‘อียู’ถึงไทยซุ่มตรวจแก้ไอยูยูเรือ 2 สัญชาติผวาผิดกฎหมาย

21 October 2015






ฝ่ายเทคนิคอียูถึงไทยแล้วซุ่มเงียบ สุ่มตรวจเรือประมงผิดกฎหมาย วงในระบุบิ๊ก ทร.สั่งปิดเป็นความลับ ด้าน "ธีรภัทร" ปลัดเกษตรฯ ชี้ไทยโชคดีได้ต่อใบเหลืองดีกว่าถูกแบนส่งออก ขณะที่เรือประมง 2 สัญชาติกว่า 200 ลำ ระส่ำ หวั่นข้อหาลักลอบจับปลาน่านน้ำไทย ฝ่าฝืนคุก-ปรับหนัก 30 ล้านบาท

พล.ร.ท. จุมพล ลุมพิกานนท์ รองเสนาธิการทหารเรือ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ล่าสุดทางคณะผู้ตรวจจากสหภาพยุโรป (อียู) ด้านเทคนิคได้เดินทางถึงเมืองไทยแล้ว และได้มีการลงพื้นที่สุ่มตรวจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งดูความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือไอยูยู ฟิชชิ่งของประเทศไทย ว่า ขณะนี้ได้แก้ไขข้อบกพร่องทุกอย่างตามที่อียูแนะนำตั้งแต่ต้นแล้วหรือไม่ ซึ่งทางอียูจะเห็นความก้าวหน้าการแก้ไขปัญหาในระดับหนึ่ง แต่อาจจะไม่ถึงระดับมาตรฐานที่ทางอียูต้องการอย่างประเทศสเปน หลังจากนั้นทางคณะใหญ่ของอียู จะตามมาภายหลัง ยังไม่ได้กำหนดแน่นอนว่าจะเป็นเมื่อไร ส่วนทางคณะฝ่ายเทคนิคยังไม่ได้แจ้งว่าจะบินกลับก่อนหรืออยู่ร่วมกับคณะใหญ่ที่จะมาประเมินผลการแก้ไขปัญหาของไทยอย่างเป็นทางในเร็วๆ นี้

"ในส่วนเรือประมงไทยที่มี 2 สัญชาตินั้น จะต้องเหลือเพียงสัญชาติเดียว กำลังอยู่ในระหว่างการแก้ไขปัญหา อาจจะมีการกำหนดโควตาแบบสัมปทานให้ทำการประมง จำกัดวัน จำกัดจำนวนปลา อยู่ในช่วงหารือ ขอให้ผู้ประกอบการประมงใจเย็น ทาง ศปมผ. มิได้นิ่งนอนใจ"

ด้านแหล่งข่าวจากศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำการประมงผิดกฎหมายหรือ ศปมผ. กล่าวว่า ในที่ประชุม ศปมผ. เมื่อเร็วๆ นี้ พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ(ผบ.ทร.)ในฐานะผู้บัญชาการ ศปมผ. ได้มีคำสั่งไม่ให้เปิดเผยว่าทางคณะอียูฝ่ายเทคนิคได้เดินทางมาถึงเมืองไทยแล้ว ให้รักษาเป็นความลับ และคอยอำนวยความสะดวกให้กับทางคณะเท่านั้น

ด้านนายธีรภัทร ประยูรสิทธิ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เผยว่า ทางอียู ส่งสัญญาณมาแล้วว่า ในการประเมินการแก้ไขปัญหาไอยูยูของไทย ทางอียูจะยังคงให้ใบเหลืองกับไทยต่อไป นับว่าโชคดีในระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ จะเร่งดำเนินการขั้นตอนต่างๆ ให้ครบถ้วน เพราะเป้าหมายต้องให้หลุดพ้นจากข้อกล่าวหา สินค้าประมงของไทยจะได้ไม่โดนแบนการนำเข้า หรือรุนแรงถึงขั้นยกเลิกการค้าขายกับไทย ที่ผ่านมาการแก้ไขปัญหาเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงกับ ศปมผ. ได้ดีระดับหนึ่ง มีการปรับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องไปแล้ว และกำลังทำกฎหมายระเบียบที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ด้วย หลายฉบับให้ครบถ้วน นอกจากนั้นยังได้ประสานไปยังกระทรวงแรงงาน รวมทั้งการขึ้นทะเบียนเรือ ที่ขึ้นตรงกับกระทรวงคมนาคมที่จะต้องไปตรวจเรือ ข้อมูลเหล่านี้ได้เตรียมการไว้และรายงานให้กับทางคณะอียูที่จะเข้ามาติดตามตรวจสอบความคืบหน้าต่อไป

"การแก้ไขปัญหาประมงที่ผิดกฎหมาย มีความซับซ้อนมาก ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ ใช้ทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ในการทำงานร่วมกับประชาชน ซึ่งได้ย้ำกับทางกรมประมงไปแล้วว่า ถ้าไม่ให้ใช้เครื่องมือผิดกฎหมาย จะมีอะไรไปช่วยเหลือทดแทน ซึ่งมาตรการตรงนี้จะต้องออกมาก่อนคำสั่งว่าจะให้หยุด หรือยกเลิก"

แหล่งข่าวจากสมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย เผยว่า ปัจจุบันมีเรือกว่า 200 ลำ เป็นเรือประมงไทยที่โอนสัญชาติไปเป็นมาเลเซีย กัมพูชา เมียนมาและประเทศอื่นๆ กำลังมีปัญหาเพราะเรือเหล่านี้มีขนาดเกิน 30 ตันกรอส ผู้ประกอบการติดสัญญาณติดตามเรือ(VMS)ของไทย แต่ไปจับปลาในพื้นที่น่านน้ำที่ได้รับสัมปทานจากเพื่อนบ้าน เกรงว่าทหารเรือจะเข้าใจผิดคิดว่ารุกล้ำน่านน้ำเพื่อนบ้าน หรือบางลำ จับปลามาได้ ก็ไม่สามารถมาท่าเทียบเรือไทยได้ เพราะพระราชบัญญัติการประมง พ.ศ. 2558 รวมถึง พระราชกำหนดการประมง พ.ศ. .... ที่จะมาบังคับใช้แทนนั้นยังไม่ได้เปิดช่องว่าเรือประมงกลุ่มนี้ จะให้แก้ไขอย่างไร มีแต่บทลงโทษเพียงอย่างเดียว ขณะนี้หวาดผวากันเพราะเกรงจะถูกยึดเรือ หรือเสียค่าปรับโทษสูงสุด 30 ล้านบาท

นายกมลศักดิ์ เลิศไพบูลย์ เลขาธิการ สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย เผยว่า สมาคมประมง 22 จังหวัด ร้องเรียนมายังสมาคมประมงฯ เรื่อง เรือประมงที่ได้รับการเยียวยาตามมติคณะรัฐมนตรี(ครม.) วันที่ 13 ตุลาคม 2558 ที่รายชื่อตกหล่น บางลำ ออกไปหาปลาได้ปกติ แต่กลับได้เงินเยียวยา บางลำหยุด 2 วัน กลับได้รับเงินเยียวยา 20 วัน แต่เรือปลากะตักกลับไม่ได้รับความช่วยเหลือเลย ทางสมาคมกำลังรวบรวมข้อมูลส่งให้กับทางกรมประมงเพื่อดำเนินการให้ถูกต้องต่อไป

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3097 วันที่ 18 - 21 ตุลาคม พ.ศ. 2558


สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ไอยูยู ฟิชชิ่ง สหภาพยุโรป (อียู) พล.ร.ท.จุมพล ลุมพิกานนท์ ประมงผิดกฎหมาย ไอยูยู ศูนย์บัญชาการแก้ไขการทำประมงผิดกฏหมาย (ศปมผ.)