เจาะฐานปฏิบัติการ ‘ศปมผ.’ ทำงานตลอด 24 ชั่วโมง แก้ “ไอยูยู”

16 June 2015






นับตั้งแต่ไทยได้ใบเหลืองจากสหภาพยุโรป (อียู) กรณียังมีการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม(ไอยูยู ฟิชชิ่ง) เมื่อ


วันที่ 21 เมษายน 2558 ที่ผ่านมานั้น ทางพล..ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยกำหนดให้เป็นวาระการแก้ไขปัญหาระดับชาติ มีเป้าหมายเพื่อให้ไทยหลุดพ้นใบเหลืองในระยะเวลาที่กำหนด 6 เดือนนั้น มีผลให้หน่วยงานและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้เร่งบูรณาการในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นกรมประมง กรมเจ้าท่า กรมศุลกากร หน่วยตำรวจน้ำ และกระทรวงแรงงาน เพื่อทำงานให้สำเร็จลุล่วงตามนโยบายฐานเศรษฐกิจฉบับนี้ มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ ..จุมพล นาคบัว รองผู้อำนวยการกองปฏิบัติการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล สำนักกิจการความมั่นคง กรมยุทธการทหารเรือ พร้อมเยี่ยมชมฐานปฏิบัติการการแก้ไขปัญหาไอยูยูฟิชชิ่ง ก้าวแรกที่เข้าสู่ฐานบัญชาการราวกับอยู่ในโรงภาพยนตร์ขนาดใหญ่


ศูนย์ติดตามเรือประมง


ห้องแรกที่น..จุมพล พาเยี่ยมชม เป็นห้องศูนย์ติดตามเรือประมง ภายในศูนย์บัญชาการการแก้ไขการทำประมงผิดกฎหมาย (ศปมผ.) สิ่งแรกที่เตะตาคือภาพจอมิเตอร์ขนาดใหญ่เท่าขนาดของผนังห้อง เด่นตระหง่าน และมีจุดเล็กๆ บนแผนที่ขนาดยักษ์เรียงรายเต็มไปหมด เห็นเจ้าหน้าที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ทำงานกันอย่างขมักเขม้น ระหว่างที่เดินเข้าไป มีเสียงอธิบายถึงการทำงานว่าจะมีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ เข้ามาทำงานในนี้สลับเปลี่ยนมาโดยไม่มีวันหยุด เพราะทุกหน่วยงานมีเป้าหมายเดียวกันคือ อยากทำงานให้สำเร็จไม่ใช่เพียงตามคำสั่งตามนโยบายอย่างเดียว แต่เป็นแผนปฏิบัติสากลที่ทุกรัฐควรปฏิบัติ


ศปมผ. เกิดขึ้นตามคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 10/2558 เรื่องการแก้ไขปัญหาการทําการประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม ซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วโลกปฏิบัติตาม นับว่าเป็นผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ในด้านสัตว์ทะเลที่ได้รับจากการทำประมง ประเทศไทยมีพื้นที่ทำการประมงทั้งหมด  9.47 หมื่นตารางไมล์ ในพื้นที่นี้มีมูลค่าของการจับสัตว์น้ำ  มีปริมาณที่จับปลาได้ 1.6  ล้านตัน มีมูลค่า 1 แสนล้านบาทต่อปี ซึ่งเราอยู่ในโครงสร้างของการผลิตสินค้าประมงส่งออกนอกประเทศ ทำให้ไทยมีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ในแนวทางปฏิบัติเช่นเดียวกับคนทั่วโลก” 


ดังนั้นแนวทางการปฏิบัติการแก้ปัญหาไอยูยูถือว่าการทำตามแนวทางสากลในภาพใหญ่กฎระเบียบของอียูน้อมรับแนวนโยบายมาจากองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในเรื่องของความยั่งยืนในเรื่องของการใช้ทรัพยากร จนถึงแนวทางของอาหารปลอดภัย ที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับทรัพยากรสัตว์น้ำที่จับมาได้มาจากแหล่งใด เพื่อขจัดหรือลดการทำประมงผิดกฎหมายให้มากที่สุด


ยกระดับ ศรชล. สนองนโยบาย


..จุมพลอธิบายว่า ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ได้มีการจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2540 เพื่อให้เป็นศูนย์กลางในการประสานงานด้านการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และเป็นศูนย์กลางในการดำเนินกิจการทางทะเลในทุก ๆ ด้าน ระหว่างส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับงานทางทะเล เพื่อให้เป็นการปฏิบัติเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีกองทัพเรือ เป็นศูนย์กลางในการประสานงาน ช่วยเหลือ และสนับสนุนการปฏิบัติของหน่วยต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานในทะเล โดยหน่วยงานใน ศรชล.ประกอบด้วย ส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการปฏิบัติงานทางทะเล โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วนตามบทบาทหน้าที่ได้แก่ หน่วยปฏิบัติการหลัก และหน่วยปฏิบัติการร่วม


ดังนี้หน่วยปฏิบัติการหลักเป็นหน่วยงานที่มีกำลังทางเรือในการปฏิบัติงานในทะเลเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและบังคับใช้กฎหมายในทะเลได้ประกอบด้วย 6 หน่วยงาน ได้แก่ กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ กรมศุลกากร กรมเจ้าท่า กรมประมง และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง


หน่วยปฏิบัติการร่วมเป็นหน่วยงานที่ไม่มีกำลังทางเรือในการปฏิบัติงานในทะเลแต่บทบาทหน้าที่หรือความรับผิดชอบเกี่ยวข้องกับงานกิจการต่างๆทางทะเลได้แก่กระทรวงการต่างประเทศกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกรมป่าไม้กรมสรรพสามิตกรมควบคุมมลพิษกรมศิลปากรกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและส่วนราชการอื่นๆที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกิจการทางทะเลผลพวงจากคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 10/2558 จึงทำให้มีการยกระดับ ศรชล. จากศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลเป็นศูนย์อำนวยการบูรณาการหน่วยงานหลักด้านความมั่นคงทางทะเล รองรับแผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล (..2558 - 2564)


จับตาประมงเถื่อน ฟอกปลากลางทะเล


สำหรับแผนปฏิบัติงานในการรักษาผลประโยชน์ทางทะเลจะดำเนินการโดยแบบสุ่มตรวจจู่โจมทางทะเลโดยมีการแบ่งพื้นที่การดูแลออกเป็น 3  เขต ได้แก่ ศรชล. เขต 1 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลทางอ่าวไทยตอนบนลงมาจนถึงบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดชุมพรกับสุราษฎร์ธานี มีที่ตั้งอยู่ที่ กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ศรชล.เขต 2 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลทางอ่าวไทยตอนล่าง มีที่ตั้งอยู่ที่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา และ ศรชล.3 รับผิดชอบพื้นที่ทะเลอันดามันทั้งหมด มีที่ตั้งอยู่กองบัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต โดยแต่ละพื้นที่มีเรือประจำอยู่ 12 ลำจากเดิมต่างคนต่างทำบางทีตรวจซ้ำซ้อน


การจับปลาในเขตประมงนอกน่านน้ำ สัมปทานมาก็ดี จนถึงท่าเรือ จากท่าเทียบเรือไปโรงงานแปรรูป จะต้องมีเอกสารกำกับว่าจับปลาในพื้นที่ที่ได้รับอนุญาตการประมงหรือไม่ ในช่วงเวลาเรือที่ขนถ่าย จะต้องมีเอกสารกำกับ ว่าเป็นเรือที่มีการขึ้นทะเบียนกับกรมเจ้าท่าหรือไม่ และมีใบอนุญาตทำการประมง (อาชญาบัตร) จากกรมประมงออกให้หรือไม่ จนส่งเข้าระบบกระบวนการแปรรูป และท้ายสุดส่งออกไปขายต่างประเทศ ไม่ใช่เกิดจากการทำประมงผิดกฎหมาย หรือการลักลอบทำการประมง หรือการฟอกปลามาจากการทำประมงที่ผิดกฎหมาย เช่น รับซื้อปลามาจากเพื่อนบ้าน ฟอกเข้ามาสวมสัญชาติไทย เป็นกระบวนการป้องปราม การรับซื้อมาอีกทอดหนึ่งในการนำเข้าต่างประเทศมาจากเพื่อนบ้านที่จับมา อันเป็นการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล


ลั่น 1 ..เต็มสูบบังคับใช้กฎหมาย


ทั้งนี้ในเรื่องการดำเนินการตรวจสอบย้อนกลับนั้นในภาคปฏิบัติจะแบ่งออกเป็น 3 เฟส ได้แก่ 1.การผ่อนปรนโดยมีเงื่อนไข (ปัจจุบันผ่อนผัน 2 เดือน) 2.การกระชับยกระดับโดยใช้กฎหมายอย่างเต็มที่มากขึ้น และเฟส 3 ที่จะต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังต่อไป ซึ่งยอมรับว่าในการดำเนินการจะมีอุปสรรคและความท้าทายในหลายๆ ปัญหาที่สำคัญจะต้องได้รับความร่วมมือจากเรือประมง อย่างไรก็ดีตามแผนการที่กำหนดไว้ต้องให้แล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกรกฎาคมนี้


ส่วนไทยจะหลุดพ้นจากใบเหลืองได้หรือไม่นั้นเนื่องจากมีความซ้ำซ้อนในการแก้ปัญหาสิ่งที่อียูเตือนมามีข้อบกพร่องเยอะมากอย่างไรก็ดีต้องบอกว่าทุกหน่วยงานเป็นกลไกของศปมผ. ทำงานกันอย่างเต็มที่ตลอด 24 ชั่วโมง ทางอียูจะได้เห็นความพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง ขับเคลื่อนเต็มที่ ผลผลิตของความสำเร็จนี้คงไม่ใช่ใบเหลืองอย่างเดียว สิ่งสำคัญคือการยกระดับมาตรฐานของประมงไทยให้สามารถแข่งขันได้อย่างสง่าผ่าเผย มีศักดิ์ศรีเช่นเดียวกันในระดับสากล     



ไอยูยู ฟิชชิ่ง ประมงผิดกฎหมาย ศูนย์บัญชาการแก้ไขการทำประมงผิดกฏหมาย (ศปมผ.) จุมพล นาคบัว