหมามีแนวโน้มขยายตัวเป็น 5-7% และ 7.5-9.5% ตามลำดับ ตามการเร่งลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐและการลงทุนภาคเอกชนที่คาดว่าจะเติบโตตาม ความเชื่อมั่นและภาวะเศรษฐกิจ โครงการที่โดดเด่นยังเป็นโครงการที่พัฒนาในเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี, โครงการรถ ไฟฟ้า, โครงการ มิกซ์ยูส เช่นเดียวกับโอกาสทองในประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน จากการขยายการลงทุนอสังหาริมทรัพย์

 


นายสมประวิณ มันประ เสริฐ ผู้บริหารสายงานวิจัย และหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ กรุงศรี ระบุว่า ข้อมูลพื้นฐานช่วงปี 2552-2561 มูลค่าการลงทุนก่อสร้างมีสัดส่วนเฉลี่ย 8.1% ของ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศมีผลต่อการจ้างงานและเชื่อมโยงกับธุรกิจต่อเนื่องที่หลากหลาย เช่น ธุรกิจวัสดุก่อสร้าง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น งานก่อสร้างในประเทศ แบ่งออกเป็น 2 ประเภทตามลักษณะผู้ว่าจ้างงาน ได้แก่ งานก่อสร้างของภาครัฐและงานก่อสร้างของภาคเอกชน โดยมีสัดส่วนของมูลค่าการลงทุนเฉลี่ย 53:47 งานก่อสร้างของภาครัฐ ส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 80% ของมูลค่าก่อสร้างงานภาครัฐทั้งหมด ส่วนที่เหลือเป็นโครงการก่อสร้างอาคารของหน่วยงานรัฐ, ที่พักของข้าราชการ ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่มักจะได้เปรียบในการรับงานภาครัฐ โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เนื่องจากมีประสบการณ์ มีความชำนาญเฉพาะด้าน มีศักยภาพทางการเงิน มีการพัฒนาเทคนิคและ เทคโนโลยีในงานก่อสร้างมาอย่างต่อเนื่อง ส่วนผู้รับเหมา SMEs จะมีโอกาสรับงานภาครัฐในลักษณะของผู้รับเหมาช่วง


ทั้งนี้งานก่อสร้างของภาคเอกชนจะกระจุกตัวในงานก่อสร้างที่อยู่อาศัยเฉลี่ย 56% ของมูลค่าก่อสร้างงานภาคเอกชนทั้งหมด ที่เหลือเป็นงานก่อสร้าง โรงงานอุตสาหกรรมสัดส่วน 10% พาณิชย กรรม 10% และอื่นๆ อีก 24% เช่น โรงแรม และโรงพยาบาล โดยงานก่อสร้างภาคเอกชนมักผันแปร ตามความเชื่อมั่นในการลงทุนซึ่งขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ สภาวะเศรษฐกิจ เสถียรภาพการเมือง การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและนโยบายกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ ทั้งนี้ผู้รับเหมารายใหญ่ที่เน้นรับงานก่อสร้างภาคเอกชนโดยส่วนใหญ่มักมี กำไรมากกว่ารายที่เน้นรับเหมางานภาครัฐ แต่โครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐส่วนมากมีมูลค่าสูงกว่าโครงการขนาดใหญ่ของ ภาคเอกชน ส่วนด้านผู้รับเหมา SMEs กลุ่มงานก่อสร้างภาคเอกชน โดยทั่วไปเป็นโครงการที่มีมูลค่าก่อสร้างน้อยและมีขั้นตอนการก่อสร้างไม่ซับซ้อน นอกจากงานก่อสร้างในประเทศ ผู้รับเหมาก่อสร้างของไทยยังขยายฐานลูกค้าออกไปรับงานในต่างประเทศ (ส่วนมากเป็นผู้รับเหมารายใหญ่) ซึ่งปัจจุบันเน้นรับงานก่อสร้างในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา สปป.ลาว และเมียนมา (CLM) เนื่องจากประเทศเหล่านี้กำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่ง อำนวยความสะดวก เช่น โครงข่ายถนน รถไฟ และโรงไฟฟ้า

 

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ  ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,477  วันที่ 9-12 มิถุนายน 2562 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij