svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม thansettakij

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
thansettakij

"บีทีเอส" เปิดใจ ปมประมูลสายสีส้มรอบใหม่ หวั่นรัฐเสียค่าโง่ 6.8 หมื่นล้าน

01 พฤศจิกายน 2565

"บีทีเอส" ซัดรฟม.ประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้ม กีดกันการแข่งขัน เอื้อเอกชนบางราย ทำประเทศชาติเสียหาย หวั่นรัฐเสียค่าโง่ 6.8 หมื่นล้านบาท

พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ที่ปรึกษาประธานกรรมการ บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงกรณีงานเสวนามหากาพย์ 2 ปี กรณี6.8 หมื่นล้าน การประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มผลประโยชน์...หรือค่าโง่ที่รัฐต้องมีคำตอบ ว่า การทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในโครงการนี้มีอะไรที่ไม่ตรงไปตรงมาหรือเป็นพิรุธ รฟม.และคณะกรรมการคัดเลือกมีหน้าที่ในการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้เสนอราคาว่าเป็นผู้ที่สมควรเข้ารับการคัดเลือกตามกฎหมายหรือไม่ ในเมื่อกฎหมายกำหนดให้ดำเนินการ แต่กลับไม่ดำเนินการจนปล่อยให้เขาเข้ามาเป็นคู่เทียบให้มีการแข่งขันเหมือนกับการแข่งขัน

 

 

 

 "จริงๆแล้วผู้ที่ถูกกำหนดให้เป็นผู้ที่ไม่สมควรเข้ารับการคัดเลือกในกฎหมายจัดซื้อจัดจ้างกำหนดไว้ว่า ใครที่เป็นผู้ทิ้งงาน โดยรับงานจากรัฐแล้ว เมื่อถึงเวลากลับดำเนินการไม่เสร็จจะถูกขึ้นบัญชีดำ ไม่มีสิทธิ์มาทำงานร่วมกับภาครัฐได้อีก"

 

 

 

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่า โครงการฯนี้กลับดำเนินการให้ผู้ที่ทิ้งงานของภาครัฐกลับมาดำเนินการต่อได้ หากจะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายหรือบริษัทนั้นขาดคุณสมบัติก็ไม่ควร ที่ผ่านมามีคณะอนุกรรมาธิการท่านหนึ่งสอบถามว่าคณะกรรมคัดเลือกได้รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติไว้เต็มที่หรือยัง เพราะตัวเลข 68,000 ล้านบาท ถือเป็นตัวเลขที่หลายคนฟังแล้วตกใจ

 

หากมีประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มแล้วเสร็จในปี 2563 ภาครัฐจะเสียงบประมาณเพียง 9,000 กว่าล้านบาทเท่านั้น แต่เมื่อมีการประมูลอีกครั้งในปี 65 ภาครัฐกลับเสียงบประมาณ 76,000 ล้านบาท ที่ผ่านมาทางบริษัทเห็นว่าภาครัฐได้นำข้อมูลการเสนอราคาของบริษัทไปเป็นข้อมูลในการเจรจาต่อรองกับผู้ที่ชนะประมูลครั้งใหม่หรือไม่ ทำให้บริษัทจำเป็นต้องเปิดไทม์ไลน์ให้ภาครัฐได้รับทราบ โดยเมื่อวันที่ 7 ก.ย.65 ได้มีการเปิดซองข้อเสนอด้านราคาและประกาศผลในวันที่ 8 ก.ย.65

 

 

 

ขณะเดียวกันวันที่ 12 ก.ย.65 ทางบริษัทได้ประกาศข้อเสนอด้านราคาในการประมูลโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มรอบแรกที่ยื่นกับรฟม.ซึ่งมีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับงบประมาณ 9,000 กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่คณะกรรมการคัดเลือกจะไม่ทราบ

 

 

 

 "มีเหตุผลเดียวที่คณะกรรมการคัดเลือกไม่รับรู้คือไม่สนใจที่จะนำข้อมูลดังกล่าวไปเจรจาแสดงว่ารฟม.ไม่ได้รักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ในเมื่อบริษัทเสนอราคาที่สามารถดำเนินการได้ในปี 63 ทางรฟม.ควรนำข้อมูลดังกล่าวร่วมเจรจาต่อรองด้วย รฟม.ได้ทำหน้าที่ในการรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติหรือไม่ หากท้ายที่สุดการประกาศผลการประมูลใช้งบประมาณดังกล่าวตามผู้ชนะการประมูลเสนอให้กับโครงการฯนั้น แล้วความเสียหายที่เกิดขึ้นใครจะรับผิดชอบ"

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่า กรณีการเปลี่ยนหลักเกณฑ์การประมูลฯ ผู้ชนะการประมูลในครั้งนี้คือผู้ที่เสนอขอรับการสนับสนุนจากภาครัฐน้อยที่สุด ซึ่งอยู่ในรายงานการศึกษา ที่ผ่านมาบริษัทได้โต้แย้งมาโดยตลอดถึงรายงานการศึกษาที่กำหนดไว้ อีกทั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแล้ว รวมทั้งมีการประกาศเชิญชวนใช้หลักเกณฑ์เดิม แต่กลับเปลี่ยนหลักเกณฑ์กลางคันโดยใช้หลักเกณฑ์ด้านราคาและผลตอบแทนควบคู่หลักเกณฑ์ด้านเทคนิค ซึ่งบริษัทบอกว่าไม่สามารถดำเนินการได้ แต่กลับอ้างว่าสามารถดำเนินการได้

 

"เมื่อมีการประกาศผลการประมูลรอบล่าสุดกลับไม่ใช้หลักเกณฑ์ด้านราคาและผลตอบแทนควบคู่หลักเกณฑ์ด้านเทคนิค ทำให้บริษัทสงสัยว่าทำไมถึงไม่ใช้หลักเกณฑ์ดังกล่าวที่มีการอ้างมาตลอด นั่นเป็นเพราะเขาเตะบีทีเอสออกไปแล้ว"

 

 

 

นายคีรี  กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถึงแม้ว่า ที่ผ่านมาบีทีเอส จะต่อสู้หรือฟ้องร้องอย่างไร ที่เราอยากได้ที่สุดประมูลแบบปกติใครที่ให้ผลประโยชน์แก่ประเทศชาติมากที่สุดเป็นผู้ชนะ