19 ตุลาคม 2019

อยู่กับปัจจุบัน : ศึกชิงทำเนียบฯ ใคร?ได้สืบทอด ‘อำนาจ’

03 Apr 2019
อ่าน 967 ครั้ง

มาคุยกับฐาน ทันทุกข่าวสาร แค่เพิ่มเราเป็นเพื่อน คลิกเลย!!!!! LINE : @THANSETTAKIJ 


การเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ (24 มี
..) ที่ผ่านมา มีปรากฏการณ์หลายอย่างที่ต้องบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์การเมืองไทยหน้าใหม่และบางเหตุการณ์ยังเกินความคาดหมาย เพราะพลิกไป-พลิกมาแบบคาดไม่ถึงเสียอีก...


เริ่มต้นจากเป็นการชิงชัยของ “2 ขั้ว-ฝ่ายคือ ฝ่ายระบอบทักษิณ กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ถูกปั่นกระแสจนกลายเป็นวาทกรรมว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตย กับเผด็จการที่ต้องการสืบทอดอำนาจ ทั้งที่ถ้าว่าไปแล้ว ก็สืบทอดอำนาจด้วยกันทั้ง 2 ฝ่ายอีกนั่นแหละ


ก่อนการชิงชัยจะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น หลังพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศเป็นขั้วที่ 3” ในช่วงโค้งสุดท้ายของศึกเลือกตั้ง กลายเป็นการชิงชัยของ 3 ก๊ก (การเมือง) แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้แบบหมดรูปสิ้นลายพรรคการเมืองเก่าแก่ คือนอกจากจะสูญพันธ์ุไม่ได้ที่นั่ง ..เขตในพื้นที่ กทม.แล้ว จำนวนส..ที่ได้ทั่วประเทศก็ลดลงแบบน่าใจหายด้วย

โดยอันดับหล่นไปอยู่ที่ 4 เกือบหลุดท็อปโฟร์ตรงข้ามอย่างสิ้นเชิงกับพรรคอนาคตใหม่ ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งเพิ่งตั้งมาไม่นานแต่ได้ ..อย่างท่วมท้น รวมทั้งพรรคพลังประชารัฐที่ได้เสียงสนับสนุนจากพี่น้องคนไทยทั่วประเทศไม่แพ้กัน หลังจากเสนอชื่อบิ๊กตู่พล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ คนที่ 30

ส่งให้พรรคพลังประชารัฐ ได้คะแนนเสียงสูงเป็นอันดับ 1 จำนวน 8,433,137 คะแนน และยังทำให้พรรคพลังประชารัฐเกิดความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคเพื่อไทยในที่สุด

ทั้งนี้ ไม่นับรวมปรากฏการณ์ที่อดีตนักการเมืองที่เป็นคนดัง-ดาวสภามากมาย ที่รายชื่อหลุดหายไปจากส..เขต และส..บัญชีรายชื่อ เฉพาะอย่างยิ่งพรรคเครือข่ายตระกูลเพื่อฯ และพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนมีใคร?สอบตกบ้าง คิดว่าสื่อรายวันคงลงรายละเอียดให้ทราบไปแล้ว...ด้วยความเห็นใจทุกท่านนะครับ

เช่นเดียวกับความพ่ายแพ้ของพรรคประชาธิปัตย์ หรือกระทั่งการตกที่นั่ง..สอบตกของเหล่าบรรดาอดีตนักการเมืองดังๆ ทั้งหลาย แต่สิ่งที่ผมอยากบอกกล่าวในสัปดาห์ ก็คือ ข้อคิดที่ว่าคนคิด-ไม่สู้ฟ้าลิขิตโดยเห็นได้ชัดเจนจากเกมการเมืองและการเคลื่อนไหวของขั้ว-ฝ่ายต่างๆ ตั้งแต่เริ่มเปิดศึกเลือกตั้ง....

ซึ่งหาก “นายใหญ่ไม่คิดมาก-โลภมาก เดินยุทธศาสตร์แยกกันเดิน-รวมกันตีหรือกลยุทธ์แตกแบงก์พัน ไม่แตกพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) เพื่อหวังเพิ่มส..ปาร์ตี้ลิสต์ให้มากขึ้น แต่พรรคถูกยุบเสียก่อน หลังปิดหีบเลือกตั้งวันอาทิตย์ (24 มี..) แทนที่จะได้เปรียบคนอื่นกลับต้องดิ้นพล่านเดินเกมดึงมือ 6 พรรคมาร่วมตั้งรัฐบาลผสม

มาคุยกับฐาน ทันทุกข่าวสาร แค่เพิ่มเราเป็นเพื่อน คลิกเลย!!!!! LINE : @THANSETTAKIJ 


เนื่องจากการที่พรรคเพื่อไทย ส่งส..เขตลงชิงชัยในสนามแค่ 250 เขต โดยคาดหวังว่าเพียงพอที่จะทำให้พรรคได้ส..ตามจำนวนที่ต้องการ แต่คาดผิด คือ ประเมินพรรคพลังประชารัฐที่เป็นคู่แข่งตํ่าเกินไป แต่ล่าสุดได้คะแนนอันดับ 1 ขณะที่พรรคอนาคตใหม่ ที่แม้เป็นฝ่ายเดียวกันก็สร้างปรากฏการณ์และเข้าไปแย่งที่นั่งส..ของพรรคเพื่อไทยในบางพื้นที่ด้วย

การเคลื่อนไหวช่วงชิงการนำจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทยเมื่อ 2-3 วันก่อน จึงไม่ใช่เรื่องง่าย...นอกจากจะมีพรรคพลังประชารัฐ เป็นคู่แข่งสำคัญแล้ว **ตามกฎ-กติกา-และมารยาทรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ระบุไว้ชัดเจนว่า ช่วงนี้จนถึงสิ้นเดือนเมษายน เป็นช่วงที่กกต.แจกใบเหลือง-ใบแดง และจะประกาศรับรองผลเลือกตั้งเป็นทางการก็วันที่ 9 พฤษภาคม โน่น

จากนั้นวันที่ 12 พฤษภาคม คสช.นำรายชื่อ 250 ..ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย โดย สนช.สิ้นสุดวันทำหน้าที่ และวันที่ 23 พฤษภาคม (15 วันนับจากวันประกาศผลเลือกตั้ง) พระมหากษัตริย์ทรงเรียกประชุมรัฐสภา และทรงเปิดประชุมรัฐสภานัดแรก เลือกประธานสภาผู้แทนฯ และประธานวุฒิสภา โหวตตัวนายกฯ ด้วยเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของทั้ง 2 สภา นำชื่อนายกฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายประมาณปลายเดือนมิถุนายน

ระหว่างนี้ ไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่...“รัฐบาล-และคสช.” ยังคงทำหน้าที่รัฐบาลถาวรมีอำนาจเต็มต่อไปเรื่อยๆ ก็อยากจะบอกว่า อะไรๆ ยังจะเปลี่ยนแปลงได้อีกมาก เฉพาะอย่างยิ่งสถานะของคนบางคน



| คอลัมน์ : อยู่กับปัจจุบัน
| โดย : พงษ์ศักดิ์ ศรีสด 
| หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3475 หน้า 14 ระหว่างวันที่ 31 มี.ค.-3เม.ย.2562


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij