บางจากยันไม่ขายหุ้นโปแตชปตท.ลุยทำพลังงานทดแทน

18 April 2015






“บางจาก” ยันไม่ขายหุ้น เหมืองโปแตช 11.59% ในการประชุมผู้ถือหุ้นเม.ย.นี้ แต่อนาคต ไม่แน่ หลังราคาโปแตชร่วงหนัก “ชัยวัฒน์” เผยไม่ใช่ธุรกิจหลัก ปีนี้เน้นลุยลงทุนโซลาร์ฟาร์ม 50 เมกะวัตต์ ตามสหกรณ์ทั่วประเทศ ขณะที่ “จีพีเอสซี” เครือ ปตท. สนใจลงทุนโรงไฟฟ้าชีวมวลชายแดนภาคใต้ 2-3 โครงการ สนองนโยบายรัฐ
นายชัยวัฒน์ โควาวิสารัช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือเอเอ็มพีซี เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่บริษัทได้เข้าไปถือหุ้นในบริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด(มหาชน) ในสัดส่วน 11.59 % ซึ่งจะมีการประชุมผู้ถือหุ้นในเดือนเมษายนนี้ เพื่อพิจารณาในการเพิ่มทุนจากผู้ถือหุ้นทั้งหมดนั้น โดยบริษัทยังยืนยันว่า พร้อมที่จะถือหุ้นในโครงการเหมืองแร่โปแตช ที่จังหวัดชัยภูมิต่อไป โดยจะยังไม่มีแผนที่จะขายหุ้นให้ผู้สนใจรายอื่นในขณะนี้ และคงไม่จำเป็นต้องเสนอในที่ประชุมรับทราบ และมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ยอมรับว่าในอนาคตมีโอกาสที่จะขายออกไป เพราะแนวโน้มราคาโปแตชปรับลดลงมาก ขณะนี้อยู่ที่ 300 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน จากก่อนหน้านี้อยู่ที่ระดับ 700 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งบางจากจะหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท(บอร์ด) ต่อไป
อย่างไรก็ตาม การเข้าไปลงทุนในเหมืองโปแตช ไม่ใช่ธุรกิจหลักของบางจาก และถือหุ้นในสัดส่วนน้อย แม้ว่าเหมืองโปแตชจะได้ประทานบัตรในการทำเหมืองแล้วก็ตาม แต่จะมุ่งดำเนินธุรกิจที่ถือว่าสร้างกำไรให้กับบริษัท โดยเฉพาะในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนมากขึ้น ซึ่งศึกษาความเป็นไปได้ไว้หลายโครงการโดยเฉพาะโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์ฟาร์มหน่วยงานราชการและสหกรณ์การเกษตร) ที่ตั้งเป้าไว้ 50 เมกะวัตต์ ในการยื่นเสนอขายไฟฟ้า เนื่องจากบางจากมีสถานีบริการนํ้ามันสหกรณ์ประมาณ 600 แห่งทั่วประเทศ ส่วนการลงทุนในโรงไฟฟ้าชีวมวลและโรงไฟฟ้าขยะ ปัจจุบันก็ศึกษาไว้เช่นกัน แต่ต้องรอบคอบเพราะไม่อยากวิ่งตามใคร ดังนั้นความเป็นไปได้มากสุดตอนนี้คือ โซลาร์ฟาร์มของสหกรณ์การเกษตร
ส่วนการลงทุนโซลาร์ฟาร์ม ปัจจุบันบางจากมีโครงการในไทย 118 เมกะวัตต์ ซึ่งภาครัฐยังไม่เปิดเพิ่มเติม ดังนั้นบางจากจึงมองหาโอกาสขยายการลงทุนในต่างประเทศ ล่าสุดได้ร่วมกับบริษัท เชาว์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ที่จะเข้าไปลงทุนในหน่วยลงทุนที่เรียกว่า GKTK ในญี่ปุ่นขนาด 60 เมกะวัตต์ คาดว่าการลงทุนดังกล่าวจะให้เงินปันผลกลับมากว่า 100 ล้านบาทต่อปี เริ่มรับรู้ในช่วงครึ่งหลังปี 2559 โดยโครงการดังกล่าวมีอัตราผลตอบแทนการลงทุนเกินกว่าระดับ 15% และบริษัทมีแผนขยายการลงทุนโซลาร์ฟาร์มในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 100 เมกะวัตต์ในอนาคต
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานกรรมการบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) จีพีเอสซี เปิดเผยว่า แผนลงทุนของจีพีเอสซีในปีนี้ ตั้งเป้าลงทุนโรงไฟฟ้าในประเทศสัดส่วน 70% และต่างประเทศ 30% โดยจะเป็นการลงทุนในพลังงานหมุนเวียน 10-20% ของแผนลงทุนทั้งหมด ซึ่งในปีนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรร่วมทุนโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวลใช้เศษยางพาราเป็นวัตถุดิบ ในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 2-3 โครงการ ขนาดกำลังการผลิต 8 เมกะวัตต์ต่อแห่ง เบื้องต้นได้เจรจากับพันธมิตรที่มีวัตถุดิบในพื้นที่แล้ว คาดว่าจะมีข้อสรุปเร็วๆนี้
โดยบริษัทมองหาโอกาสขยายการลงทุนพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันจีพีเอสซีมีกำลังการผลิตตามสัดส่วนร่วมทุนประมาณ 1.8 พันเมกะวัตต์ แบ่งเป็นโครงการที่เดินเครื่องแล้ว 1.3 พันเมกะวัตต์ สร้างรายได้ปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 2 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลืออยู่ระหว่างก่อสร้าง จะแล้วเสร็จภายใน 4-5 ปีข้างหน้า ขณะเดียวกันบริษัทยังขยายการลงทุนในธุรกิจไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอีก 1 พันเมกะวัตต์ ภายในปี 2562 ขณะที่แผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ยังเป็นไปตามแผนคือภาย
ในไตรมาส 2 ปีนี้ คาดว่าจะเสนอ
ขายหุ้นไอพีโอได้ภายในเดือนพฤษภาคมนี้


บริษัท เหมืองแร่โปแตชอาเซียน จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) บางจาก สุรงค์ บูลกุล