15 ตุลาคม 2019

FTA ไทย-‘อียู’ยื้อ เวียดนามชิงธง การ์เมนต์สูญ3หมื่นล.

02 Jun 2019
อ่าน 1049 ครั้ง

การ์เมนต์หวั่นการเมืองไม่เสถียร เจรจา FTA ไทย-อียูส่อดีเลย์ ผวา เสียเปรียบเวียดนามหนัก หลังบรรลุข้อตกลง FTA กับอียูตัดหน้าไทย .หอการค้าไทยชี้ 3 ปีจากนี้ทุบส่งออกการ์เมนต์ไทยวูบกว่า 3 หมื่นล้าน อีกด้านได้อานิสงส์เทรดวอร์ส่งออกไปสหรัฐฯ 4 เดือนแรกโต 10%

 

จากสถานการณ์ทางการเมืองไทยที่ยังไม่มีเสถียรภาพ จากยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลใหม่ขึ้นมาขับเคลื่อนประเทศให้เดินหน้าต่อไปได้ อีกด้านหนึ่งเวียดนามคู่แข่งรายสำคัญของสินค้าเครื่องนุ่งห่ม (การ์เมนต์) ไทยได้บรรลุข้อตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) กับสหภาพยุโรป (อียู) แล้ว คาดความตกลงจะมีผลบังคับใช้ในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ ยิ่งทำให้สินค้าจากเวียดนามชิงได้เปรียบสินค้าไทยมากขึ้นจากอัตราภาษีนำเข้าที่จะลดตํ่าลง

นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เผยกับฐานเศรษฐกิจว่า หากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่มีความล่าช้า หรือไม่มีเสถียรภาพจะกระทบต่อความมั่นใจของลูกค้าจากอียูในการสั่งซื้อสินค้า จากเดิมคาดหวังว่ารัฐบาลใหม่ของไทยจะรื้อฟื้นการเจรจาเอฟทีเอกับอียูในเร็ววัน หลังจากว่างเว้นมานานกว่า 5 ปี อาจมีผลให้ลูกค้าหันไปนำเข้าสินค้าจากเวียดนามมากขึ้น เนื่องจากภาษีนำเข้าสินค้าเครื่องนุ่งห่มจากเวียดนามในตลาดอียูจากอัตราเดิม 12% จะถูกปรับลดลงเหลือ 3.5% และเหลือ 0.5% ในปี 2563 ขณะที่สินค้าไทยยังเสียภาษีนำเข้าเฉลี่ยที่ 12% เช่นเดิม ยิ่งทำให้เสียเปรียบในการแข่งขันมากขึ้น

 


ไทยส่งออกการ์เมนต์ไปอียูคิดเป็นเกือบ 30% หรือสัดส่วน 1 ใน 3 ของการส่งออกไปทั่วโลก (ปี 2561 ไทยส่งออก การ์เมนต์ไปทั่วโลก 7.9 หมื่นล้านบาท) ซึ่งลูกค้าอียูส่วนใหญ่เป็นลูกค้าเก่าที่มีศักยภาพ หากไทยไม่มีเอฟทีเอคงได้รับผลกระทบจากสินค้าเวียดนามที่จะส่งไปอียูได้เพิ่มขึ้น จากปัจจุบันผู้ส่งออกการ์เมนต์รายใหญ่สุดไปอียูคือจีน รองลงมาได้แก่ เวียดนาม อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน กัมพูชา และอินโดนีเซีย ส่วนไทยอยู่อันดับ 10 กว่า

 

ด้านสถานการณ์ส่งออกเครื่องนุ่งห่มของไทยช่วง 4 เดือนแรกปีนี้มีมูลค่า 789 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ในรูปเงินบาท 25,193 ล้านบาท) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยการส่งออกไปสหรัฐฯซึ่งเป็นตลาดส่งออกอันดับ 1 (สัดส่วน 36%) ขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนการส่งออกไปตลาดจีนซึ่งเป็นคู่สงครามการค้ากับสหรัฐฯเป็นตลาดอันดับ 5 เพิ่มขึ้น 53%

สำหรับการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น10%ส่วนหนึ่งจากสงครามการค้ามีผลให้คำสั่งซื้อของผู้นำเข้าสหรัฐฯส่วนหนึ่งย้ายจากจีนมาไทยเพิ่มขึ้น ส่วนการส่งออกไปจีนที่เพิ่มขึ้นถึง 53% ผลจากฐานตัวเลขส่งออกไทยไปจีนช่วงเดียวกันของปีที่แล้วตํ่าขณะที่ผ่านมาจีนเริ่มมีการนำเข้าเสื้อผ้าจากไทยมากขึ้น จากฐานผลิตในจีนมีต้นทุนค่าแรงที่สูงขึ้น และผลจากมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาเที่ยวในไทยเพิ่มขึ้นและชื่นชอบในแบรนด์และคุณภาพสินค้าไทย ทำให้มีการซื้อกลับไปหรือสั่งนำเข้าเพิ่มขึ้น

 


การ์เมนต์ไม่อยู่ในกลุ่มสินค้าที่สหรัฐฯขึ้นภาษีสินค้าจีนเป็น25%แต่มีสินค้ากลุ่มสิ่งทอบางหมวดถูกขึ้นภาษี อย่างไรก็ดีสินค้าการ์เมนต์จีนมีแนวโน้มจะถูกสหรัฐฯ ขึ้นภาษีในล็อต 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯที่สหรัฐฯขู่ไว้ ดังนั้นจึงมีผลให้ผู้นำเข้าการ์เมนต์ของสหรัฐฯ เริ่มย้ายคำสั่งซื้อจากจีนไปที่อื่นเพิ่มขึ้นซึ่งรวมทั้งไทย แต่ผู้ที่ได้อานิสงส์มากสุดคือเวียดนาม อย่างไรก็ดีทางสมาคมยังคาดการณ์ส่งออกเครื่องนุ่งห่มของไทยในปีนี้จะขยายตัวได้ที่ 5%”

 

ศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย รายงานผลการศึกษาผลกระทบด้านการส่งออกของไทยจากที่เวียดนามได้บรรลุข้อตกลงการค้าเสรี(FTA)กับสหภาพยุโรป(อียู)โดยระบุสินค้าเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของไทยจะได้รับผลกระทบจากมูลค่าการส่งออกจะลดลงมากที่สุด (กราฟิกประกอบ) โดยในไตรมาส 3-4 ปี 2562 จะส่งออกได้ลดลง 343.3 ล้านดอล ลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 10,865 ล้านบาท คำนวณที่ 31.65 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ) และมูลค่าระหว่างปี 2563-2564 จะลดลง 615.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 19,483.7 ล้านบาท หรือรวม3 ปีกว่า 3 หมื่นล้านบาท)

 

หน้า 13 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,475  วันที่ 2-5 มิถุนายน 2562 

                                  


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij