14 ตุลาคม 2019

อินไซด์สนามข่าว : กฎเหล็กเตือนใจ ปิดประตู ‘ดราม่าสื่อ’ จัดดีเบต

12 Mar 2019


“เวทีดีเบต” ของพรรคการเมือง
เป็นภารกิจหนึ่งของสื่อมวลชน ซึ่งหลายสำนักที่ใช้โอกาสช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง ในการเชิญแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ มาร่วมดีเบตนโยบาย แสดงวิสัยทัศน์ในประเด็นต่างๆเพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลอย่างรอบด้าน


แต่ทว่าก็มีเรื่องเป็นประเด็นดราม่าเกิดขึ้นมาจนได้ กับการเปิดเวทีดีเบตของสถานีโทรทัศน์บางช่องที่วิจารณ์กันอย่างกว้างขวาง จนเป็นที่ถกเถียงกันเองในอาชีพสื่อมวลชนด้วยกัน

ผมในฐานะคนในวิชาชีพนี้ มีโอกาสแลกเปลี่ยนกับเพื่อนพี่น้องในสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยและองค์กรสื่ออื่นๆ ตกผลึกร่วมกันซึ่งเป็น ข้อพึงระวังของสื่อมวลชน ในระหว่างการทำข่าวเลือกตั้ง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดราม่าอีกในอนาคต จึงขออนุญาตนำมาแชร์ต่อในบางประการที่น่าสนใจ


เริ่มจากต้องรู้ก่อนว่า กฎหมายกำหนดให้สื่อวิทยุและโทรทัศน์ต้องให้ความร่วมมือกับกกต. ในการจัดสรรเวลาออกอากาศให้กับพรรคการเมือง แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย และระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ตัวอย่างที่พึงระวัง เช่น ไม่เสนอข่าวในลักษณะที่อาจเข้าข่ายเป็นการหาเสียงทางอ้อมให้กับพรรคการเมือง ตั้งแต่ 18.00 . ก่อนวันเลือกตั้ง จนสิ้นสุดเวลาการลงคะแนนเลือกตั้ง

ระมัดระวังในการบันทึกภาพบริเวณหน่วยเลือกตั้ง จนอาจทำให้การลงคะแนนของผู้มีสิทธิไม่เป็นความลับ สืบเนื่องจากระบบการเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม ทำให้ทุกคะแนนเสียงอาจมีผลต่อพรรค การเมืองได้ทุกพรรค การอำนวยความสะดวกของพรรคการเมืองในการทำข่าวของสื่อมวลชนในระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งอาจเข้าข่ายการให้ผลประโยชน์ที่อาจคำนวณเป็นตัวเงินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้

       


สื่อมวลชน อยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กฎหมายหมิ่นประมาท กฎหมายว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ สื่อ ห้ามขายพื้นที่โฆษณาทางการเมืองในระหว่างมีพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้ง

การทำหน้าที่ของสื่อในการรายงานข่าวเลือกตั้งสามารถทำได้ตามสิทธิเสรีภาพหลักวิชาชีพ หลังจรรยาบรรณ จริยธรรมวิชาชีพ โดยการยึดหลักความเป็นกลาง ความเสมอภาพของผู้สมัครและพรรคการเมืองนั้น อาจมีส่วนช่วยให้ศาลใช้ดุลพินิจโดยยกหลักการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน หากเกิดกรณีถูกฟ้องเป็นจำเลยร่วม

การจัดเวทีอภิปรายของผู้สมัครหรือผู้แทนพรรคการเมืองเพื่อนำเสนอในพื้นที่สื่อให้คำนึงถึงการกระจายโอกาสให้กับพรรคการเมืองต่างๆ แต่ไม่จำเป็นต้องมีตัวแทนทุกพรรคในแต่ละเวที อาจกระจายเวทีเป็นประเด็นตามนโยบาย หรือขนาดของพรรค

ห้ามสื่อมวลชน พิธีกร ศิลปิน ใช้ความสามารถของอาชีพเพื่อช่วยหาเสียงแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง เว้นแต่จะเป็นตัวผู้สมัครเอง ห้ามเผยแพร่ถ้อยคำหาเสียงที่ใช้ถ้อยคำรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย หรือปลุกระดม และห้ามรับเงินทรัพย์สินหรือผลประโยชน์เพื่อเอื้อประโยชน์ให้มุ่งรายงานข่าวด้านดีแก่พรรคหรือผู้สมัคร หรือมุ่งรายงานข่าวแง่ร้ายแก่คู่แข่ง

ประเด็นเหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวในการทำหน้าที่บนความท้าทายในยุคออนไลน์ที่นอกเหนือจากการกำกับดูแลกันเองของสื่อมวลชนแล้ว คือการตรวจสอบของประชาชนอย่างเข้มข้นที่ติดตามข่าวสารบ้านเมือง

ฉะนั้นพลาดนิดเดียวอาจจะตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการนำความผิดพลาดของสื่อไปหวังผลประโยชน์ทางการเมืองได้...จึงขออนุญาตนำมาแชร์ต่อเพียงเท่านี้



|คอลัมน์ : อินไซด์สนามข่าว
| โดย : จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง
|Twitter : @jeerapong_pra
|หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 3450 หน้า 14 ระหว่างวันที่ 7-9 มี.ค.2562


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij