26 กุมภาพันธ์ 2021

สทนช. ย้ำ! "นครศรีธรรมราช-สุราษฏร์ธานี-ตรัง" ยังต้องเฝ้าระวังฝนอีก 1-2 วัน

18 Dec 2018 12:16 น.
อ่าน 218 ครั้ง

สทนช. ย้ำ! "นครศรีธรรมราช-สุราษฏร์ธานี-ตรัง" ยังต้องเฝ้าระวังฝนอีก 1-2 วัน

สทนช. ย้ำ! ยังต้องเฝ้าระวัง 3 จังหวัด "นครศรีฯ–สุราษฏร์-ตรัง" เหตุน้ำยังปริ่มตลิ่ง ประสาน กฟผ. ปรับลดการระบายเขื่อนรัชชประภา บรรเทาผลกระทบจากฝนที่ตกในพื้นที่ พร้อมคาดการณ์สถานการณ์เริ่มคลี่คลายเหตุฝนใต้จะเริ่มลดลงช่วง 19–23 ธ.ค. นี้



ปช.การจัดการน้ำ1161_๑๘๑๒๑๗_0027
นายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยถึงสถานการณ์ภาพรวมของประเทศขณะนี้ ว่า ปัจจุบันภาคใต้ยังมีฝนตกหนักบางแห่งใน 12 จังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล โดยปริมาณฝน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนหนักถึงหนักมาก 2 จังหวัด ได้แก่ จ.นราธิวาส อ.เมือง 91.7 มม. ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช อ.สิชล 61 มม. และ อ.เมือง 59.5 มม. อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 19-23 ธ.ค. 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิสูงขึ้น 2-4 องศาเซลเซียส โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่ง ขณะที่ ภาคใต้ฝนจะลดลง

"จากปริมาณฝนตกสะสมในพื้นที่ภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค. 2561 ส่งผลให้น้ำท่วมขังบริเวณพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง พื้นที่ได้รับผลกระทบ 31 อำเภอ 157 ตำบล 847หมู่บ้าน โดยใน 1-2 วันนี้ ภาคใต้ยังคงมีฝนตกหนัก ปริมาณฝนสะสมอาจส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง แม่น้ำสายสำคัญระดับอยู่ในระดับวิกฤติ ต้องเฝ้าระวังพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จ.นครศรีธรรมราช คลองท่าดี อ.เมือง, คลองกลาย อ.ท่าศาลา และคลองท่าเลา อ.ทุ่งสง จ.ตรัง แม่น้ำตรัง บริเวณ อ.รัษฎา อ.วังวิเศษ และ อ.ห้วยยอด และ จ.สุราษฎร์ธานี แม่น้ำตาปี บริเวณ อ.พระแสง-เวียงสระ และคลองกระแดะ บริเวณ อ.กาญจนดิษฐ์" นายสมเกียรติ กล่าว


ปช.การจัดการน้ำ1161_๑๘๑๒๑๗_0001

อย่างไรก็ตาม สทนช. ได้ติดตามสภาพอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรน้ำมากกว่า 80% ของความจุที่ต้องเฝ้าระวังในภาคใต้ แบ่งเป็น ขนาดใหญ่ 3 แห่ง ได้แก่ แก่งกระจาน คิดเป็น 87% น้ำไหลเข้าวันละ 1.20 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 1.04 ล้าน ลบ.ม., เขื่อนปราณบุรี 90% น้ำไหลเข้าวันละ 0.67 ล้าน ลบ.ม. ออก 0.25 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนรัชชประภา 84% น้ำไหลเข้าวันละ 11.98 ล้าน ลบ.ม. ระบายออก 5.06 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 16 แห่ง ซึ่งเบื้องต้นได้ประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ปรับลดการระบายน้ำจากเขื่อนรัชชประภา เพื่อป้องกันความเสี่ยงน้ำที่อาจเพิ่มบริเวณ อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จากแม่น้ำตาปี พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างต่อเนื่องตามข้อสั่งการของรองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ) ซึ่งแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์และกำชับทุกหน่วยงานให้มีการเตรียมแผนบรรเทาผลกระทบอย่างทันท่วงที โดยแจ้งเตือนประชาชน พร้อมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้สัมพันธ์กับความจุของอ่างเก็บน้ำและสภาพด้านท้ายน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่และพร้อมสำหรับช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง คาดว่าในวันที่ 20 ธ.ค. 2561 ปริมาณฝนในพื้นที่ภาคใต้จะลดลง

นายสมเกียติ กล่าวเพิ่มเติมถึงปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศ ว่า ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 อ่าง มีปริมาณน้ำ 55,523 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 78% ปริมาณน้ำใช้การ 31,981 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 68% อ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 419 แห่ง มีปริมาณน้ำ 3,750 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 69% ปริมาณน้ำใช้การ 3,325 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 66% ทั้งนี้ ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำในเขื่อนน้ำน้อยอย่างใกล้ชิด ให้เป็นไปตามแผนการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งอย่างเคร่งครัด โดยอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรน้ำระหว่าง 30-50% ของปริมาณน้ำใช้การ แบ่งเป็น ขนาดใหญ่ 6 แห่ง ได้แก่ แม่มอก ห้วยหลวง ลำพระเพลิง มูลบน ลำนางรอง สิรินธร ขนาดกลาง 58 แห่ง ขณะที่ อ่างเก็บน้ำที่มีปริมาตรน้ำน้อยกว่า 30% ของปริมาณน้ำใช้การ ได้แก่ ขนาดใหญ่ 2 แห่ง ได้แก่ อุบลรัตน์ 216 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 12%, ทับเสลา 24 ล้าน ลบ.ม. 17% และกระเสียว 34 ล้าน ลบ.ม. 13% และขนาดกลาง 42 แห่ง

 

 เพิ่มเพื่อน

Ads E-Book

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij

Add Line Friend