15 ตุลาคม 2019

‘ภาษีที่ดินใหม่’ โอกาสทอง ตลาดรับสร้างบ้าน

01 Jun 2019

คอลัมน์ผ่ามุมคิด

แม้ตลาดที่อยู่อาศัยกลุ่มจัดสรรโดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2562 ภาพรวมยังไม่ชัดเจนว่า จะรุ่งหรือร่วง เพราะต่างมีหลายปัจจัยกดดันตลาด โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจที่ส่งผลต่อกำลังซื้อคนอยากมีบ้าน แต่อย่างไรก็ตาม กลับสวนทางกับทิศทางตลาดรับสร้างบ้าน หลังเบอร์ 1 ผู้นำธุรกิจรับสร้างบ้าน “แลนดี้ โฮม” เจเนอเรชัน 2 โดยนางสาวพรรัตน์ มณีรัตนะพร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการและผู้อำนวยการฝ่ายขายบริษัท ระบุทิศทางตลาดดังกล่าวสดใส โดยเฉพาะช่วง 5 เดือนแรกของปีอู้ฟู่เพราะได้แรงหนุนหลายทาง ลูกค้าเร่งตัดสินใจ โดยเฉพาะการนำที่ดินเปล่ามาปลูกสร้างมากขึ้น หนีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใหม่เรียกเก็บที่ดินรกร้าง มองกลายเป็นโอกาสทอง เร่งผลักดันกลยุทธ์ ส่งแบบบ้านใหม่ ขยายสาขารองรับ รับเทรนด์กลุ่มบ้านหลังใหญ่ราคาแพง

พรรัตน์ มณีรัตนะพร

 

ภาษีที่ดินปัจจัยบวกตลาด

ภาษีที่ดินจะมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2563 ระบุ ผู้ถือที่ดินว่างเปล่าต้องเสียอัตราภาษีสูงสุด ทำให้เริ่มเห็นเจ้าของที่ดินนำที่ออกมาขายมากขึ้น แต่ที่น่าสนใจ คือกลุ่มคนที่เดิมมีแผนจะสร้างบ้านอยู่แล้วแต่ไม่เร่ง ก็ต่างตื่นตัว นำที่ดินเหล่านั้นมาปลูกสร้างบ้านเร็วขึ้น โดยเฉพาะที่ดินในซอย แปลงไม่ใหญ่นัก ขนาดเป็นล็อกๆ เฉลี่ย 50 ตร.ว. จึงกลายเป็นโอกาสของตลาดรับสร้างบ้าน ยิ่งผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีบริการครบวงจร ก็มักจะได้รับไว้วางใจจากลูกค้าใหม่ๆ เข้ามาในตลาด สะท้อนจาก 5 เดือนแรกของปี บริษัทสามารถปิดยอดสัญญาสร้างบ้านได้แล้วมากกว่า 1 พันล้านบาท ตั้งเป้าตลอดทั้งปีแตะ 2.5 พันล้านบาท ซึ่งเติบโตขึ้นมากจากยอด 2 พันล้านบาท เมื่อปี 2561 ขณะที่ภาพรวมของตลาดรับสร้างบ้านทั้งระบบแต่ละปี มีมูลค่า 1.4 -1.6 หมื่นล้านบาท (เฉพาะผู้ประกอบการรายใหญ่ 40 ราย )

 

ยังหวั่นปัจจัยลบ

อย่างไรก็ตาม มุมมองต่อภาพรวมตลาดรับสร้างบ้านนั้น แม้แนวโน้มมีทิศทางดี ความต้องการผู้บริโภคมีเพิ่มมากขึ้น แต่ยังต้องติดตามปัจจัยลบ เช่น ค่าวัสดุก่อสร้างปรับราคา อัตราค่าแรงใหม่ และตัวแปรใหม่ เรื่องการขอสินเชื่อเกี่ยวกับที่อยู่อาศัยที่ธปท. สั่ง ธนาคาร เข้มงวดการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น อาจจะทำให้ตลาดบ้านราคาตํ่ากว่า 5 ล้านบาท ซึ่งเป็นตลาดหลัก ปีนี้จะลดน้อยลงตามงบประมาณที่ถูกปฏิเสธ ขณะที่ปัจจัยเรื่องการเมืองไม่นิ่ง ระบุมีผลต่อตลาดเพียงเล็กน้อย ในแง่อาจทำให้การตัดสินใจชะลอออกไปบ้าง แต่ไม่เกิน 3-4 เดือนเท่านั้น


 


บ้านแพงแนวโน้มดี

จากแนวโน้มกลุ่มบ้านราคาตํ่ากว่า 5 ล้านบาท สำหรับกลุ่มลูกค้าบ้านหลังแรก ลดน้อยลงเพราะกำลังซื้อ-เศรษฐกิจไม่ดีนั้น บริษัทไม่ได้กังวล เพราะแม้ปัจจุบันจะนับเป็นถึง 40% ของกลุ่มลูกค้าทั้งหมด แต่พบปัจจุบัน แนวโน้มบ้านกลุ่มราคา 5-20 ล้าน หรือ ลักชัวรี ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป มีความต้องการมากขึ้น นับรวมสัดส่วนปัจจุบัน 60% เนื่องจากเป็นกลุ่มใหญ่ที่ไม่ค่อยได้รับผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เป็นกลุ่มคนมีกำลังซื้อ ต่างจังหวัดก็เป็นกลุ่มเศรษฐีภูธร พบระยะหลัง ลูกค้าบ้านหลังใหญ่มีเยอะขึ้น และไม่ได้สนใจแค่ขนาดพื้นที่ใช้สอย แต่มีความต้องการฟังก์ชันห้องใหม่ๆ เช่น ห้องทำงาน ห้องฟิตเนส และเทรนด์ที่น่าสนใจ คือ ห้องสำหรับผู้สูงอายุ


เป้าหมายบริษัท

นางสาวพรรัตน์ ระบุ ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันบริษัทเป็นผู้นำเบอร์ 1 มีสาขาทั่วประเทศรวม 8 แห่ง ปี 2563 เตรียมขยายสาขาใหม่อีก 1 แห่ง ย่านธนบุรี แต่ การแข่งขันในตลาดรุนแรงขึ้น  จึงต้องมีกลยุทธ์ใหม่ๆ มากระตุ้น การตัดสินใจของลูกค้า โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองรุ่นใหม่ เช่น แบบดีไซน์บ้านใหม่โมเดิร์น-ทันสมัย, การนำเทคโนโลยี “แลนดี้ ไลฟ์” มาใช้ ,พัฒนา Big-Data เก็บข้อมูลลูกค้า รวมถึงการพัฒนาด้านวัสดุและนวัตกรรมบ้านปลอดฝุ่น มาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ด้วย 

 

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับ 3474 วันที่ 30 พฤษภาคม -1 มิถุนายน 2562 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij