19 ตุลาคม 2019

‘MORE THAN JUST LIVING’ ไม้ตายพิชิตตลาดของ...พราว เรียลเอสเตท

26 May 2019
อ่าน 921 ครั้ง

คอลัมน์ผ่ามุมคิด

หลังจากสั่งสมประสบการณ์กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชิงการท่องเที่ยวมาระดับหนึ่ง วันนี้ ตระกูลลิปตพัลลภ โดดเข้าสู่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างเต็มตัว ด้วยการถือหุ้นใหญ่ในบริษัท โฟคัส ดีเวลลอปเม้นท์ แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) ในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ พร้อมเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท พราว เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ PROUD

นางสาวพราวพุธ ลิปตพัลลภ กรรมการบริหาร กล่าวถึงที่มาของการรุกตลาดอสังหาริมทรัพย์ว่า เดิมนั้นครอบครัวลิปตพัลลภ ถือหุ้น 100% ในบริษัท พราว เรียลเอสเตท จำกัด เป็นบริษัทเอกชน มีธุรกิจหลัก 3 ธุรกิจ ได้แก่ 1.ธุรกิจโรงแรม ซึ่งปัจจุบันมี 2 โรงแรมคือ เดอะ คอนติเนนทัล หัวหิน รีสอร์ท และโรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ หัวหิน แต่ปลายปีนี้จะเปิดโรงแรมอีก 1 แห่งที่ภูเก็ตชื่อ เดอะ คอนติเนนทัล ภูเก็ต รีสอร์ท 2. ธุรกิจสวนนํ้า วานา นาวา หัวหิน และมีแผนขยายธุรกิจสวนนํ้าแห่งที่ 2 ไปที่ภูเก็ต จะเปิดตัวภายในปีนี้เช่นกัน นอกเหนือจากยังมี ทรู อารีน่า หัวหิน เป็นสปอร์ต เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และ 3.ร่วมทุนกับกลุ่มเดอะมอลล์ ในธุรกิจค้าปลีก ชื่อโครงการ บลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์

หลังจากเข้าไปถือหุ้นใหญ่และบริหาร PROUD ก็ได้เปลี่ยนชื่อ พราว เรียลเอสเตท เดิมเป็น บริษัท พราว กรุ๊ป จำกัด โดยยังคงดำเนินธุรกิจอสังหาฯเชิงท่องเที่ยวต่อไป และสัดส่วนการถือหุ้นก็ยังคงเป็นตระกูลลิปตพัลลภเหมือนเดิม

พราวพุธ ลิปตพัลลภ

 


 

การรุกเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วงนี้ของพราว เรียลเอสเตท ค่อนข้างสวนทางกับตลาด จากตลาด Recurring Income มาบุกตลาดเชิงที่อยู่อาศัย ซึ่งมีทิศทางชะลอตัว จนดีเวลอปเปอร์รายอื่นขยายฐานธุรกิจออกมาทำธุรกิจเกี่ยวกับ Recurring Income แต่บริษัทมีความมั่นใจ

ทั้งนี้ จากประสบการณ์ในการทำธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวในหัวเมืองหลักๆของประเทศอย่างหัวหิน และภูเก็ต ทำให้เราเห็นถึงโอกาสทางธุรกิจที่มาจากการเติบโตของตลาดท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เปลี่ยนไป ซึ่งไม่ว่าจะเป็นคนไทยที่ต้องการบ้านพักผ่อนหลังที่ 2 หรือ ตลาดนักท่องเที่ยว ทั้งกลุ่มอายุ 50 ปีขึ้น ที่มีกำลังซื้อสูงหรือกลุ่มนักท่องเที่ยวแถบเอเชีย โดยเฉพาะ กลุ่มพรีเมียม มิลเลนเนียล จึงทำให้ที่ผ่านมาตลาดนี้ หรือ Resort homes มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากข้อมูล REIC มูลค่าโอนห้องชุดรวมของหัวเมืองหลักๆ อย่าง เชียงใหม่ สมุย (สุราษฎ์ธานี) กระบี่ ภูเก็ต พัทยา (ชลบุรี) และหัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์) โตเฉลี่ยปีละ 29% ระหว่างปี 2558-2561 เทียบกับค่าเฉลี่ยของประเทศที่ปีละ 20% และในปีที่ผ่านมามีมูลค่ารวมถึง 51,656 ล้านบาท โดยมีดีมานด์มาจากทั้งในและต่างประเทศ แต่ยังไม่มีใครในท้องตลาดที่สามารถตอบโจทย์ของลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างแท้จริง

ทางบริษัท จึงมีแนวคิดที่จะทำอสังหาฯ แนวใหม่ โดยผสมผสานประสบการณ์การพักผ่อน และการให้บริการระดับโรงแรม เข้ากับการดีไซน์ของที่พักอาศัย ซึ่งยังคงต้องมีความคุ้มค่าในแง่ของการลงทุน ออกมาในรูปแบบลิฟวิ่ง โซลูชัน คอนเซ็ปต์MORE THAN JUST LIVING” เน้นยํ้าทำเลทอง-พื้นที่ส่วนกลาง และการให้บริการระดับโรงแรม-การออกแบบเชิงรีสอร์ต- การทำการตลาดเพื่อสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างและการนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อให้ผู้พักมีความสะดวกสบายมากขึ้น


 

นางสาวพราวพุธ ยํ้าว่า แนวคิดMORE THAN JUST LIVING: ชีวิตที่มากกว่าเป็นโมเดลที่ไม่ใช่เฉพาะกับตลาดหัวเมืองเท่านั้น ยังใช้ได้กับตลาดกรุงเทพฯ และมองว่าจะเป็นจุดขายที่แข็งแรง จะยกประสบการณ์รีสอร์ตมาไว้ใจกลางเมือง ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการศึกษา แต่ช่วงต้นจะเปิด 2 โครงการในหัวหิน โครงการแรกหรูสุดริมทะเล ภายในสิ้นปี 2562 และโครงการที่ 2 ติดรีสอร์ตสวนนํ้า วานา นาวา ในต้นปี 2563 ป้อน กลุ่มไฮเอนด์-ลักชัวรี

ปัจจุบันผลตอบแทนจากอสังหาฯค่อนข้างลดลง เพราะในกรุงเทพฯ อัตราการปล่อยเช่าอาจจะจำกัดด้วยจำนวนคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ แต่เมืองท่องเที่ยวตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะหัวหิน และภูเก็ต มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างชัด ดังนั้นในแง่ของผลตอบแทน ถ้านักลงทุนจะซื้อ เชื่อว่ามีธุรกิจการท่องเที่ยวมาช่วยส่งเสริม

ด้วยแนวคิดMORE THAN JUST LIVING: ชีวิตที่มากกว่าบวกทีมบริหารที่ผสมผสานระหว่างคนรุ่นใหม่ภายใต้การนำทัพของ นางสาวพราวพุธ และนายพสุ ลิปตพัลลภ กับรุ่นใหญ่มากประสบการณ์ ไม่ใช่เรื่องยากที่จะผลักดันเป้าหมายยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายใน 5 ปีแรก

 

หน้า 25-26 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,473  วันที่ 26-29 พฤษภาคม 2562

                            


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij