17 ตุลาคม 2019

"บิ๊กตู่" คัมแบ็กนายกฯรอบ2 ไม่ไกลเกินจริง!!!

30 Jul 2018
อ่าน 133 ครั้ง
 

2325652620180723102248นอกเหนือจากสาระหลักในการอัดฉีดงบประมาณ 3.6 หมื่นล้านบาท พัฒนากลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนล่าง 2 (อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ศรีสะเกษ และยโสธร) ในการประชุมครม.สัญจร เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยังมีสีสันที่เป็นไฮไลต์ในการประชุมแทบทุกครั้ง

ครั้งนี้ก็เช่นกัน ก่อนเสร็จสิ้นภารกิจเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์โอท็อปของตำบลชีทวน เมืองดอกบัว พลันมีเสียงตะโกนจากชาวบ้าน “พวกเรารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ๆ” ดังลั่นเป็นระยะๆ ทำเอา “ลุงตู่” หัวใจพองโตก่อนจะ ตะโกนตอบชาวบ้านเสียงดัง

“ถ้ารักลุงตู่ ลุงตู่สู้ตาย” เสียงจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่วันนี้ชัดเจนเป็นลำดับกับอนาคตทางการเมืองที่ถูกขีดเส้นไว้แล้ว

อยากได้“บิ๊กตู่”เป็นนายกฯ


นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน
 “ถ้า พล.อ.ประยุทธ์ จะได้เป็นนายกฯ อีกสมัย จะต้องมีประชาชนสนับสนุนจำนวนมาก ผมสำรวจมาพบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนเป็นอันดับ 1”

เป็นเสียงจาก นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป  ที่ประกาศตัวสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ หลังเลือกตั้งในปี 2562 ซึ่งสอดคล้องกับการสำรวจความเห็นของ “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เรื่อง “ประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ตามกฎหมายการเลือกตั้งปัจจุบัน”

เมื่อย้อนดูผลการสำรวจของนิด้าโพลทั้ง 3 ครั้ง จากประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป รวม 1,257 คนทั่วประเทศ พบว่า การสำรวจครั้งแรกระหว่างวันที่ 15-16 มีนาคม 2561 พบว่าอันดับ 1 เป็น พล.อ.ประยุทธ์ 38.64% ตามด้วยคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย 13.04% และอันดับ 3 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 12.24% ขณะที่ผลสำรวจครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 8-9 พฤษภาคม 2561 พบว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังมีความนิยมอันดับ 1 32.24% อันดับ 2 ยังเป็นคุณหญิงสุดารัตน์ 17.44%  และอันดับ 3 นายอภิสิทธิ์ 14.24%

และการสำรวจครั้งล่าสุดระหว่างวันที่ 17-19 กรกฎาคม ที่ผ่านมา พบว่า อันดับแรก ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้ พล.อ. ประยุทธ์เป็นนายกฯ 31.26% รอง ลงมา เป็นคุณหญิงสุดารัตน์ 14.96% และอันดับ 3 นายอภิสิทธิ์ 10.50%
Printจากผลสำรวจดังกล่าวพบสิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ว่าประชาชนต้องการพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังอยากให้ “พรรคเพื่อไทย” เป็นพรรคแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ตามด้วยพรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์

“บิ๊กตู่”เปิดตัวเร็วตกเป็นเป้า

ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายบริหาร และอาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) มองปรากฏการณ์จริงกับผลการสำรวจความเห็นของนิด้าโพล ในประเด็นประชาชนอยากได้ใครเป็นนายกฯ ว่า ปรากฏการณ์จริงมันไม่ใช่เรื่องการเมืองอย่างที่เราเข้าใจ ถ้าผลนิด้าโพลออกมาอย่างนี้ก็เป็นเหมือน “เซเลบธรรมดา” เหมือนภาพของคนดังที่ตกเป็นข่าว ชอบเพราะเป็นข่าวเยอะ เป็นเรื่องของความโด่งดัง แต่ถ้าเป็นลักษณะการเมือง เช่น อยากให้เป็นนายกฯ หรือไม่ อยากให้บริหารประเทศแค่ไหน ต้องวัดอีกแบบ

อดีตเลขานุการของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ยังระบุอีกว่า ผลโพลล์ที่ออกมายังไม่สะท้อนความจริง ต้องมีการพิสูจน์โดยเฉพาะคนเหล่านี้ได้รับความนิยมหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนักปกครอง มาดูแลประเทศในระยะเวลาหนึ่ง ไม่ได้ประกาศตัวเองว่าจะทำการเมือง ไม่ได้ประกาศตัวเองว่าอยู่ในพรรคการเมือง จัดเป็นคนละประเภทกับคุณหญิงสุดารัตน์ และคุณอภิสิทธิ์ ที่เป็นนักการเมืองพันธุ์แท้
1555256 “ตอนนี้ชัดแล้วว่าคนที่จะมาเป็นนายกฯ ไม่มีใคร นอก จาก พล.อ.ประยุทธ์ แต่ที่เล่นตัวในลักษณะนี้ได้ เพราะรู้ว่าอยู่เหนือคู่แข่งทั้งปวง ไม่ใช่ประเภทนักการเมือง แต่เป็นผู้ที่ถูกตั้งใจว่าให้ปกครองประเทศ ต้องลอยลมมาแน่ๆ ไม่จำเป็นต้องลงเลือกตั้งด้วยซํ้า เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้และกฎหมายลูกรองรับอำนาจให้สืบต่อ ไม่จำเป็นต้องทำอะไรเด่นชัด เพราะการเมืองไทย ถ้าประกาศตัวเองออกมาก็จะกลายเป็นเป้าโจมตี ต้องหลบเลี่ยงด้วยการไม่ล่อเป้า พล.อ. ประยุทธ์ จึงต้องอยู่อย่างนี้ ซึ่งก็ถูกแล้วเพราะถ้าประกาศตัว จะทำให้เป็นศัตรูกับคนที่ไม่ชอบ นอกจากนั้นจะเด่นชัดว่าเขาต้องแข่งขันให้หนัก จะทำให้เหนื่อย อยู่อย่างนี้ดีกว่า ไปได้เรื่อยๆและสำเร็จได้ง่ายกว่า”

เหตุที่ พล.อ.ประยุทธ์นิ่งไม่ยอมเปิดหน้าชัดเจนในเรื่องการเมือง บอกใบ้เพียงว่าความชัดเจนทางการเมืองจะเกิดขึ้นในเดือนกันยายนนี้นั้น ผศ.ทวี มองว่าต้องดูปัจจัยเรื่องพรรค การเมือง ต้องมีการจัดกิจกรรมทางการเมือง ทั้งต้องดูฐานอำนาจต่างๆ เช่น ฐานอำนาจทางกองทัพ โดยเฉพาะตำแหน่งหลักอย่างผู้บัญชาการทหารบก ต้องให้เสร็จภายในเดือนกันยายน หรืออาจจะเร็วกว่านั้นเพื่อความมั่นใจ และการโยกย้ายข้าราชการระดับสูงที่จะมีผลต่อการแต่งตั้งส.ว. เพราะส.ว.จะเป็นฐานอำนาจของนายกฯ และเป็นคนที่รัฐบาลไว้ใจได้
63+++65958959เปิดเกมรุกฐานเสียงเสื้อแดง

รศ.ดร.วีระศักดิ์ เครือเทพ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความเห็นว่า จากผลโพลล์ที่ออกมาจะสะท้อนว่า ประการแรก คนไทยยอมรับสภาพความสงบของบ้านเมือง แม้เศรษฐกิจจะไม่เติบโตแบบหวือหวา แต่คนตอบโพลล์มองว่าอาจไปได้ ขณะเดียวกันสิ่งที่เราไม่เห็นมันอาจสวิงกลับก็ได้ เช่น ถ้าไม่ใช่ พล.อ.ประยุทธ์ จะเกิดอะไรขึ้น โดยธรรมชาติพื้นฐานมนุษย์อะไรที่ไม่รู้มักจะกลัว ไม่อยากเสี่ยง

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ คะแนนนิยมมาอันดับ 2สะท้อนว่าพรรคเพื่อไทยยังมีฐานเสียงและความนิยมค่อนข้างมาก ส่วนใครจะเป็นหัวหน้าพรรคอีกเรื่องหนึ่งแต่ประมาทเพื่อไทยไม่ได้ เพราะคนยังคิดถึงนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ อยู่

ส่วนนายอภิสิทธิ์ ภาพเป็นนักวิชาการ เป็นคนเก่ง และฉลาด มีหลักการ มีเหตุมีผล แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่คนไทยต้องการ ส่วนใหญ่คนไทยจะชอบแบบลูกทุ่ง ภาพและบุคลิก นายอภิสิทธิ์ อาจเข้าไม่ถึงคนส่วนใหญ่ ถ้าเป็นอย่างนี้ นายอภิสิทธิ์ต้องทบ ทวนตนเองว่าภาพที่สะท้อนผ่านโพลล์ยังไม่ถึงใจของคนไทย เพราะคนไทยอาจจะชอบเด็ดขาด ถึงลูกถึงคน เหมือนนายกฯ ประยุทธ์

วีระศักดิ์ เครือเทพ วีระศักดิ์ เครือเทพ
“คุณอภิสิทธิ์ ต้องปรับภาพลักษณ์ใหม่ให้มากๆ ถ้าเป็นอย่างนี้ยังไม่โดน แต่จะได้เฉพาะกลุ่มคนที่ชอบลุ่มลึก สุขุม แต่ไม่ใช่คนส่วนใหญ่ของสังคม และน่าจะเป็นคนในเมืองหรือคนกรุงเทพฯ แต่ต่างจังหวัดไม่โดนคนต่างจังหวัดเมื่อพูดถึงประชา- ธิปัตย์เขาจะนึกถึงนายชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ มากกว่า”

รศ.ดร.วีระศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ถ้ามองแนวโน้มในอนาคต โดยดูจากสถานการณ์วันนี้ พล.อ. ประยุทธ์ มีโอกาสเป็นนายกฯ ถ้าอยากจะลงต่อก็ยังเป็นไปได้ แต่ถ้าบอกว่าไม่เอา อาจจะขยับขึ้นตรงไหนอย่างไร ก็อาจจะเปลี่ยนคนเล่น แต่องค์กร คสช.ยังอยู่เพื่อประคองสิ่งที่ทำมาแล้ว ตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องเล่นไปก่อนเพื่อคสช.และตัวพล.อ.ประยุทธ์เอง

จะเห็นได้ว่าการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้แล้ว ทุกๆ เส้นทางที่ไปลงพื้นที่ จังหวัดที่จะเลือกไปจะเป็นจังหวัดที่มีสีแดงเยอะขึ้นจะเห็นได้ว่าช่วงแรกๆ สีแดงไม่เยอะ แต่ตอนนี้ต้องเปิดเกมรุก ถ้าคสช.ต้องการชนะ สิ่งที่จะตามมาก็คือต้องเจาะฐานเสียงของฝ่ายตรงข้ามให้ได้

วันนี้ ครม.กล้าไปประชุมที่อุบลราชธานี ต่อไปอาจจะขยับรุกคืบไปอีสานบน หรือไฮไลต์ที่เราติดตามดูคือ อุดรธานี และเชียงใหม่ คงต้องมีวันนั้น เพียงแต่จะช้าหรือเร็ว คาดว่าจะเก็บจังหวัดเหล่านั้นไว้ช่วงท้ายใกล้เลือกตั้ง เพราะมันคือเดิมพันวัดดวง ถ้ากล้าไปแสดงว่าเจาะเรียบร้อยแล้ว และเพื่อให้มีความมั่นใจที่จะมีการเลือกตั้ง

“ที่ต้องทำอย่างนั้นเพราะรัฐบาลลงไม่ได้ เป็นภารกิจทหารต้องลุยให้จบ ดังนั้นต้องวางยุทธศาสตร์อย่างเข้มข้นขึ้น และต้องเจาะสนามที่ต้องการให้ได้”


ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @thansettakij