ลุยจัดระเบียบท่าเรือ/แพปลา สนอง EU

3 May 2015






กรมเจ้าท่า ออกโรงลุยจัดระเบียบท่าเทียบเรือ-แพปลาเถื่อน กว่า 300 แห่งทั่วประเทศ ชงนิรโทษกรรม จูงใจให้เข้าระบบ หวังปลดล็อกไทยพ้นใบเหลืองไอยูยู ฟิชชิ่งกล่อมเอกชนลดราคาติดระบบวีเอ็มเอสเรือประมง เดินหน้าลุยแก้กฎหมายเพิกถอนอนุญาตขึ้นทะเบียนเรือกว่า 2 หมื่นลำ ด้านเจ้าของเรือประมงหวั่นโดนหลอก  อ้างไม่มีใบอาชญาบัตร โอดวิบากอุตสาหกรรมประมงไทยติดกับดัก ลุ้นเจอ 3 เด้ง



จากกรณีเมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา ทางสหภาพยุโรป (อียู) ได้ให้ใบเหลืองแก่ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมกับให้เวลาอีก 6 เดือนข้างหน้าเพื่อให้เร่งแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการประมง ไม่อาจทำเป็นทองไม่รู้ร้อน ต่างพากันขวนขวายแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ซึ่งนอกจากกรมประมงจะเป็นหน่วยงานหลักแล้ว กรมเจ้าท่าเองก็มีภาระไม่แพ้กันในการเร่งแก้ปัญหาโดยรัฐบาลให้เวลาเพียง 3 เดือนดำเนินการ


เร่งแก้กฎหมายสนองอียู


นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจถึงการแก้ไขปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู ฟิชชิง)ว่านอกจากได้เร่งบังคับใช้กฎหมายเพื่อจัดระเบียบเรือประมงและปราบปรามการค้ามนุษย์ในรูปแบบแรงงานประมงและการทำประมงผิดกฎหมายหลายรูปแบบ เพื่อให้ไทยหลุดพ้นจากการที่ถูกคณะกรรมาธิการยุโรปด้านประมงและทะเล ประกาศขึ้นบัญชีประเทศไทย เป็นประเทศที่ไม่ให้ความร่วมมือในการต่อต้านการทำประมง ภายในเวลา 6 เดือนแล้ว กรมประมงยังมีภารกิจต่างๆ ที่จะต้องได้มาตรฐานตามที่อียูกำหนด ได้แก่ การจัดระเบียบท่าเทียบเรือ และแพปลาที่รองรับเรือประมง ที่ประเมินว่าจะมีกว่า 300 แห่งทั่วประเทศที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการอย่างถูกต้อง โดยจะใช้วิธีนิรโทษกรรม จากนั้นจูงใจให้ผู้ประกอบการมาลงทะเบียน แล้วดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบ ต้องยอมรับว่าที่ผ่านไม่ได้ดำเนินการอย่างถูกต้อง


นอกจากนี้เร่งแก้กฎหมายสำคัญ ๆ อาทิ  ...การเดินเรือในน่านน้ำไทย มาตรา 23 ซึ่งเพิ่มเติมในมาตรา 23/1 เพื่อบังคับเรือตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป ที่เดินเรือในน่านน้ำไทยสำหรับเรือประมง จะต้องแจ้งเข้าและแจ้งออก เป็นการควบคุมและติดตามเรือ ช่วยการตรวจสอบเรื่องแรงงานประมงกับหน่วยงานที่รับผิดชอบ หลังจากที่ผ่านมาจะบังคับการแจ้งเข้า-ออก เฉพาะเรือ 60 ตันกรอสขึ้นไป ที่ออกไปจับปลาต่างประเทศหรือนอกน่านน้ำไทย จะต้องแจ้งก่อน 6 ชม. และหลังจากเรือที่เข้ามาต้องแจ้งเข้าภายใน 24 ชั่วโมง


ปัจจุบันมีเรือมาจดทะเบียนทั้งสิ้นราว 3 หมื่นลำ จากเรือทั้งหมดที่อยู่ในทะเบียน จำนวน 5.3 หมื่นลำ และยังมีเรือที่ได้ขออนุญาตการให้ประกอบกิจการดำเนินเรือ ที่ไม่ได้ต่ออายุกว่า 2 หมื่นลำ นับตั้งแต่มี พ...เรือประมง ปี 2490 กว่า 67 ปีแล้ว ดังนั้นกฎหมายใหม่จะกำหนดไว้หากไม่มาต่ออายุทะเบียนเรือภายใน 3 ปีจะตัดออกจากระบบซึ่งกฎหมายเดิมไม่มีอำนาจเพิกถอนทะเบียนเรือ


บีบผู้ประกอบการ หั่นราคาลง


นายณัฐกล่าวถึงการออกกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ โดยอาศัยอำนาจตามความมาตรา 163 ของ พ...การเดินเรือในน่านน้ำไทย บังคับให้เรือขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป ต้องติดตั้งระบบติดตามเรือ วีเอ็มเอส ให้เสร็จภายใน 3 เดือนนั้น กรมจะผ่อนผันให้ เนื่องจากได้มีการออกกฎข้อบังคับสำหรับการตรวจเรือ (ฉบับที่ 44) .. 2558 มีผลใช้บังคับวันที่ 26 เมษายน 2558 นำร่องเรือประมงและเรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็นขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป การดำเนินการให้แล้วเสร็จทั้งหมดภายใน 26 กรกฎาคมนี้ หากไม่ติดตั้งระบบจะไม่ได้รับการต่ออายุทะเบียนเรือ แล้วจะมีโทษปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท ค่าใช้จ่ายอุปกรณ์ที่ติดตั้ง  3.5 หมื่นบาท และค่าระบบรายเดือนผูกติดกับสัญญาณเอไอเอส 1,450 บาทต่อเดือนนั้นเห็นราคาสูงเกินไป


ดังนั้นทางกรมประมงจึงได้เจรจาต่อรองกับเอกชน 5 ราย ได้แก่ 1.บริษัท เอ็กเซ้นท์ อินฟอร์เมชั่น เซอร์วิสฯ 2.มารีนสตาร์ จำกัด 3.บริษัท เอแอนด์ มารีน (ไทย) จำกัด 4.บริษัท เอส.ดี เอ กรุ๊ป จำกัด และ 5. บริษัท เอทนีก้า (ประเทศไทย) จำกัด ปรับลดราคาช่วยผู้ประกอบการเรือประมงให้เหลือ 2.5 หมื่นบาท คาดว่าเอกชนจะให้ความร่วมมือ เพราะถ้าไม่ให้ยังมีบริษัทรายอื่นๆ นอกเหนือจากนี้มีให้บริการอีก คาดว่าจำนวนที่จะติดตั้งระบบวีเอ็มเอส รวมทั้งที่มีขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไป แต่ทางกรมเจ้าท่า นำร่อง เรือประมงขนาด 60 ตันกรอส และเรือบรรทุกสินค้าประมงห้องเย็นแผนดำเนินการนำร่อง 3 เดือน ตั้งแต่ พฤษภาคม-กรกฎาคมนี้ (ดูตารางประกอบ)  ทั้งนี้หากรวมเรือประมงขนาด 30 ตันกรอส แล้ว เรือประมงขนาด 60 ตันกรอส คาดว่าจะมีประมาณ 1 หมื่นลำ 


หวั่นโดนหลอกติดฟรี


ต่อเรื่องนี้นายกำจรมงคลตรีลักษณ์รองนายกประมงแห่งประเทศไทยกล่าวว่าปัจจุบันเรือประมงไม่มีอาชญาบัตรหรือใบอนุญาต 6 (.6) ทำการประมง ซึ่งเป็นปัญหามาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว ทำให้การขายสินค้าสัตว์น้ำของชาวประมงได้รับผลกระทบ ไม่สามารถไปจำหน่ายไปยังห้องเย็นที่แปรรูปสินค้าส่งออกไปยังสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาได้ แล้วยังจะเพิ่มเงื่อนไขให้ติดระบบอีก กลัวหากติดแล้ว ยังผิดระเบียบ เงื่อนไขอยู่ดี เนื่องจากไม่มีอาชญาบัตรรับรองในการประกอบธุรกิจประมง อีกทั้งค่าใช้จ่ายก็สูงมาก ยังมีรายเดือนอีก ซ้ำร้ายต้องแจ้งเข้าออก ทำการประมงทุกชั่วโมงไม่ไหวถี่เกินไป ขณะนี้ผู้ประกอบการแทบทนไม่ไหว ต้องนำเรือออกมาขาย ก็ไม่มีใครซื้อ ออกเรือก็ไม่ได้แรงงานก็ขาดแคลนหนัก


สอดรับกับนายพิชัยแซ่ซิ้มอุปนายกสมาคมประมงจังหวัดสมุทรปราการ  ที่กล่าวว่า อยากจะตั้งคำถามกับรัฐบาลในยุค คสช. ทำไมถึงจัดระเบียบรถตู้ วินจักรยานยนต์ได้แล้ว  ทำไมไม่จัดระเบียบเรืออวนลาก  นำมาขึ้นบนโต๊ะให้ถูกกฎหมาย สาเหตุที่เรือประมงไม่มีใบอาชญาบัตรนั้น มีจำนวนกว่า 2 พันลำ เกิดจากกรณี 1.กรมประมงยึดอาชญาบัตร เนื่องจากชาวประมงไม่ต่ออาชญาบัตรตรงตามกำหนดเวลา 2. จากกรณีเรือประมงหยุดทำการประมงแล้ว จะมาทำการประมงใหม่ไม่ได้ หรือขายเรือไปบางส่วนก็ทำให้อาชบัตรขาดอายุ ไม่สามารถต่ออาชญาบัตรได้  ดังนั้นหากแก้ปัญหาตรงนี้ได้ การแก้ปัญหาไอยูยูก็ง่ายนิดเดียว


อ้อนขออาชญาบัตร


ขณะที่นายมงคล  สุขเจริญคณา รองประธานกรรมการบริหารสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมเรือประมงลากคู่สมุทรสงคราม กล่าวถึง การติดระบบวีเอ็มเอส ทำไมต้องติด 2 ลำ ในเมื่อเรือทั้ง 2 ลำไปด้วยกัน นับว่าเป็นภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประกอบการเดินเรืออย่างมาก  จึงอยากจะให้กรมเจ้าท่าอนุญาตให้ติดลำใดลำหนึ่งก็เพียงพอแล้ว ที่สำคัญเรื่องอาชญาบัตรต่อสู้มาตั้งแต่ปี 2553 แล้ว จากสถิติเรือประมงอวนลาก ในปี 2539-2540 มีจำนวนเรือกว่า 9.7 พันลำ และช่วงในปี 2552-2553 มีเรือประมงอวนลากเหลืออยู่จำนวน 3.6 พันลำ และในปี 2557 มีจำนวนเรือประมงอวนลากเหลือเพียงกว่า 2 พันลำ ซึ่งเรือประมงอวนลากลดน้อยลงไปกว่า 6 พันลำไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยซึ่งมีการผลักดันมาหลายรัฐบาลแล้วล่าสุดรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ชินวัตรนายกรัฐมนตรีกำลังจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีแต่มีกลุ่มเอ็นจีโอขัดขวางท้ายสุดก็เป็นปัญหาหากไม่แก้ตรงนี้เชื่อว่าใบแดง


เรือประมงที่ไม่ถูกต้อง กรณีการซื้อขายสินค้าสัตว์น้ำจากตลาดกลางสินค้าสัตว์น้ำจังหวัดสมุทรสงคราม และจังหวัดสมุทรสาคร จำเป็นต้องใช้เอกสารยืนยันในการขายสินค้าให้กับห้องเย็น โรงงานแปรรูปที่ส่งออกสินค้า เช่น เรือประมงต้องมีสมุดบันทึกทำการประมง และหนังสือกำกับการซื้อขายสัตว์น้ำ ประกอบการขายสินค้าสัตว์น้ำ แต่เนื่องจากอาชญาบัตรเรือประมงที่ทำการประมงไม่ถูกต้องตามประเภทเครื่องมือที่ใช้ในการประมงจึงเป็นปัญหาที่ทำให้ไทยโดนใบเหลือง


วิบากกรรมประมงวิกฤติ 3 เด้ง


นายมงคลกล่าวเพิ่มเติมว่าความจริงอุตสาหกรรมที่ส่งออกไปตลาดอียูและตลาดสหรัฐอเมริกาทั้งปลาและปลาหมึกจำนวนกว่าหมื่นล้านบาทที่เหลือเป็นกุ้งและทูน่าจากจำนวนที่ส่งออกทั้งหมดในแต่ละปีโดยเฉลี่ยกว่า 3 หมื่นล้านบาทนั้นประมงไทยโดนหางเลข ทั้งที่มาตรการอียูที่ออกนั้นต้องการกีดกันทางการค้ากุ้งและทูน่า ซึ่งทั้ง 2 ชนิด ส่วนใหญ่เป็นเรือประมงต่างชาติ ก็ไม่มีปัญหาเรื่องค้ามนุษย์ และอาชญาบัตรก็ถูกต้อง และซ้ำร้ายประเทศอินโดนีเซียได้ออกกฎกระทรวงด้านประมงใหม่ 4 ฉบับ ได้แก่ 1)ให้ระงับการออกใบอนุญาตทำประมง รวมถึงการต่ออายุใบอนุญาต ส่วนใบอนุญาตที่ยังไม่หมดอายุ จะต้องหยุดทำการประมง เพื่อรอการตรวจสอบจากรัฐบาลอินโดนีเซีย 2)ให้เรือประมงต่างชาติถ่ายปลาที่จับได้ขึ้นฝั่งตามท่าเรือของอินโดนีเซียที่ระบุไว้ 3) งดออกใบอนุญาตทำประมงให้เรือที่ต่อในต่างประเทศและห้ามขนถ่ายปลากลางทะเล 4) ห้ามใช้อวนลากและอวนล้อม (ระหว่างเดือน พ.. 57-เม.. 58)  คาดว่าจะขยายเวลาเพิ่มยิ่งทำให้ประมงไทยมีวิบากกรรมเพิ่มขึ้น


อินโดนีเซีย เป็นแหล่งหาปลาที่ใหญ่ที่สุด  เรือประมงไทยส่วนใหญ่เข้าไปจับในน่านน้ำอินโดนีเซียจะขนส่งมาไทยปีละประมาณ 7 แสนตันถึง 1 ล้านตันต่อปี 80% จะส่งเข้าโรงงานแปรรูปอาหารทะเลในไทยเพื่อส่งออกต่างประเทศ  หรือเข้าโรงงานปลาป่น เป็นต้น


รับปากกล่อมอธิบดีประมง


อย่างไรก็ตามข้อเรียกร้องดังกล่าวรองอธิบดีกรมประมงรับปากว่าจะต้องเร่งไปเจรจากับดร.จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง ให้ทบทวนการแก้ไขปัญหาอาชญาบัตรเรือประมง ที่เป็นการทำการประมงแบบไอยูยู  ต้องคำนึงถึงประเทศชาติเป็นหลัก จะใช้กฎหมายแก้ปัญหาอย่างเดียวไม่ได้ ข้อมูลต่างๆ เหล่านี้จะนำเข้าเสนอในที่ประชุม คสช.วันที่ 30 เมษายนนี้ให้รับทราบต่อไป  อย่างไรก็ดีพล..ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม ได้ขีดเส้นไว้จะต้องเสร็จภายใน 3 เดือน  ส่วนอีก 3 เดือนหลังจะต้องทดลองระบบ



สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย กรมเจ้าท่า ไอยูยู ฟิชชิ่ง เรือประมง ณัฐ จับใจ กรมประมง ประมงผิดกฎหมาย จัดระเบียบท่าเทียบเรือ