18 ตุลาคม 2019

2 ตัวเต็งประกันภัย "นมโรงเรียน" 1.4 หมื่นล้าน!!

15 Apr 2019
อ่าน 2328 ครั้ง



กรมปศุสัตว์เตรียมจัดประมูลประกันภัยนมโรงเรียน 1.4 หมื่นล้าน พ่วงคลอดเกณฑ์ใหม่เทอม 1/2562 ลดความเสี่ยงนมบูด-เสีย เปิดทางร้องชดเชยเยียวยาได้ คล้ายเคลมประกันรถ "ธ.ก.ส.-ไทยวิวัฒน์" ตัวเต็งร่วมวง โรงงานหวั่นเบี้ยประกันสูง จับตาดึงเกษตรกรร่วมแบกภาระ

โครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เป็นงบที่รัฐบาลจัดสรรให้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี 2535 ที่ผ่านมาประสบปัญหามาโดยตลอด ทั้งเรื่องนมบูด เด็กท้องเสีย ผู้ประกอบการแย่งพื้นที่จัดส่ง จนทำให้ นายกฤษฎา บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องเสนอเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) (วันที่ 26 มี.ค. 62) เพื่อปฏิรูปนมโรงเรียนใหม่ โดย ครม. เห็นชอบให้ทบทวนมติ เรื่อง ทบทวนระบบบริหารจัดการนมโรงเรียน 1.4 หมื่นล้านบาท โดยแยกโครงการบริหารออกจากคณะกรรมการโคนมและผลิตภัณฑ์นม หรือ มิลค์บอร์ด เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์อันเนื่องมาจากผู้มีส่วนได้เสียในโครงการร่วมเป็นคณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน มีปลัดกระทรวงเกษตรฯ เป็นประธาน



 

นสพ.สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการอาหารนมเพื่อเด็กและเยาวชน เผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า หนึ่งในหลักเกณฑ์ที่ผู้ประกอบการจะเข้าร่วมโครงการนมโรงเรียนนับจากนี้ จะต้องทำสัญญาระหว่างเกษตรกรกับโรงงานที่จะรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรแบบเกษตรพันธะสัญญา แนบ “ประกันภัย” ด้วย เพื่อการดูแลโครงการให้มีคุณภาพมาตรฐาน อาทิ คุณภาพน้ำนมดิบ และการรับส่งมอบจะต้องเป็นไปตามสัญญา เป็นต้น ทั้งนี้ หากเกิดปัญหา บริษัทประกันภัยที่เป็นคู่สัญญาจะต้องไปดูแลเด็กและโรงเรียน คล้ายกรณีเกิดอุบัติเหตุรถชน คาดจะเปิดให้มีการจัดซื้อจัดจ้างเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของรัฐที่จะได้บริษัทประกันภัยที่คุ้มค่าและเกิดประโยชน์ทั้งผู้ประกอบการ เกษตรกร เด็ก โรงเรียน รวมถึงงบประมาณของรัฐ เพื่อให้ทันบังคับใช้ในโครงการนมโรงเรียนในภาคเรียนที่ 1/2562 ที่จะเปิดเรียน ในวันที่ 16 พ.ค. นี้
 



สอดคล้องกับ นสพ.เอกชัย ก่อเกียรติชัย หัวหน้าฝ่ายรับรองภายในประเทศมาตรฐานสินค้าปศุสัตว์ กรมปศุสัตว์ กล่าวยืนยันว่า ทันแน่นอน ล่าสุด มีบริษัทประกันภัยที่สนใจเข้าร่วมในเบื้องต้น 3 บริษัท ที่จะเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ โดยหลักเกณฑ์การประกันภัย อาทิ มาตรฐานคุณภาพน้ำนมดิบ และการส่งมอบระหว่างคู่สัญญา หากเกิดความเสียหายจะต้องจ่ายค่าชดเชยเยียวยา เป็นต้น

แหล่งข่าวจากผู้ประกอบการนมโรงเรียน เผยว่า การทำบริษัทประกันภัยนมโรงเรียน ตั้งคำถามว่า ใครได้ประโยชน์ แล้วจะทำให้เด็กได้ดื่มนมคุณภาพดีขึ้นหรือไม่ ยกตัวอย่าง มาแบ่งผลประโยชน์กันแค่ 2 สตางค์ต่อกล่อง แต่ของจริงไม่รู้จะคิดค่าประกันเท่าไร คิดต่อกล่องหรือคิดต่อเทอม (เฉพาะเปิดเทอมของ 2 ภาคเรียน 260 วัน หรือ เหมาเป็นปี 365 วัน) ซึ่งต้องแจกนมให้เด็กนักเรียนวันละ 7.4 ล้านคน ที่ผ่านมา ถามว่ามีความเสียหายร้ายแรงขนาดนั้นเลยหรือ ถึงต้องใช้บริษัทประกันภัย เพราะเวลานมมีปัญหาก็ถูกลงโทษตามระเบียบทั้งตัดสิทธิและปรับลดสิทธิลงอยู่แล้ว



 

"ประเมินว่า บริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการประกันภัยนมโรงเรียนครั้งนี้ จะมี บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ที่นำร่องประกันภัยโคนมไปแล้ว เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 600-1,257 บาท (ขึ้นกับความคุ้มครอง) โดยคุ้มครองกรณีจากอุบัติเหตุและจากการเจ็บป่วย และกรณีการเจ็บป่วยของโคนมจนไม่สามารถให้น้ำนมได้ จำนวนเงินเอาประกันภัยตั้งแต่ 1.65-1.84 หมื่นบาทต่อตัว แต่มาเป็นนมโรงเรียนยังนึกภาพไม่ออกว่าจะออกมาในรูปแบบใด ถ้าจ่ายเบี้ยประกันสูงมาก เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจะต้องถูกหั่นจ่ายค่าน้ำนมดิบลงด้วย เพื่อแบ่งส่วนความรับผิดชอบร่วมกัน ส่วนอีกรายเป็นของสำนักพัฒนาธุรกิจประกันภัยของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สหกรณ์โคนมที่ได้หารือแนวทางการประกันภัยโคนมไว้มี 5 สหรณ์นำร่อง"
 



……………….

หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 39 ฉบับที่ 3,461 วันที่ 14-17 เม.ย. 2562 หน้า 02

ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
เรียกติวเข้ม! บริหารนมโรงเรียน-ป้องโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร
เอเยนต์ส่ง "นมโรงเรียน" เครียด! เปลี่ยนกฎใหม่ ดื่มสดจากแท็งก์เสี่ยงติดเชื้อ

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij