บีทีเอสลงสนามร่วมทุนพีพีพี ชี้จุดแข็งผนึกพันธมิตรจ้องกวาดงานระบบราง

5 November 2015






“บีทีเอส”แย้มแผนสนใจโครงการเมกะโปรเจ็กต์ร่วมทุนพีพีพี ประเดิมหวังชิงดำโครงการรถไฟฟ้า 2 สาย ชมพูและเหลือง มั่นใจในศักยภาพทั้งเล็งผนึกยักษ์รับเหมาไทยเป็นพันธมิตรลุยงานก่อสร้าง ส่วนระบบอาณัติสัญญาณยันเปิดกว้างร่วมได้ทั้งซีเมนส์และบอมบาดิเย่ร์

นายสุรพงษ์ เลาหะอัญญา กรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า บีทีเอสพร้อมเข้าร่วมแข่งขันประมูลโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต่างๆที่รัฐบาลเร่งผลักดัน ในรูปแบบพ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ.2556 โดยเฉพาะโครงการระบบรางทั้งรถไฟของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) และรถไฟฟ้าของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) เนื่องจากมีประสบการณ์การบริหารจัดการ ด้านบุคลากร และความพร้อมด้านการเงิน ทั้งให้ความสนใจกับการร่วมทุนกับผู้รับเหมาชั้นนำของไทย จุดแข็งที่สำคัญคือสามารถร่วมกับพันธมิตรจากต่างประเทศอีกหลายรายในการร่วมประมูล ไม่ว่าจะเป็นซีเมนส์จากเยอรมนี และบอมบาดิเย่ร์จากแคนาดาที่มีความเชี่ยวชาญด้านระบบอาณัติสัญญาณ

“เบื้องต้นยืนยันว่าจะเข้าร่วมประมูลเดี่ยวก่อน เนื่องจากขณะนี้บีทีเอสยังไม่เห็นรายละเอียดที่ชัดเจนของโครงการต่างๆที่รัฐบาลจะนำไปบรรจุเข้าไว้ในการร่วมทุน ซึ่งในเบื้องต้นทราบเพียงว่ามี 2 โครงการเท่านั้นคือรถไฟฟ้าสายสีชมพู(แคราย-มีนบุรี) และสายสีเหลือง(ลาดพร้าว-สำโรง) จึงต้องขอดูรายละเอียดให้ชัดเจนก่อนว่าท้ายที่สุดแล้วจะต้องเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับรายใดบ้าง”

ทั้งจากที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) ได้เร่งพิจารณาโครงการรถไฟฟ้า 2 เส้นทางของรฟม.คือโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลือง ก่อนที่จะนำเสนอคณะกรรมการพีพีพีชุดใหญ่ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานพิจารณาและอนุมัติให้รฟม.ไปเร่งดำเนินการ คาดว่าปลายปีนี้น่าจะเห็นความชัดเจน ส่วนการก่อสร้างน่าจะประมูลได้ในช่วงประมาณปลายปี 2559 เช่นเดียวกับโครงการมอเตอร์เวย์ 2-3 เส้นทาง ที่จะต้องให้เอกชนเข้ามาร่วมบริหารจัดการ

“เบื้องต้นทราบว่ารัฐบาลมีความพยายามสอบถามความเห็นนักลงทุน เฉพาะกลุ่มเป้าหมายแบบเชิงลึกมากขึ้น ดังนั้นจึงต้องขอดูรายละเอียดการดำเนินงานของรัฐก่อนว่าโครงการไหนมีความชัดเจนอย่างไรบ้าง ใช้ระยะเวลานานมากน้อยเท่าใด ซึ่งในมุมมองของนักลงทุนต้องการดูรายละเอียดเชิงลึกเพื่อประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากจะต้องทำงบประมาณเข้าไปดำเนินงานแทบทั้งสิ้นนั่นเอง ซึ่งรถไฟฟ้าทั้ง 2 เส้นทางของรฟม.ก็น่าจะมีบริษัทที่มีศักยภาพด้านการลงทุนอยู่จำกัดเพียง 2 รายเท่านั้นคือบีทีเอสกับบีเอ็มเอ็นที่ให้บริการเดินรถ MRT ในปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมีต้นทุนที่ต่ำกว่ากันเท่านั้น อีกทั้งน่าจะต้องหาพันธมิตรมาเพิ่มเติมได้อีก”

ด้านแหล่งข่าวระดับสูงของกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งนำพ.ร.บ.ร่วมทุนปี 2556 ไปใช้ในการพัฒนาโครงการต่างๆเพื่อสนองนโยบายของรัฐบาลตามที่นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญพร้อมเร่งผลักดันให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างแท้จริงโดยเร็ว โดยเฉพาะโครงการที่คณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติให้ดำเนินการแล้วทั้งระบบราง ระบบถนนอย่างมอเตอร์เวย์และทางน้ำของการท่าเรือแห่งประเทศไทย(กทท.)

“การเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าไปร่วมลงทุนด้วยนั้นเป็นสิ่งที่เหมาะสมแล้ว เพราะปัจจุบันมีโครงการจำนวนมากแต่รัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอ อีกทั้งยังสอดคล้องกับความต้องการของภาคเอกชน โดยจะนำไปใช้กับโครงการต่างๆที่เร่งผลักดันในปัจจุบัน ซึ่งวิธีการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนปี 2556 ยังถือว่ามีความสลับซับซ้อนหลายฝ่ายกังวลว่าจะปฏิบัติได้ล่าช้าแน่ แต่ก็มีข่าวว่าจะมีความพยายามใช้วิธีพิเศษตามมาตรา 44 เข้าไปดำเนินการ”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3,102 วันที่ 5 - 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558


สุรพงษ์ เลาหะอัญญา สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รถไฟฟ้าบีทีเอส ระบบราง บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)