นิวทีวีฝันผงาดติดท็อปเทน อัดการตลาดสร้างแบรนด์ปรับผังเพิ่มเรตติ้ง

24 August 2015






เมื่อตลาดทีวีดิจิตอลเกิดการแข่งขันสูง ประกอบกับสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้ต้องตกอยู่ในภาวะลำบาก ดังนั้นช่วงที่ผ่านมาทีวีทุกช่องทั้งรายใหม่และรายเดิมต่างเร่งปรับกลยุทธ์และเดินหน้าการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเรื่องของคอนเทนต์และผังรายการที่ปรับกันต่อเนื่องทุกเดือน โดยหนึ่งในนั้นมีช่อง “นิวทีวี” ที่เร่งปรับผังรายการกลับไปสู่ช่วงเริ่มต้นอีกครั้ง ล่าสุด “ฐานเศรษฐกิจ” ได้มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษ “นายปารเมศ

เหตระกูล” กรรมการบริหาร บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ “นิวทีวี” ถึงทิศทางธุรกิจที่กำลังจะเดินต่อไปจากนี้

แผนเรียกเรตติ้ง “นิวทีวี” เพิ่ม

“ปารเมศ” บอกว่า นิวทีวีเป็นช่องทีวีน้องใหม่ที่เริ่มต้นดำเนินงานได้ 1 ปี 4 เดือน ซึ่งต้องยอมรับว่าการทำธุรกิจทีวีไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องวางแผนธุรกิจให้ครอบคลุม  และเกิดประสิทธิภาพสูงสุดเนื่องจากธุรกิจนี้เป็นธุรกิจที่เผาเงินทุกนาที  ย้อนไปในช่วงเริ่มต้นปี 2557 บริษัทได้ทดลองออกอากาศช่องนิวทีวีโดยใส่คอนเทนต์สารคดีเกือบเต็มผัง  ซึ่งในขณะนั้นเรตติ้งของช่องนิวทีวีเป็นไปในทิศทางที่ดี หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงต้นปี 2558 จึงได้ทดลองปรับผังรายการอีกครั้งโดยเพิ่มรายการวาไรตีมากขึ้น ปรากฏว่าหลังจากปรับส่งผลให้เรตติ้งในช่องนิวทีวีลดลง โดยมีเรตติ้งอยู่อันดับที่ 15-16 ของช่องทีวีทั้งหมด ดังนั้นช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาบริษัทจึงได้ทดลองปรับช่องกลับไปสู่รูปแบบเดิมอีกครั้ง

“ช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาหลังจากปรับผังกลับไปสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง โดยให้ความสำคัญและชูจุดแข็งช่องนิวทีวีเป็นช่องสารคดี  ซึ่งมีสัดส่วนคอนเทนต์นี้กว่า 80% ปรากฏว่าช่องนี้มีเรตติ้งที่ดีขึ้น  จากเดิมที่เคยปรับรูปแบบช่องเป็นวาไรตีเมื่อต้นปีที่ผ่านมาขณะนั้นมีเรตติ้งอยู่อันดับที่ 15-16  ขณะนี้ปัจจุบันช่องนิวทีวีขยับเรตติ้งเพิ่มขึ้นแล้วเป็นอันดับที่ 11 ดังนั้นบริษัทจึงมองว่าคอนเทนต์สารคดีของช่องนิวทีวีเป็นแม่เหล็กที่ดีที่สามารถเรียกเรตติ้งได้”

อัดงบสร้างแบรนด์เข้าถึงผู้ชม 

“ปัจจุบันบริษัทสามารถขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในกลุ่มช่องรายการข่าวได้แล้ว  ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะปรับรูปแบบข่าวให้น่าสนใจและเข้มข้นมากขึ้นเพื่อรักษาอันดับให้อยู่อย่างนี้ต่อเนื่อง นอกจากรายการข่าวและสารคดีแล้วบริษัทยังเตรียมเพิ่มซีรีส์และรายการวาไรตีจากต่างประเทศเข้ามา เช่น รายการ Hi5 รายการเด็กจากประเทศออสเตรเลีย ฟรินจ์ มิติพิศวง เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันสัดส่วนคอนเทนต์ในผังรายการ แบ่งเป็น ข่าวและสารคดี  80% ที่เหลือเป็นวาไรตี และอื่นๆ 20%”

ทั้งนี้ในด้านของแผนการตลาดและประชาสัมพันธ์บริษัทยังเดินหน้าต่อเนื่องโดยครึ่งปีหลังบริษัทได้วางงบประมาณกว่า 40 ล้านบาท เพื่อสร้างการรับรู้ของช่องนิวทีวีให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้ชมในวงกว้าง ซึ่งปัจจุบันนิวทีวีค่อนข้างได้เปรียบในด้านนี้ เนื่องจากปัจจุบันช่องนิวทีวีมีหนังสือพิมพ์แจกฟรี นิว 108 ที่แจกฟรีจำนวน 3 แสนฉบับให้กับผู้เดินทางด้วยรถไฟฟ้า อาทิ BTS, MRT และจุดต่อรถที่สำคัญต่างๆ เป็นต้น รวมถึงการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพิ่มเติม เช่น Line, Facebook และเว็บไซต์ฯลฯ

“บริษัทจะใช้งบลงทุนด้านคอนเทนต์และอื่นๆ เฉลี่ยอยู่ที่ปีละประมาณ 800 ล้านบาท และภายในสิ้นปีนี้คาดการณ์ว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งหมดประมาณ 1.2 พันล้านบาท”

ตั้งเป้าติด 1 ใน 10

“ปารเมศ”  ยํ้าว่า เป้าหมายระยะยาวภายใน 3- 5 ปีบริษัทเชื่อมั่นว่านิวทีวีจะสามารถขึ้นเป็นช่องที่ติด 1 ใน 10 ของช่องทีวีดิจิตอลทั้งหมดได้ เนื่องจากแผนการดำเนินสถานีและเป้าหมายนิวทีวีวางไว้ชัดเจน อีกทั้งในด้านของรายได้บริษัทคาดว่าจะคืนทุนได้ภายใน 5-7 ปี พร้อมทั้งวางตำแหน่งช่องนิวทีวีให้เป็นสถานีครอบครัวสำหรับคนรุ่นใหม่ ขณะที่รายได้ในสิ้นปีนี้จากเดิมบริษัทตั้งเป้าอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท แต่จากสถานการณ์ปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น คาดว่ารายได้ดังกล่าวจะลดลงเหลือเพียง 500 ล้านบาทเท่านั้น นอกจากนี้ช่วงไตรมาส 2 ที่ผ่านมาบริษัทสามารถทำรายได้ 50 ล้านบาท

“ปัจจุบันกลุ่มผู้ชมของนิวทีวีเป็นกลุ่มคนในเมืองส่วนใหญ่ ซึ่งหลังจากนี้บริษัทจะพยายามเน้นฐานกลุ่มผู้ชมกลุ่มนี้ให้แน่นขึ้นก่อน และหลังจากนั้นค่อยขยายไปสู่ผู้ชมในตลาดต่างจังหวัด  ขณะที่รายการยอดนิยมปัจจุบันคือรายการสำรวจโลกซึ่งเป็นคอนเทนต์ที่มีกลุ่มผู้ชมยาวนาน พร้อมทั้งช่วงเวลาไพรม์ไทม์ของบริษัทคือช่วงเวลา 18.00-20.00 น. ซึ่งเป็นรายการข่าวและสารคดี  โดยในปัจจุบันราคาโฆษณาอยู่ที่ประมาณ 1 แสนบาท/นาที”

ก่อนจาก “ปารเมศ” สะท้อนภาพของทีวีดิจิตอลที่ผ่านมาว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปีที่ผ่านมาน้องใหม่ที่เข้ามาเล่นในตลาดทีวีดิจิตอลค่อนข้างเสียเปรียบในหลายด้าน ทั้งเรื่องของฐานผู้ชม  และการแข่งขันที่มีผู้เล่นจำนวนมากในตลาด  ขณะเดียวกันในมุมมองของภาคเอกชนที่มีต่อการทำงานของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มองว่าที่ผ่านมาการทำงานของกสทช.ค่อนข้างช้ากว่าแผนกำหนดการที่วางไว้ เช่น โครงข่าย คูปอง เป็นต้น ประกอบกับเรื่องของการวัดเรตติ้ง  เพราะเรตติ้งเป็นหัวใจของธุรกิจทีวีหากการวัดเรตติ้งเสถียรมากขึ้น
และได้ กสทช. เข้ามาช่วยสนับสนุนย่อมส่งผลให้อุตสาหกรรมนี้เดินไปได้เร็วขึ้นพร้อมทั้ง กสทช. ต้องสร้างการรับรู้และ
ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับเรื่องทีวีดิจิตอลให้ประชาชนรับรู้และเข้าใจมากกว่านี้

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3081 วันที่ 23 - 26 สิงหาคม พ.ศ. 2558


Facebook Line กสทช ฐานเศรษฐกิจ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือกสทช. โซเชียลมีเดีย นิวทีวี ทีวีดิจิตอล สภาพเศรษฐกิจ สัมภาษณ์พิเศษ นายปารเมศ เหตระกูล ดีเอ็น บรอดคาสท์ สถานีโทรทัศน์ ธุรกิจทีวี เรตติ้ง คอนเทนต์ รถไฟฟ้า BTS MRT สารคดี