ผลกระทบค่าหยวนต่อเฟดไม่ชัด มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยกันยายน แต่ห่วงดอลลาร์สหรัฐฯแข็ง

18 August 2015






การประกาศลดค่าเงินหยวนของจีนเป็นปัจจัยที่อาจกระทบกับการตัดสินใจของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมเดือนกันยายนว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ โดยนักวิเคราะห์และนักลงทุนยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป

สำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า การตัดสินใจปรับลดค่าเงินหยวนของธนาคารกลางจีนลงประมาณ 2% เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (11 สิงหาคม) จะสร้างความยากลำบากในการตัดสินใจให้กับธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟดเพิ่มมากขึ้น ว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยได้ในการประชุมเดือนกันยายนตามที่หลายฝ่ายคาดหมายไว้ได้หรือไม่ เนื่องจากค่าเงินหยวนที่อ่อนลงจะเป็นปัจจัยกดดันให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าอยู่แล้วแข็งค่าขึ้นได้อีก ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ การส่งออก และผลกำไรของบริษัทข้ามชาติหลายรายที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในจีน

นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด กล่าวย้ำเมื่อเดือนก่อนว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อยู่ในภาวะที่เหมาะสมเพียงพอต่อการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2549 โดยอาจจะเกิดขึ้นอย่างเร็วในเดือนกันยายนนี้ อย่างไรก็ดี เฟดกล่าวว่าจะติดตามพัฒนาการทางเศรษฐกิจในต่างประเทศเพื่อประกอบการตัดสินใจด้วย

นักลงทุนกังวลว่า การปรับลดค่าเงินหยวนของจีนอาจส่งผลให้ธนาคารกลางประเทศอื่นๆ ดำเนินรอยตามบ้าง จนนำมาซึ่งการเกิดสงครามค่าเงิน ซึ่งจะส่งผลให้การตัดสินใจปรับดอกเบี้ยของเฟดมีความซับซ้อนยิ่งขึ้น เฟดคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับใกล้เคียง 0% มาตั้งแต่ปลายปี 2551 แต่เวลานี้เมื่อเศรษฐกิจแข็งแกร่งขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยถูกมองว่าอยู่ในระดับที่ต่ำเกินไป ถ้าเฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยตามความคาดหมายอย่างเร็วในเดือนกันยายน จะยิ่งส่งผลให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่ายิ่งขึ้น เป็นปัจจัยลบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีความชัดเจนว่าการอ่อนค่าของเงินหยวนจะส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟดหรือไม่อย่างไร โดยนักวิเคราะห์และนักลงทุนก็มีความเห็นที่แตกต่างกัน บลูมเบิร์กสำรวจความคิดเห็นของนักเศรษฐศาสตร์จำนวนหนึ่ง พบว่ามี 77% ที่ยังคงเชื่อว่าเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน ขณะที่ 11% คาดว่าการปรับดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคม แม้ว่าจะมีการประกาศลดค่าเงินหยวนของธนาคารกลางจีน

ขณะเดียวกัน นักลงทุนในตลาดล่วงหน้ามีความเชื่อมั่นน้อยกว่านักเศรษฐศาสตร์เล็กน้อย แต่ยังมองโอกาสการปรับดอกเบี้ยในเดือนกันยายนที่ 50% ขณะที่โอกาสการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในปีนี้อยู่ที่ 73%

ดัชนีบ่งชี้ภาวะเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในช่วงที่ผ่านมาส่วนใหญ่อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจ การจ้างงานในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ 215,000 ตำแหน่ง สูงกว่าระดับเฉลี่ย 211,000 ตำแหน่งต่อเดือนในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ขณะที่ยอดขายในธุรกิจค้าปลีกเดือนกรกฎาคมเติบโต 0.6% แสดงถึงการกลับมาใช้จ่ายของผู้บริโภค

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของสหรัฐฯ เติบโต 2.3% ในไตรมาสเดือนเมษายนถึงมิถุนายน อย่างไรก็ดี นักเศรษฐศาสตร์มองว่าจะมีการปรับตัวเลขดังกล่าวขึ้นในการรายงานจีดีพีรอบที่สองในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้
ช่วงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ของเฟดหลายรายได้ออกมาแสดงความมั่นใจว่าต่อสถานการณ์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ และส่งสัญญาณว่าการปรับดอกเบี้ยจะเกิดขึ้นในไม่ช้า นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่งเชื่อว่าการอ่อนค่าของเงินหยวนจะไม่เป็นปัจจัยที่ใหญ่เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของเฟด

นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งให้ความเห็นว่า ในขณะที่การลดค่าเงินหยวนอาจจะไม่ส่งผลต่อแผนการปรับดอกเบี้ยของเฟดในทันที แต่อาจจะทำให้อัตราการปรับขึ้นดอกเบี้ยช้าลงในครั้งต่อๆ ไป "การลดค่าเงินหยวนน่าจะไม่ส่งผลต่อข้อมูลเศรษฐกิจ จนกว่าจะอีกหลายเดือนข้างหน้า ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะชะลอแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ย แทนที่จะชะลอกำหนดการเริ่มขึ้นดอกเบี้ย" กาย เลบัส นักวิเคราะห์จากบริษัทการเงิน เจนนีย์ มอนต์โกเมอรี สก็อตต์ กล่าว

ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญหลายรายมองว่าดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มแข็งค่ามากยิ่งขึ้นจากการปรับลดค่าเงินหยวนจะทำให้เฟดทบทวนการปรับขึ้นดอกเบี้ยในช่วงนี้ "เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้นเป็นความท้าทายที่ยากลำบากสำหรับเฟด เวลานี้เฟดมีเหตุผลน้อยลงกว่าเดิมที่จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนกันยายน" ซีเว่ย เรน กรรมการผู้จัดการและผู้จัดการกองทุนจากเพนน์ มูชวล แอสเส็ต เมเนจเมนต์ กล่าว

ด้านเครก เออร์แลม นักวิเคราะห์อาวุโสจากโออันด้า กล่าวว่า "คำถามในเวลานี้คือธนาคารกลางอื่นๆ จะลดค่าเงินของตนเองลงตามเพื่อปกป้องการส่งออกหรือไม่ ซึ่งเป็นสิ่งที่อาจจะส่งผลเสียต่อบริษัทอเมริกันที่เผชิญกับปัญหาการแข่งขันจากเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าอยู่แล้วมากยิ่งขึ้น การตัดสินใจของเฟดในเวลานี้อาจจะขึ้นอยู่กับท่าทีของธนาคารกลางอื่นๆ"

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3079 วันที่ 16 - 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558


สำนักข่าวต่างประเทศ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) เศรษฐกิจโลก ธนาคารกลางสหรัฐ ค่าเงินหยวน ผลกระทบเศรษฐกิจโลก