รอบด้านตลาดหุ้น by  Bualuang Securities  

5 August 2016






เก็บกระสุนไว้รอวันจันทร์ Buy on dip (อย่าเพิ่งโหลดเต็มแม็ก)

วันนี้คาดว่าดัชนีฯหุ้นไทยจะเปิดบวก ตามตลาดหุ้นต่างประเทศ และอ่อนตัวลง โดยเช้านี้หุ้นภูมิภาคเปิดบวกหลัง ธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่มากกว่าตลาดคาด ทั้งลดดอกเบี้ย 0.25% (จาก 0.50% ครั้งแรกในรอบ 7 ปี) และ แถม QE เพิ่มอีก 6 หมื่นล้านปอนด์ เข้าซื้อหุ้นกู้เอกชนเป็นเวลา 6 เดือน ส่งผลให้วงเงิน QE เพิ่มเป็น 4.35 แสนล้านปอนด์ (จากเดิม 3.75 แสนล้านปอนด์)

คาดกรอบดัชนีฯวันนี้ขึ้นทดสอบ 1,514/1,517 จุด (ยังไม่มี New High) แนวรับ 1,500 จุด

กลยุทธ์ แนะนำ ยังไม่ต้องรีบซื้อหุ้นขวัญใจกองทุนกับฝรั่ง ไปรอ Buy on dip สัปดาห์หน้าหลังผลประชามติออก

สัปดาห์หน้า ไม่ว่าผลลงประชามติออกมาอย่างไร เราแนะ รอ Buy on dip สวนชาวบ้าน กรอบสัปดาห์หน้า แนวรับ 1,490/1,480 จุด แนวต้าน 1,530/1,540 จุด

แนวโน้มรายเดือน คาดครึ่งแรกของเดือน สค.จะซิ๊กแซกขึ้น แนวต้าน 1,550 จุด ก่อนจะปรับฐานตามมา 3-5% เมื่อไม่ผ่านแนวต้าน ปัจจัยลบ คือ ดัชนีฯหุ้นไทยเข้าโซน PE +2SD (กำไรวิ่งตามราคาหุ้นไม่ทัน) ขณะที่ความไม่แน่นอนจากผลลงประชามติร่าง รธน. และ การรอดูท่าที FED ในงาน Economic symposium ที่ Jackson Hole 25-27 สค.นี้ รวมถึงรอดู BOJ ทำ “Comprehensive verification” ชะลอเพิ่ม QE เพื่อรอประเมินผล QE ที่ออกไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้ฝรั่งชะลอแรงซื้อ บวกกับเข้าสู่ฤดูพักร้อนของกองทุนต่างประเทศ ส่วน MSCI รอบนี้ (กลางเดือน สค.) จับตาหุ้นมีโอกาสถูกเพิ่มเข้าคำนวณ เช่น BJC TASCO พิจารณาจากปริมาณการซื้อขาย และมูลค่าตลาดที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

หุ้นแนะนำวันนี้ ASK เทรด PE ปีนี้ 10 เท่า Vs. THANI (ซึ่งทำธุรกิจ Leasing truck เหมือนกัน) 16 เท่า, ASK ให้ผลตอบแทนเงินปันผลต่อปี 7.2% Vs. THANI 3.5% ขณะที่ราคาหุ้น THANI ทำ New high ไปแล้ว แต่ ASK ยัง Laggard

รายงานพื้นฐาน BLS วันนี้

(+) SF กำไรหลักจากการดำเนินงาน 2Q16 อยู่ที่ 223 ล้านบาท (เติบโต 8%YoY) บริษัทมีรายได้ค่าเช่าและบริการที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 2%YoY และมีส่วนแบ่งกำไรหลักจาก Mega bangna ที่เพิ่มขึ้นราว 18%YoY แม้ระยะสั้นจะดูเหมือนไม่น่าตื่นเต้น แต่ด้วยผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง และ valuation ที่ถูกเพียง P/E เพียง 11.7 เท่า (เทียบค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 14.8 เท่า) คาดจะช่วยจำกัด downside risk ของราคาหุ้น และในเชิงกลยุทธ์มองว่าเป็นหุ้น low beta (ความผันผวนน้อย) ที่สามารถพักเงินในช่วงที่ตลาดปรับฐานได้ เราคงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเป้าหมาย 7.50 บาท

(+) กลุ่มโรงไฟฟ้า คาดหุ้นกลุ่มนี้จะได้รับความสนใจจากนักลงทุน เพราะเป็นช่วงจ่ายปันผลระหว่างกาล เราคาด GLOW จะเป็นหุ้นที่จ่ายปันผลสูงสุด (คาดเงินปันผลระหว่างกาล 1.46 บาท) // EGCO คงคำแนะนำ ซื้อ เป็น top pick เราปรับราคาเป้าหมายเป็น 230 บาท (roll over ไป ปี 2017) // RATCH แนะนำ ซื้อ (เงินปันผลทั้งปีคาด 4.3%) ราคาหุ้น laggard BANPU อยู่มาก ในขณะที่บริษัทถือหุ้นในโรงไฟฟ้าหงสา เท่ากับ BANPU และเราประเมินกำไรปีนี้ของ RATCH จะโตราว 32% และกำไร 2Q16 คาดโต 25% YoY และ 31% QoQ // GPSC เราคงคำแนะนำ ขาย เต็มมูลค่า เพราะ valuation ที่แพงและเงินปันผลน้อยกว่ากลุ่ม

(-) ADVANC รายงานกำไร 2Q16 ที่ 9.59 พันล้านบาท ลดลง 3% YoY แต่เพิ่มขึ้น 19% QoQ และกำไรหลักอยู่ที่ 9.42 พันล้านบาท ลดลง 4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 6% QoQ เป็นไปตามคาด เราคาดกำไรจะเริ่มลดลงตั้งแต่ 2H16 เป็นต้นไป เพราะค่าใช้จ่ายในการเช่าเสาจาก TOT จะเริ่มบันทึกเข้ามา (ซึ่งมีโอกาสที่จะบันทึกค่าใช้จ่ายย้อยหลังจำนวน 4.2 พันล้านบาท) และยังมีค่าตัดจำหน่ายคลื่น 900MHz และดอกเบี้ยของคลื่น 900MHz อีกด้วย เราปรับราคาเป้าหมายเป็น 147 บาท จากการ roll over ไปอิง 2017 คงคำแนะนำ เต็มมูลค่า

(+) PLANB รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 ที่ 112 ล้านบาท ลดลง 15% YoY แต่เพิ่มขึ้น 83% QoQ กำไรสุทธิที่ออกมานั้นสูงกว่าที่เราคาด 16% และ 31% จาก Consensus จากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่าคาดและอัตราภาษีจ่ายที่ต่ำกว่าคาด เรามีมุมมองว่าไตรมาส 3/59 กำไรของบริษัทจะเติบโตได้ดีทั้ง YoY และ QoQ จาก 1) สื่อในมือที่มีมากขึ้น, 2) อัตรายอดใช้โฆษณาที่มากขึ้นเนื่องจากปัจจัยด้านฤดูกาลของเม็ดเงินโฆษณา, 3) รายได้จากโครงการที่มีการเริ่มดำเนินการในปี 2558, 4) รายได้จาก HELLO และ 5) รายได้จากโครงการบริหารสิทธิประโยชน์กับสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย เราเชื่อว่ากำไรในครึ่งปีหลังจะสามารถเติบโตได้ดีกว่าครึ่งปีแรก เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

(+) BJC เราคาดผลประกอบการในไตรมาส 2/59 อาจจะไม่ได้ออกมาแย่อย่างที่เราคาดก่อนหน้านี้ เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการควบรวม BIGC อาจจะไม่ได้ออกมาสูงตามที่เคยคาดไว้ โดยเราประเมินกำไรในไตรมาส 2/59 ที่ 409 ล้านบาท ลดลง 45% YoY และ 22% QoQ ถ้าไม่รวมรายการพิเศษ กำไรจากการซื้อ Thai Dairy Company ใน 2/58 และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาส 2/59 คาดกำไรหลักเติบโต 64% YoY และ 19% QoQ เราคาดว่าไตรมาส 3/59 กำไรจะออกมาแข็งแกร่งขึ้นไปอีกจากการรับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 1 พันล้านบาท และยังเชื่อว่าในระยะกลาง-ยาว จะมีปัจจัยหนุนผลประกอบการจากผลประโยชน์ที่เกิดจากการควบรวม BIGC เราปรับประมาณการกำไรขึ้น 32%, 5% และ 4% ในปี 2559-2561 เพื่อสะท้อนกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่จะบันทึกเข้ามาและค่าใช้จ่ายที่ลดลงทั้งค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เคยจ่ายให้กับ Casino (350 ล้านบาท/ปี) และค่าประกันที่ทำร่วมกับ Casino (100 ล้านบาท/ปี) แต่เรายังไม่รวมผลประโยชน์ทางธุรกิจอื่นๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราคงคำแนะนำ ซื้อ ที่ราคาเป้าหมาย 52 บาท

(+) LPN รายงานกำไรหลักออกมาที่ 880 ล้านบาท ในไตรมาส 2/59 เพิ่มขึ้น 7% YoY และ 25% QoQ โดยกำไรที่ออกมาสูงกว่าที่เราคาด 18% จากยอดขายที่สูงกว่าคาด 9.5% และอัตรากำไรขั้นต้นที่ทำได้ดีกว่าคาด บริษัทประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.30 บาท/หุ้น สำหรับผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2559 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 16 ส.ค. และจ่าย 1 ก.ย. เรามองว่าในไตรมาส 3/59 กำไรจะออกมาลดลง ทั้ง YoY และ QoQ ซึ่งคาดรายได้จะลดลงเนื่องจากไม่มีคอนโดใหม่ที่จะเริ่มโอนในไตรมาส 3/59 อีกทั้งทางบริษัทมีการปรับลดเป้าหมายการเติบโตของรายได้ในปีนี้เหลือ 0% จาก 10% เนื่องจากโครงการที่รังสิตคลอง 1 ที่ออกมาแย่กว่าคาด อย่างไรก็ตามเราคาดว่าราคาหุ้นได้รับรู้ข่าวร้ายต่างๆไปค่อนข้างมากแล้ว อีกทั้งราคาหุ้นยังถูก (PE ปี 2016 ที่ 7.8 เท่า 0.5SD ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย) และให้อัตราเงินปันผลที่ค่อนข้างดี (6.8% ปี 2016) เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ

หุ้นมีประเด็น

(+) A (อารียา) มีโอกาสได้งานสร้างบ้านประชารักษ์ 2 แปลง เพราะประกวดราคาได้อันดับ 1 โดยต้องมารับเงื่อนไขภายในเวลาที่กำหนด (ที่มา Bangkok Biznews)

(+) THCOM บรรลุข้อตกลงกับ IPM ประเดิมลูกค้ารายแรกของดาวเทียม ไทยคม 8 (ที่มา อินโฟเควส) / IPM เป็นลูกค้าที่เรารวมไว้ในประมาณการณ์อยู่แล้ว ดังนั้นไม่มีผลต่อการปรับประมาณการณ์กำไร

(+) Earnings play: เราแนะนำ เก็งหุ้นที่จะประกาศงบอาทิตย์หน้า คาดกำไรจะพุ่งขึ้นแรงหรือพลิกจากขาดทุนเป็นกำไร ได้แก่ SUPER IFEC TPCH SMT MILL MONO TWZ WHA GUNKUL / ส่วนหุ้นที่กำไร 2Q16 ลง แต่เป็นไตรมาสที่ Bottom out โดยกำไรจะดีขึนในครึ่งปีหลัง ได้แก่ TASCO BA (เชื่อว่าราคาหุ้นลงมารับข่าวนี้ไปมากแล้ว) (ที่มา BLS research)

(+) TPCH วันศุกร์ 5 สค. กกพ.คาดว่าจะสามารถ เปิดเผยรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติด้านเทคนิค โรงไฟฟ้าชีวมวลภาคใต้ 36 MW (ที่มา กกพ. อินโฟเควส)

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด

(-) ผลการลงประชามติ 7 สค.

(1) กรณีโหวตรับร่าง แต่จะรับหรือไม่รับคำถามพ่วงก็แล้วแต่ คาดว่าจะเกิดการเลือกตั้ง ก.ย.- พ.ย. 2017 / คาดดัชนีฯหุ้นขึ้นรับข่าวราว 1-1.5% ยังไม่มี New high แนะนำซื้อเล่นรอบหุ้นฝรั่ง+กองทุน KBANK KTB CPF BCP PTT AOT MINT ฯลฯ

(2) กรณีโหวตไม่รับร่างฯ ถ้าทำตามลำดับขั้นตอนใหม่ สรรหาคณะกรรมการ เพื่อเริ่มเขียน ร่าง รธน.ใหม่ คาดใช้เวลาอีก 12-18 เดือน เพื่อเลือกตั้งในปี 2018 แต่ในกรณีที่ นายกฯ ยืดโรดแมป เลือกตั้งเดิม ก็สามารถจะเร่งให้เกิดการเลือกตั้ง เดือน ก.ย.-พ.ย. 2017 ได้อยู่ดี / หากโหวตไม่รับร่างฯ เราคาดว่าตลาดจะลงไม่ลึกประมาณ 1,487 (แต่ต้องวาง 1,470 เป็นจุด Stop loss) แนะนำ Buy on dip เลือกหุ้น High yield stock, Laggard play และหุ้น Local play EGCO RATCH TASCO ASK TWZ ฯลฯ เป็นต้น

(-) ศุกร์ US Nonfarm payrolls (กค.) คาด 1.8 แสนราย ลดลงจาก 2.87 แสนราย, US unemployment คาด 4.8% จาก 4.9%, มาเลเซีย ส่งออกเดือน มิย.คาด -3% จาก -0.9% (ที่มา Bloomberg)

ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง

 


ตลาดหุ้นต่างประเทศ ธนาคารกลางอังกฤษ หุ้นแนะนำ รอบด้านตลาดหุ้น by Bualuang Securities