
กางโมเดลเมืองนอก “คุมขายน้ำเมา” เตือนรัฐปลดล็อกเวลาขายเสี่ยงขัด รธน.
นักวิชาการกางโมเดลต่างประเทศ ทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวในการ “ควบคุมการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์” พร้อมเตือนรัฐบาลแก้กฎหมาย "น้ำเมา" อ้างกระตุ้นเศรษฐกิจ เสี่ยงละเมิดสิทธิ-ขัดรัฐธรรมนูญ
"นักวิชาการ” ถอดบทเรียนจากต่างประเทศ และมีคำเตือนถึงรัฐบาลกรณีเตรียมแก้ไขกฎหมายควบคุมเครื่องดื่มแอลกอลฮอล์ เปิดช่องให้ธุรกิจ "น้ำเมา" สามารถโฆษณา สื่อสารการตลาด เพิ่มเวลาขาย และส่งเสริมการขาย โดยอ้างว่าเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งอาจขัดต่อเจตนารมณ์ของกฎหมาย ส่อแววผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 ละเมิดสิทธิประชาชน เพราะรัฐบาลไม่มีทางควบคุม "คนเมา" ไม่ให้สร้างผลกระทบต่อบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจนำไปสู่การบาดเจ็บ ล้มตาย จากนโยบายที่ให้เสรีภาพในการดื่ม "น้ำเมา" เกินขอบเขต
ผศ.ดร.ชิดตะวัน ชนะกุล อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์และการเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ อธิบายว่า "การแก้ไขกฎหมายเพื่อลดทอนการควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะนอกจากเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร ยังก่อให้เกิดการบาดเจ็บ และโรคไม่ติดต่อหลายชนิด ซึ่งส่งผลต่อเนื่องถึงผลิตภาพของแรงงาน และงบประมาณภาครัฐด้านสาธารณสุข ทั้งหมดนี้จะเป็นฉุดรั้งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ"
ผลการศึกษาจากหลายแหล่งชี้ชัดว่า
- ประเทศที่ห้ามโฆษณา "น้ำเมา" มีการละเมิดกฎหมายน้อยกว่า เช่น ประเทศนอร์เวย์ ฟินแลนด์ ไอซ์แลนด์ สวีเดน
- การให้โฆษณา "น้ำเมา" เพิ่มจำนวนผู้เสียชีวิตบนท้องถนน จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด
- การห้ามโฆษณา "น้ำเมา" ทั่วสหภาพยุโรป ป้องกันการเจ็บป่วยจาก "น้ำเมา" ได้ 5% จากรายงานขององค์การอนามัยโลก
นอกจากนี้ผศ.ดร.ชิดตะวัน ยังระบุว่ามีงานวิจัยที่บ่งชี้ว่า การขยายเวลาขาย "น้ำเมา" ย่อมเพิ่มอันตราย
- การเพิ่มเวลาขาย 1 ชั่วโมง เพิ่มอาชญากรรมและความรุนแรง 16% จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย
- รัฐที่ขาย "น้ำเมา" วันอาทิตย์ อาชญากรรมจาก "น้ำเมา" เพิ่ม กรณีเล็กน้อย 5% รุนแรง 10% จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยชิคาโก
ตัวอย่างประเทศที่ลดเวลาขาย "น้ำเมา"
- เจนีวา ห้ามขาย "น้ำเมา" ในร้านค้า 21.00 น. - 07.00 น. ลดผู้เข้ารักษาพยาบาลจากอาการมึนเมา 25-40%
- เยอรมนี ห้ามขาย "น้ำเมา" 22.00 น. - 05.00 น. ลดผู้เข้ารักษาพยาบาลจาก "น้ำเมา" 7%
- ออสเตรเลีย ลดเวลาขาย "น้ำเมา" ในสถานบันเทิง ลดอันตรายและความรุนแรง
ผศ.ดร.ชิดตะวัน อธิบายต่อว่า "เสรีภาพในการดื่ม "น้ำเมา" ของบุคคล สามารถสร้างผลกระทบหรือละเมิดสิทธิบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง" เช่น ถูกล่วงละเมิดทางเพศ บาดเจ็บ ทุพพลภาพ เสียชีวิต หรือถูกทำร้าย ดังนั้น รัฐบาลไม่ควรแก้กฎหมายเพื่อส่งเสริมการบริโภค "น้ำเมา" ไม่ว่าจะเป็นการขยายเวลาจำหน่าย อนุญาตให้มีการโฆษณา หรือสามารถทำกิจกรรมส่งเสริมการขายได้
"เพราะนอกจากจะส่งผลเสียทางสังคมและเศรษฐกิจตามผลการศึกษาที่ผ่านมาแล้ว ยังเป็นการออกนโยบายที่เข้าข่ายฝ่าฝืน มาตรา 25 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งบัญญัติโดยสรุปว่า บุคคลมีสิทธิและเสรีภาพ ตราบเท่าที่การใช้สิทธิหรือเสรีภาพเช่นว่านั้นไม่กระทบกระเทือนหรือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน และไม่ละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น"
ดังนั้น การกระตุ้นให้ผู้คนบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อย่างมีเสรีภาพมากขึ้น โดยรัฐไม่สามารถจัดการกับปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับสิทธิของบุคคลอื่นซึ่งจะถูกกระทบจากมาตรการฯ ย่อมเป็นการออกนโยบายที่มิชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อีกทั้งขัดกับเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายฉบับนี้ในการคุ้มครองสุขภาพประชาชน ลดผลกระทบทางสังคม และป้องกันนักดื่มหน้าใหม่โดยสิ้นเชิง

