ยางลุ้นโค้งสุดท้ายจีน-สหรัฐฯซื้อเพิ่ม คาดทั้งปีปริมาณบวกแต่มูลค่าติดลบ

3 September 2015






เกจิฟันธงราคาน้ำมันผันผวน-เศรษฐกิจจีนชะลอตัว ทำส่งออกยางพาราไทยปีนี้ คาดแง่มูลค่าลดลง 12% ส่วนด้านปริมาณเชื่อยังขยายตัวได้ 3-5% ลุ้นรัฐบาลจีนเอาอยู่แก้ปัญหาเศรษฐกิจ ฝากทีมเศรษฐกิจใหม่รัฐบาลประยุทธ์มีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตร ขณะเตรียมเปิดเวที 3 ประเทศถกแก้ราคายาง 15 ก.ย.นี้

นายหลักชัย กิตติพล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมยางพาราไทย เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ถึงแนวโน้มราคาและการส่งออกยางพาราของไทยในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ว่า จากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเฉลี่ยอยู่ที่ 37-38 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล ส่งผลให้ราคายางสังเคราะห์ซึ่งเป็นผลพลอยได้จากน้ำมัน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 60 % ของความต้องการใช้ยางในตลาดโลกปรับตัวลดลงตามมีผลถึงราคายางธรรมชาติปรับตัวลดลงตามไปด้วย
ทั้งนี้การส่งออกยางพาราของไทยในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2558 ส่งออกไปแล้วมูลค่าเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (2.95 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ขยายตัวลดลง 21% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คาดในเดือนที่เหลือของปีนี้การส่งออกยางพาราจะปรับตัวดีขึ้นขณะที่ความต้องการใช้ยางในประเทศในปีนี้คาดจะขยายตัวเพิ่มขึ้น14% และปีหน้าน่าจะเพิ่มขึ้น15%

"ปัญหาใหญ่ของการส่งออกยางพาราของไทยอยู่ที่จีนซึ่งเป็นตลาดหลัก อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจภายในของเขา แต่มั่นใจว่ารัฐบาลจีนเอาอยู่ จากในช่วง 7 เดือนแรกการนำเข้ายางพาราของจีนลดลง 13% แต่คาดว่าจากนี้ไปจีนจะนำเข้ายางพาราเพิ่มขึ้นจากสต๊อกเริ่มลดลง ซึ่งก็คงต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด"

นายหลักชัย กล่าวอีกว่า คาดการส่งออกยางพาราของไทยในปีนี้ในแง่ปริมาณน่าขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 3-5% โดยคาดจะส่งออกได้ 3.8 ล้านตัน จากปีก่อนส่งออกได้ 3.7 ล้านตัน ส่วนในแง่มูลค่าน่าจะลดลงจากปีที่แล้วประมาณ 12% (ปี 2557 ไทยส่งออกยางพารามูลค่า 6.02 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือรูปเงินบาทที่ 1.93 แสนล้านบาท) ปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบทำให้มูลค่าการส่งออกลดลงเนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงส่งผลต่อราคายางธรรมชาติที่ปรับตัวลดลง รวมถึงสถานการณ์เศรษฐกิจในจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้ายางรายใหญ่ที่เอกชนยังมีความมั่นใจว่ารัฐบาลจีนจะยังรับมือปัญหาเศรษฐกิจภายในได้"

ส่วนราคายางหลังจากนี้คงอยู่ในภาวะชะลอตัวคงไม่ผันผวนไปมากกว่านี้ โดยปัจจุบันราคายางพารา ในส่วนของยางแผ่นดิบเฉลี่ยอยู่ที่ 40-50 บาทต่อกิโลกรัม ยางก้อนถ้วยอยู่ที่ 40-45 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนแนวโน้มราคายางพาราในปี 2559 คาดจะขยับขึ้นไปที่ 60 บาทต่อกิโลกรัมตามภาวะเศรษฐกิจโลก และราคาน้ำมันที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้น

"ในระยะสั้น ๆ นี้คณะรัฐมนตรีชุดใหม่น่าจะมีนโยบายที่ชัดเจนเกี่ยวกับสินค้าเกษตร โดยเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งปีนี้คาดว่าผลิตภัณฑ์ยางพาราทั้งส่งออกและใช้ในประเทศน่าจะอยู่ที่ 8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯและคาดว่าปีหน้าจะขยับเป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เห็นได้ จากตัวเลขการผลิตของโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น ที่เข้ามาลงทุนในไทยถือว่าขยายตัวเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการผลิตยางรถยนต์ ประกอบกับอานิสงส์ที่สหรัฐอเมริกาได้ใช้มาตรการเก็บภาษีเพิ่มเพื่อต่อต้านการทุ่มตลาด(เอดี)สินค้ายางรถยนต์จากจีน มีผลให้สหรัฐฯหันมาสั่งซื้อสินค้าจากอาเซียนโดยเฉพาะจากไทยเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมารัฐบาลไทยได้มีการชักชวนผู้ผลิตยางรถยนต์จากจีนเข้ามาตั้งโรงงานในไทยเพื่อเลี่ยงผลกระทบ และจะมีส่วนช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกยางพาราของไทยได้ในอนาคต

"ในวันที่ 15 กันยายนนี้ภาครัฐและเอกชนของ 3 ประเทศ ประกอบด้วย ไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซีย จะมีการประชุมเรื่องราคายาง โดยรอบนี้จะจัดประชุมที่มาเลเซีย เนื้อหาสาระจะเป็นการร่วมมือกันในการผลักดันราคายางให้ไปทิศทางเดียวกัน"

 

 

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3084 วันที่ 3-5 กันยายน พ.ศ. 2558


ยางพารา ราคาน้ำมัน หลักชัย กิตติพล เศรษฐกิจจีน ทีมเศรษฐกิจ รัฐบาลประยุทธ์ การส่งออกยางพารา