โลว์คาร์บอน ฮอลิเดย์ ทัวร์ต้นแบบกิจกรรมเที่ยวลดโลกร้อน

20 August 2016






แม้การท่องเที่ยวจะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศได้มากถึงหลัก 2 ล้านล้านบาท แต่อีกด้านหนึ่ง คือประเทศต้องแลกด้วยปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งจากการทำวิจัยของ United Nations Environment Program (UNEP) หน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมของสหประชาชาติ พบว่าการท่องเที่ยวปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นจำนวนสูงถึง 5% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในทุกอุตสาหกรรม ซึ่งก๊าซประเภทนี้ถือเป็นสาเหตุสำคัญของภาวะโลกร้อน

Low Carbon Tourism



คำถามคือจะทำอย่างไรที่จะทำให้การท่องเที่ยวยังคงสร้างรายได้ ควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการรักษาสิ่งแวดล้อม นี่เองจึงเป็นเหตุผลที่ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน(องค์การมหาชน) หรือ “อพท.” ได้กำหนดให้ “Low Carbon Tourism” หรือ “การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ” เป็นหนึ่งในโครงการภายใต้นโยบายหลักของอพท.

คอนเซ็ปต์การท่องเที่ยวแบบ Low Carbon คือการทำให้นักท่องเที่ยวได้รับความสะดวกสบาย มีความสุขและความสนุกสนานอย่างเต็มที่ ปลดปล่อยคาร์บอนแต่น้อย ตั้งแต่การเดินทาง ที่พยายามส่งเสริมให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ ควบคู่ไปกับการใช้จักรยานในการพาไปสัมผัสสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังงาน การเลือกพักในโรงแรมที่มีการดำเนินกิจกรรมที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เน้นการท่องเที่ยวประเภทอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้นักท่องเที่ยวได้ Slow Life ให้มีโอกาสได้ศึกษาเรียนรู้ ละเลียดไปกับคุณค่าของวิถีชีวิตของชุมชนอย่างใกล้ชิด รวมถึงการรับประทานอาหาร ก็เน้นวัตถุดิบที่หาได้ในท้องถิ่น หรือ Low Carbon Menu

ดังนั้นเพื่อผลักดันให้คอนเซ็ปต์นี้สามารถขายได้จริง อพท.จึงได้เริ่มพัฒนาโมเดล “Low Carbon Holiday” หรือ “กิจกรรมท่องเที่ยวลดโลกร้อน” มาตั้งแต่ปี 2557 โดยร่วมกับสถาบันพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ ISMED เพื่อสร้างการท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำที่มีกิจกรรมอยู่จริง และ

สามารถขายให้นักท่องเที่ยวได้จริง ภายใต้คอนเซ็ปต์การเป็น “Low Carbon Destination” ในพื้นที่พิเศษหมู่เกาะช้างและพื้นที่เชื่อมโยง ได้แก่ เกาะกูด เกาะหมาก เกาะขาม เกาะหวาย ในลักษณะกรุ๊ปทัวร์ 3 วัน 2 คืน

ปล่อยลูกเต่าลงทะเล



โดยนักท่องเที่ยวจะได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมการท่องเที่ยว ที่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ น้อยกว่าแพ็กเกจท่องเที่ยวที่ให้บริการตามปกติในท้องตลาด ในพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งประกอบด้วย การปั่นจักรยาน พายเรือคยัคที่ “เกาะหมาก” ปล่อยลูกเต่าลงทะเลที่ “เกาะขาม” ปลูกปะการังที่ “เกาะหวาย” ทำกิจกรรม “Seed Bomb” ยิงเมล็ดพืชปลูกป่าและเล่นน้ำตกที่ “เกาะกูด” และรับประทานอาหารLow Carbon Menu ที่เน้นการใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นเป็นส่วนประกอบหลัก บริการโดยเชฟชื่อดัง “บนเกาะช้าง” และอพท. ได้ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดตราด นำเสนอขาย Low Carbon Holiday ในงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 36 เมื่อเดือนกันยายน 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ และจัดทริปครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2558 มีนักท่องเที่ยวซื้อทัวร์เข้าร่วมถึง 168 คน ถือว่าได้รับผลตอบรับเกินคาด

ดร.นาฬิกอติภัค แสงสนิท ผู้อำนวยการ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. เผยว่า การท่องเที่ยวแบบคาร์บอนต่ำหรือ Low Carbon Tourism จะต้องสามารถคำนวณการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ตลอดกิจกรรมการท่องเที่ยวตั้งแต่ต้นจนจบได้ คล้ายกับการวัด Carbon Footprint แต่นักท่องเที่ยวไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเพิ่มเพื่อชดเชยการปลดปล่อยคาร์บอน เพียงแต่ขอให้นักท่องเที่ยวสนุกสนานกับกิจกรรม Low Carbon Tourism ให้เต็มที่เป็นการชดเชย

ซึ่งผลออกมาว่า Low Carbon Holiday นั้น สามารถลดการปลดปล่อยคาร์บอนได้ถึง 56% เมื่อเทียบกับการท่องเที่ยวแบบปกติในพื้นที่

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นวันนี้ไม่ได้ถูกพิสูจน์อยู่แค่ในประเทศเท่านั้น เมื่อล่าสุดกิจกรรมท่องเที่ยวลดโลกร้อน “Low Carbon Holiday” ของ อพท. ได้ไปคว้ารางวัล PATA Gold Award 2016 จากสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Pacific Asia Travel Association - PATA) ประเภทรางวัลด้านสิ่งแวดล้อม ในสาขาการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เป็นตัวการันตรี ถึงทัวร์ต้นแบบกิจกรรมท่องเที่ยวลดโลกร้อน ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,184 วันที่ 18 - 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559


CSR องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน อพท. กิจกรรมCSR การท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ