16 ตุลาคม 2019

ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ คลายสมองด้วย "โยคะ"

10 Mar 2019
อ่าน 780 ครั้ง

"โยคะ" เป็นหนึ่งในการออกกำลังที่คนไทยให้ความสนใจ เพราะนอกจากจะได้เหงื่อแล้ว ยังไดียืดกล้ามเนื้อ คลายความเครียดทั้งสมองและร่างกายได้เป็นอย่างดี สตูดิโอโยคะ แอนด์ มี (Yoga & Me) ได้ชักชวนให้ผู้สนใจร่วมเวิร์คช็อปฝึกโยคะแนวใหม่ แอ็คโครโยคะ (Acro Yoga) หรือท่าโยคะคู่ ด้วยการจูงมือคู่รัก คนรู้ใจ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนรัก ครอบครัวที่คุณรักมากระชับความสัมพันธ์  สร้างความเชื่อใจ  และอาจได้เพื่อนใหม่ระหว่างการฝึกมาออกกำลังกาย สร้างสุขภาพที่ดี แทนการชวนปาร์ตี้สังสรรค์ ด้วยการชวนกันมาเล่น โยคะ ไปพร้อมๆกันดีกว่าค่ะ

โดยเราได้ ครูติ๊ก-พรทิพย์ ปลิวอิสระและครูเมย์-รุจิรัตน์ ศิริธนานนท์ มาให้ความรู้ ความสนุกสนาน และสาธิตท่าโยคะคู่ให้ได้ดูและทำตามกันแบบง่ายๆ ไปจนถึงท่ายากที่ผู้ร่วมคลาสต้องร้องว้าวเลยทีเดียว

ในกิจกรรมครั้งนี้เราได้รับความรู้จากครูติ๊กด้วยว่า แอ็คโครโยคะ (Acro yoga) นั้นถูกค้นพบโดยเจสัน เนเมอร์ (Jason Nemer) และเจนนี่ คลายน์ (Jenny Klein) เมื่อปี 2003 แอ็คโครโยคะ (Acro yoga) เป็นการฝึกร่วมกันซึ่งใช้ทั้งศาสตร์ของโยคะ กายกรรม และศาสตร์ของการบำบัดร่างกายต่างๆ ควบคู่กันไป และอีกทั้งยังเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ความไว้วางใจกัน ขจัดความกลัว และสร้างสัมพันธ์อันดีต่อกันเพื่อความเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งแสดงถึงคำว่า Yoga means unity หรือเรียกได้ว่าความเป็นหนึ่งเดียวกันในการฝึกโยคะนั่นเอง

ในการฝึกแอ็คโครโยคะนั้น จะมีผู้เล่นที่เป็นฐาน (Base) และฟลายเออร์ (Flyer) ที่จะเป็นผู้เล่นที่อยู่กลางอากาศ แต่ในเบื้องต้นจะต้องมีสปอตเตอร์ (Spotter) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนครูฝึก คอยช่วยแนะนำและช่วยอำนวยความสะดวกระหว่างการทำท่าโยคะ วันนี้เราจึงนำท่าเด็ดมาให้ได้ชมกัน

 


เริ่มจากท่าแรก

  1. ท่า Seated Cat

วิธีการทำท่าฝึก

– ผู้ฝึกทั้ง 2 นั่งขัดสมาธิ และหันหน้าเข้าหากัน

– ใช้มือจับที่แขนของคู่ฝึกประสานกันไว้

– หายใจเข้า ยืดลำตัวขึ้น แหงนศีรษะไปด้านหลัง สายตามองขึ้นไปด้านบน

ประโยชน์ของท่าฝึก

– ช่วยยืดคอ แผ่นหลัง และลำตัว

– เป็นการนวดกระดูกสันหลัง และอวัยวะภายในช่องท้อง

2. ท่า Seated Cow

วิธีการทำท่าฝึก

– ผู้ฝึกทั้ง 2 นั่งขัดสมาธิ และหันหน้าเข้าหากัน

– ใช้มือจับที่แขนของคู่ฝึกประสานกันไว้

– หายใจออก โค้งลำตัวลง ก้มศีรษะ สายตามองขึ้นไปด้านล่าง

ประโยชน์ของท่าฝึก

– ช่วยยืดคอ แผ่นอก และลำตัวด้านหน้า

– เป็นการนวดกระดูกสันหลัง และอวัยวะภายในช่องท้อง


3. ท่า Seated Bound Angle

 

วิธีการทำท่าฝึก

– ผู้ฝึกคนที่ 1 นั่งประกบเท้าทั้ง 2 เข้าหากัน และผู้ฝึกคนที่ 2 นั่งยืดขาตรงไปด้านหน้า ให้ฝ่าเท้าแตะบริเวณหน้าแข้งของผู้ฝึกคนที่ 1

– ใช้มือจับที่แขนของคู่ฝึกประสานกันไว้

– ผู้ฝึกคนที่ 1 ยืดหลังตรง และค่อยๆก้มตัวลงไปด้านหน้า

ประโยชน์ของท่าฝึก

– กระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในช่องท้อง รังไข่ ม้าม และไต

– กระตุ้นการทำงานของระบบหัวใจ ช่วยให้ระบบเลือดไหลเวียนได้ดี

– ช่วยยืดกล้ามเนื้อต้นขาด้านใน ขาหนีบ และหัวเข่า

– บรรเทาอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า ซึมเศร้า

– บรรเทาอาการไม่สบายตัว ปวดท้อง ปวดหลัง ในช่วงที่มีรอบเดือน

– บรรเทาอาการวัยทอง

– สำหรับสตรีตั้งครรภ์สามารถฝึกท่านี้ได้จนเดือนสุดท้าย เพราะช่วยเรื่องเชิงกราน ทำให้คลอดบุตรง่ายขึ้น

4. ท่า Back to Backbend/Forward Fold

 

วิธีการทำท่าฝึก

– นั่งหันหลังชนกัน

– ผู้ฝึกคนที่ 2 ยืดขาตรงไปด้านหน้า จากนั้นหายใจเข้า ค่อยๆก้มลำตัวไปด้านหน้า โดยที่หลังยืดตรงอยู่

– ผู้ฝึกคนที่ 1 ช่วยให้ผู้ฝึกคนที่ ก้มตัวได้มากขึ้น ด้วยการเอนลำตัวไปด้านหลัง

ประโยชน์ของท่าฝึก

– ช่วยแก้อาการปวดกระเพาะ

– ทำให้ตับ ม้าม และไตแข็งแรง

– บรรเทาอาการปวดท้องในช่วงที่มีรอบเดือน

– ท่านี้ช่วยให้หัวใจเต้นช้าลง และฟื้นคืนพลังให้ประสาทไขสันหลัง ช่วยคลายความเครียด วิตก กังวล ซึมเศร้า

5. ท่า Seated Spinal Twist

วิธีการทำท่าฝึก

– นั่งขัดสมาธิหันหน้าเข้าหากัน

– หายใจเข้า ยืดลำตัวขึ้น หายใจออกค่อยๆบิดลำตัวไปด้านขวา

– จากนั้นอ้อมมือซ้ายไปด้านหลัง และนำมือซ้ายมาจับกับมือขวาของคู่ฝึก เพื่อช่วยกันบิดลำตัวให้ได้มากยิ่งขึ้น

ประโยชน์ของท่าฝึก

– ช่วยนวดอวัยวะภายในช่องท้อง

– ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กระดูกสันหลัง

– บรรเทาอาการปวดหลังส่วนล่าง

6. ท่า Lateral Side Bend

วิธีการทำท่าฝึก

– นั่งกางขาออกกว้างๆ ให้ฝ่าเท้าของทั้ง 2 ท่านติดกัน

– จับที่แขนขวาของคู่ฝึก

– หายใจเข้า ยกแขนซ้ายขึ้นด้านบน หายใจออกค่อยๆเอนลำตัวไปด้านขวา ให้รู้สึกตึงบริเวณสีข้าง

– ค้างท่าไว้ 30 วินาที และสลับทำอีกข้าง

ประโยชน์ของท่าฝึก

– ช่วยยืด หัวไหล่ กระดูกสันหลัง และเอ็นร้อยหวาย

– ช่วยให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงกระดูกสันหลัง ลดอาการปวดหลัง

– กระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในช่องท้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตับ และไต

– กระตุ้นการทำงานของระบบย่อยอาหาร

– ช่วยให้จิตใจสงบ ผ่อนคลาย บรรเทาอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยล้า

การฝึกโยคะนั้น สำคัญที่สุด ก็คือการที่เรามีสมาธิ การที่เรารู้สึกถึงลมหายใจเข้า และหายใจออกให้ถูกจังหวะ ที่เราเรียกว่า Pranayama นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรามีความสงบในจิตใจ ซึ่งในขณะที่เราได้ฝึกโยคะร่วมกันกับคู่รัก เพื่อนรัก ครอบครัว ของเราแล้วจะยิ่งรู้สึกผ่อนคลาย และช่วยเพิ่มความสัมพันธ์ที่ได้ฝึกด้วยกันเพราะในการฝึกโยคะแต่ละท่านั้น ในความรู้สึกของผู้ฝึกจะได้เป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับ จะนึกถึงคู่ฝึกตลอดเวลา เพื่อจะให้ท่าโยคะนั้นสมบูรณ์ โดยจะเป็นสัมผัสอันอ่อนโยนมากกว่าความรุนแรง เมื่อเรานึกถึงคู่ฝึก และพยายามเข้าใจความต้องการของอีกฝ่าย ผ่านการสัมผัส สบตา เพื่อเป็นการสื่อสารโดยไม่จำเป็นต้องพูดกันเลยก็สามารถเข้าใจกันได้ รวมไปถึงการฝึกท่าโยคะร่วมกัน ยังช่วยเสริมสร้างความไว้วางใจ ความเชื่อมั่นซึ่งกันและกันอีกด้วย ซึ่งจากเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ที่เมื่อเรามีความสงบ ผ่อนคลายและมีความสุข ร่างกายจะหลั่งสารสุขต่างๆ ออกมา นั่นเท่ากับว่า เรามีความสุขทวีคูณกว่าคนทั่วไป เราก็จะเข้าใจคนอื่นได้ดี และรักคนอื่นได้มากขึ้นด้วยค่ะ แต่ต้องขอให้ฝึกกับผู้เชี่ยวชาญหรือคลาสเรียนโยคะกันก่อนสำหรับโยคะต้องฝึกอย่างระมัดระวังนะคะ

 

 

 

 

 


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij