25 กุมภาพันธ์ 2021

สทนช. เร่งระบายน้ำ หลังพายุ “ปาบึก” ถล่มนครศรีฯ พร้อมเฝ้าระวังอีก 1-2 วัน 

05 Jan 2019 13:51 น.
อ่าน 255 ครั้ง

สทนช. เร่งระบายน้ำ หลังพายุ “ปาบึก” ถล่มนครศรีฯ  พร้อมเฝ้าระวังอีก 1-2 วัน 

 

“สทนช.” เร่งระบายน้ำจากพื้นที่เขตเทศบาลเมืองนครศรีฯ  ลงทะเล พร้อมเฝ้าระวังเกาะติดสถานการณ์น้ำอีก 1-2 วัน ทั้งที่สุราษฏร์ฯ  กระบี่  และตรัง

นายสิริวิชญ กลิ่นภักดี ผู้อำนวยการกองบริหารจัดการลุ่มน้ำ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ  (สทนช.) ปฏิบัติการศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤติ ที่ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยสถานการณ์พายุโซนร้อน “ปาบึก” (Pabuk)  และการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ว่า จากอิทธิพลพายุทำให้เกิดฝนตกหนักเป็นวงกว้าง โดยมีปริมาณฝน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมามีฝนตกหนักมาก บริเวณ อำเภอพิปูน (232.5 มม.) อำเภอลานสกา (204.6 มม.) อำเภอทุ่งสง (208.2 มม.)  อำเภอฉวาง (166 มม.) อำเภอขนอม (163.5 มม.) อำเภอเชียรใหญ่ (127.8 มม.) อำเภอสิชล (131.4 มม.) อำเภอช้างกลาง(135 มม.) อำเภอเมือง(119 มม.) จังหวัดนครศรีธรรมราช และที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ อำเภอบ้านนาสาร(189 มม.) และอำเภอกาญจนดิษฐ์(166 มม.)  เป็นผลทำให้มีน้ำปริมาณน้ำในคลองท่าดีในเขตเมืองนครศรีธรรมราชจำนวนมาก ระดับสูงสุดได้ผ่านไปแล้วในเวลาประมาณ 22.00 น. วานนี้

S__334127109

    สิริวิชญ กลิ่นภักดี

ในส่วนของน้ำที่มาจากบริเวณต้นน้ำจะเดินทางไปยังเขตเทศบาลเมืองนครศรีธรรมราชในช่วงเช้าวันนี้  สทนช. ได้ออกประกาศแจ้งเตือนและประสานหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์น้ำ ตลอดจนเดินเครื่องสูบน้ำ และเครื่องผลักดันน้ำที่ติดตั้งไว้เพื่อเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเลให้เร็วที่สุดแล้ว และจากการติดตามทิศทางการเคลื่อนตัวของพายุเมื่อคืน พบว่า พายุเดินทางมายังบริเวณเทือกเขาหลวงซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดตรัง และหยุดอยู่เป็นเวลานาน สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังในระยะ 1-2 วันนี้ ยังคงต้องเฝ้าระวังระดับน้ำ โดยเฉพาะบริเวณ คลองท่าดี อำเภอเมือง คลองกลาย อำเภอท่าศาลา  คลองท่าเลา อำเภอทุ่งสง อำเภอลานสกา และต้นแม่น้ำตาปี อำเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งพื้นที่ลุ่มต่ำริมลำน้ำในพื้นที่ จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จังหวัดกระบี่ และแม่น้ำตรัง ที่อำเภอรัษฎา และอำเภอเมืองตรังต่อไป

S__334127110

S__334127120

ส่วนสถานการณ์น้ำที่ไหลเข้าเขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จากอิทธิพลพายุ พบว่า 2 วันที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ประมาณ 8 ล้านลูกบาศก์เมตร และคาดการณ์ว่า จะมีปริมาณน้ำที่อยู่ทางพื้นที่ต้นน้ำและจะไหลเข้าอ่างเก็บน้ำอีกประมาณ 100 ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นไปตามที่ได้คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้ เมื่อรวมปริมาณน้ำทั้งหมดคาดว่าจะมีปริมาณน้ำเก็บกักอยู่ในอ่างเก็บน้ำ ร้อยละ 85  ปัจจุบัน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยหยุดการระบายน้ำเพื่อไม่ให้ปริมาณน้ำที่ระบายไหลลงไปส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ด้านท้ายน้ำ

S__334127121

 

S__334127124ในส่วนของทิศทางการเคลื่อนที่ของพายุนั้น กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานว่า พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว เมื่อเวลา 07.00 น. ของวันนี้ (5 ม.ค. 62) และมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณ อำเภอทับปุด จังหวัดพังงา มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และเมื่อเวลา 09.00 น. ได้เคลื่อนลงทะเลอันดามันแล้ว ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมกระโชกแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ โดยจะมีผลกระทบต่อไปอีก 1 วัน ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้  ทั้งนี้ สทนช.จะได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการน้ำจนกว่าสถานการณ์จะเข้าสู่ภาวะปกติต่อไป

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend