พลังโซเชียลไทยเทน้ำใจต้าน 'มิติมืด' ร่วมเตือนสติ 'เช็กก่อนแชร์'

19 August 2015






โกลาหลไม่แพ้กัน เพียงไม่ถึง 10 นาทีหลังระเบิดกัมปนาทขึ้นที่บริเวณศาลพระพรหม แยกราชประสงค์ เมื่อ 18.55 น. โลกโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม ก็มีการเผยแพร่ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งภาพความเสียหายและผู้เสียชีวิต และคลิปวิดีโออย่างรวดเร็ว ตามด้วยกระแสข่าวสารพัดที่ต่อมาหน่วยงานต้นสังกัดยืนยันว่า ไม่จริง อาทิ อ้างคสช.สั่งปิดหน่วยราชการ ปิดสถาบันการเงิน หยุดเรียนหนึ่งวัน เพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ข่าวรัฐบาลเตรียมประกาศภาวะฉุกเฉินในกรุงเทพฯ ข่าวพบและกู้ระเบิดได้อีกที่เยาวราช จนถึงอ้างแหล่งข่าวทหารระบุ 10 พื้นที่อันตราย จนผู้คนแตกตื่น การระดมขอรับบริจาคโลหิต  และการกร่นประณามผู้ก่อเหตุด้วยอารมณ์โกรธเกรี้ยว    

ภายหลังฝุ่นตลบอยู่พักใหญ่ชาวเน็ตบางกลุ่มเริ่มได้สติเวลาประมาณทุ่มเศษเริ่มมีปรากฏการณ์การโพสต์เตือนสติเพื่อนๆบนโลกโซเชียลที่ถูกส่งต่อจนเป็นอีกกระแสที่ตีคู่และขึ้นท่วมในโลกออนไลน์ทั้งข้อความรณรงค์หยุดแชร์ภาพผู้เสียชีวิต,ตรวจสอบข่าวก่อนแชร์,ประณามผู้ลอบวางระเบิด และร่วมเสียใจเหยื่อในเหตุการณ์ รวมไปถึงมีการจัดทำแบนเนอร์ต่างๆ เพื่อให้กำลังใจกันออกมามากมาย อาทิ Stronger Together,Pray for Thailand, หยุดทำร้ายประเทศไทย R.I.P. ราชประสงค์ หรือ Pray for Bangkok และรวมกระทั่งให้กำลังใจข้ามชาติจากเพื่อนบ้านที่ทราบข่าวร้าย

ด้านสมาคมนักข่าวและนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยก็เรียกร้องผู้ประกอบวิชาชีพสื่อทุกแขนงระมัดระวังการเสนอภาพ-ข่าวที่จะไม่เป็นการซํ้าเติมผู้สูญเสีย

ขณะที่ “คนดัง” หลากหลาย ก็ใช้พื้นที่โซเชียลมีเดียแสดงความรู้สึกต่อเหตุร้ายครั้งนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอดีตนายกฯยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่เขียนแสดงความเสียใจต่อญาติผู้เสียชีวิต และประณามผู้อยู่เบื้องหลังเหตุระเบิด ถัดมาไม่นานอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร ก็ทวิตข้อความ ทราบข่าวขณะอยู่เบอร์ลินด้วยความตกใจและสลดใจ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้ประสบเหตุ และประณามผู้กระทำและผู้อยู่เบื้องหลัง

ด้านอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ก็โพสต์เช่นกัน บอกเสียใจกับผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บและครอบครัว จากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นอีก ครั้ง ขอประณามผู้มีความคิดและการกระทำที่ชั่วร้ายที่ก่อเหตุรุนแรงสร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อสังคมไทย

ขณะที่ LINE ประเทศไทย ได้แจ้งขอความร่วมมือผู้ใช้ LINE ไม่ส่งต่อ แชร์ข้อความ และรูปภาพที่ไม่เหมาะสมหรือไม่มีแหล่งข้อมูลอ้างอิง รวมถึงใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสาร ส่วนกูเกิล ประเทศไทย ได้ปรับหน้าโฮมเพจแสดงความไว้อาลัย พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่คนไทยทุกคน ให้แข็งแกร่งและฝ่าฟันเหตุการณ์นี้ไปด้วยกัน

เป็นมิติใหม่ของวงการโซเชียลมีเดียไทยที่เริ่มออกปฏิบัติการ “คุมกันเอง” ให้อยู่ในกฎ กติกา มารยาทของอารยชน ข้อมูลจากโซเชียลอิงค์  (Zocial, Inc.) ระบุว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุการณ์การวางระเบิด บริเวณแยกราชประสงค์ มีจำนวนผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียโพสต์ข้อความที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว (ซึ่ง 1 คนอาจโพสต์มากกว่า 1 ข้อความ) ดังนี้ Twitter : 1,283,694 Tweet (ไม่รวม Retweet), Instagram: 96,567 ครั้ง, Facebook : 37,766 โพสต์ (นับเฉพาะการโพสต์จาก Pages เท่านั้น) (ข้อมูลเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2558 - 18 สิงหาคม 2558 เวลา 17.00 น.)

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3080 วันที่ 20 - 22 สิงหาคม พ.ศ. 2558


ระเบิดราชประสงค์ โซเชียลมีเดีย สมาคมนักข่าวฯ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย โลกออนไลน์