ส่งออกไม่ตกเหว‘หยวน’ ‘สมหมาย’ชี้ภาพรวมดีกับไทย/‘ฉัตรชัย’นัดถก18ส.ค.

18 August 2015






 

ส่งออกไทยไปจีน ประสานเสียงหยวนอ่อนค่าสุดรอบ 20 ปี กระทบแค่ระยะสั้น จับตาใกล้ชิดสินค้าจีนดัมพ์ตลาดกระเทือนทุกหย่อมหญ้า ข้าวหอมมะลิไทยผวาข้าวหอมเขมรแย่งตลาดจีนเพิ่ม มัน-นํ้าตาล-เครื่องคอมพ์-เครื่องใช้ไฟฟ้ามั่นใจยังไปได้ “ฉัตรชัย” นัดถกแก้เกมหยวนอ่อน 18 ส.ค.นี้ ลั่นคงเป้าส่งออกลบ 3% “กอบกาญจน์” เชื่อท่องเที่ยวได้อานิสงส์ “สมหมาย” ฟันธงเป็นบวกต่อไทยมากกว่าลบ

จากการที่ธนาคารกลางจีน ได้ประกาศปรับลดค่าเงินหยวน นับแต่วันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา และล่าสุด ณ วันที่ 14 สิงหาคม 2558 อัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 6.3975 หยวนต่อดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าราว 4.58% ถือเป็นการอ่อนค่ามากสุดในรอบกว่า 20 ปี ระบุมีเป้าหมายสำคัญเพื่อกระตุ้นการส่งออก และกระตุ้นเศรษฐกิจจีนที่อยู่ในภาวะชะลอตัว และเพื่อนำไปสู่การปลดปล่อยค่าเงินหยวนให้เป็นไปตามกลไกตลาดและหวังผลผลักดันเงินหยวนเป็นหนึ่งในสกุลเงินสำคัญในตะกร้าเงินของโลก
"ฐานเศรษฐกิจ"ตรวจสอบกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญของไทยไปจีนถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นล่าสุด

กระทบส่งออกหลัง 1 สัปดาห์

นายหลักชัย กิตติพล นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมยางพาราไทย กล่าวว่า ผู้ส่งออกยางพารามีความกังวลและได้ติดตามสถานการณ์ค่าเงินหยวนของจีนอย่างใกล้ชิด เพราะมีผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าไทย ซึ่งรวมถึงยางพาราอย่างแน่นอน โดยในระยะสั้นน่าจะส่งผลกระทบด้านลบมากกว่าด้านบวก เพราะเงินหยวนที่อ่อนค่าจะมีผลให้จีนใช้เงินมากขึ้นในการซื้อสินค้าในราคาที่สูงขึ้น และลดการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศลง อีกด้านหนึ่งเงินหยวนที่อ่อนค่าจะส่งผลต่อสินค้าส่งออกของจีนที่จะมีราคาถูกลง และอาจส่งไปดัมพ์ราคาทั่วโลก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในคู่แข่งขันในตลาดก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ซึ่งภาพผลกระทบจะเห็นชัดเจนใน 1 สัปดาห์นับจากนี้

ข้าวเอกชนกระทบ-จีทูจีได้อานิสงส์

ด้านนายชูเกียรติ โอภาววงศ์ นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ประเมินว่าจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกข้าวของภาคเอกชนที่ไปจีน โดยเงินหยวนที่อ่อนค่า แม้จะทำให้ข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นข้าวชนิดหลักที่เอกชนไทยส่งออกไปจีนมีราคาลดลง แต่อีกด้านหนึ่งข้าวหอมจากกัมพูชาซึ่งเป็นข้าวชนิดเดียวกับไทยที่ปกติราคาก็ถูกกว่าไทยอยู่แล้ว คาดราคาจะปรับลงอีก อาจมีผลให้จีนหันไปนำเข้าข้าวหอมจากกัมพูชามากขึ้น อย่างไรก็ดีอีกด้านหนึ่งการอ่อนค่าลงของเงินหยวนจะส่งผลดีต่อการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจีของไทยกับจีนที่ทำสัญญากันไว้ 1 ล้านตัน ตั้งแต่สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จะสามารถโค้ดราคาซื้อขายในล็อตต่อไปในราคาถูกลง

"ข้าวจีทูจีล็อตเดิมทำสัญญากันไว้ 1 ล้านตันที่เป็นข้าวขาว 5% ส่งมอบไปแล้วประมาณ 6 แสนตัน ล่าสุดเตรียมเจรจาซื้อขาย เพื่อส่งมอบในแสนตันที่ 7 ซึ่งทั้งเงินหยวนและบาทอ่อนค่า ทำให้สามารถโค้ดราคาซื้อขายเอฟโอบีได้ถูกลง เช่นจากเคยขาย 410 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน อาจเหลือ 404-405 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อตัน ซึ่งอาจทำให้เป้าหมาย 1 ล้านตันสามารถส่งมอบได้ทั้งหมดภายในปีนี้ ไม่นับรวมข้าวจีทูจีล็อตใหม่ที่พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ไปเซ็นสัญญามาอีก 1 ล้านตันเพื่อแลกกับไทยซื้อรถไฟจีนคงเริ่มได้ในปี 2559"

"มัน"รอดแต่ผวานโยบายจีน

ขณะที่นางสุรีย์ ยอดประจง นายกสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่าเงินหยวนที่อ่อนค่าในระยะสั้นไม่กระทบต่อการส่งออกมันเส้นของไทย ซึ่งเป็นสินค้าหลักที่มีตลาดปลายทางที่จีนสัดส่วน 99% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเงินบาทอ่อนค่าจาก 33 เป็น 35 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯมีผลให้ไทยส่งออกมันเส้น และแป้งมันไปจีนได้เพิ่มขึ้น ล่าสุดสต๊อกมันเส้นในประเทศ(สต๊อกของผู้ส่งออกกับสต๊อกของผู้ประกอบการลานมัน)คาดยังมีเหลือรวมกันอยู่เพียง 7-8 แสนตันเท่านั้นที่ยังไม่ได้ขาย
"สิ่งที่เรากลัวและจับตาในขณะนี้คือกรณีที่รัฐบาลจีนได้ประกาศจะนำสต๊อกข้าวโพด 100 กว่าล้านตันมาเปิดประมูลขาย 25% จากเดิมจะทำทุก ๆ 4 ปี แต่ล่าสุดจะเอาข้าวโพดที่เก็บสต๊อกไว้เพียง 2 ปีมาเปิดประมูลแก่ผู้ผลิตอาหารสัตว์ ซึ่งอาจกระทบต่อการนำเข้ามันเส้นจากไทยในระยะต่อไป"

น้ำตาลไปจีนยังพุ่งต่อเนื่อง

นายภิรมย์ศักดิ์ สาสุนีย์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ค้าผลผลิตน้ำตาล จำกัด กล่าวว่าการลดค่าเงินหยวนแม้จะทำให้จีนซื้อน้ำตาลทรายดิบจากประเทศไทยในราคาแพงขึ้น แต่จะไม่ทำให้จีนลดการนำเข้าน้ำตาลจากไทยในขณะนี้ เนื่องจาก ราคาน้ำตาลในตลาดโลกก็ต่ำอยู่แล้ว ขณะที่จีนสามารถนำเข้าจากไทยเพื่อไปขายและทำให้มีกำไรได้อีกทอด ซึ่งจะเห็นว่าปีนี้จีนมีปริมาณนำเข้าน้ำตาลดิบจากไทยสูงขึ้นจากปีก่อนมาก โดยอ้างอิงจากตัวเลข 6เดือนแรกปี2557 จีนนำเข้าน้ำตาลจากไทย 9.7 หมื่นตัน ในช่วงเดียวกันของปีนี้พบว่าจีนนำเข้าน้ำตาลจากไทยสูงขึ้น โดยมีปริมาณนำเข้าอยู่ที่ 4.50 แสนตัน และคาดว่าทั้งปีจะส่งออกไปจีนเพิ่มขึ้น

คอมพ์ไร้สัญญาณลดออร์เดอร์

ขณะที่ความกังวลการลดค่าเงินหยวนต่อการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรมของไทยไปจีนที่จะมีราคาสูงขึ้น จนอาจทำให้จีนลดการนำเข้าลงได้ ขณะที่สินค้าอุตสาหกรรมที่ส่งไปขายยังตลาดที่สาม ไทยอาจจะแข่งขันกับจีนยากขึ้นเพราะต้นทุนรวมของจีนจะถูกกว่าไทย

ต่อเรื่องนี้ดร.สัมพันธ์ ศิลปนาฎ ประธานสมาคมนายจ้างอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า ถึงขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณการลดลงของออร์เดอร์คอมพิวเตอร์ที่ส่งออกไปยังจีน คงต้องใช้เวลาติดตามอีกระยะ และส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการที่มีสายป่านยาว และเป็นทุนข้ามชาติ มีทั้งกลุ่มผู้ผลิตรายใหญ่ที่ซื้อขายคอมพิวเตอร์เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และผู้ผลิตรายย่อย ที่ซื้อขายเป็นเงินบาท และเงินหยวน

"เป็นที่สังเกตว่าการดำเนินนโยบายค่าเงินอ่อนของแต่ละประเทศ กลายเป็นยุทธศาสตร์ใหม่ในยุคเศรษฐกิจปัจจุบัน ดังจะเห็นว่าช่วง7เดือนแรกปีนี้ บางประเทศอ่อนค่าไปแล้ว 10% ขณะที่ไทยอ่อนค่าเกือบ 7 %ดังนั้นการทำธุรกิจในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ในช่วงนี้จึงต้องมีการประกันความเสี่ยงในเรื่องของอัตราแลกเปลี่ยนให้มากขึ้น"

ด้านนายโกวิทย์ ว่องกลกิจศิลป์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนและอะไหล่ยานยนต์ ส.อ.ท. กล่าวว่า ตนเป็นห่วงว่าอะไหล่คุณภาพต่ำจากจีน อาจทะลักเข้ามาในไทยมากขึ้นจากราคาที่ถูกลง ซึ่งอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้ โดยเฉพาะอะไหล่ และชิ้นส่วนคุณภาพต่ำจากจีนที่นำเข้ามาเพื่อใช้ประกอบในรถยนต์

แนะทำฟอร์เวิร์ด-ขายได้ขาย

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย(สรท.) หรือสภาผู้ส่งออก กล่าวว่า ตนเตือนมาโดยตลอดว่า ค่าเงินของโลกนับจากนี้จะผันผวนมาก ล่าสุดจีนมีการปรับลดค่าเงินหยวน ในส่วนผู้ส่งออกรายใหญ่ไม่นาห่วงมาก เพราะมีการป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน(ทำฟอร์เวิร์ด) ไปเป็นส่วนใหญ่แล้ว แต่ในส่วนรายเล็กต้องหาทางป้องกันความเสี่ยง ขณะที่ผู้ประกอบการที่ได้รับคำสั่งซื้อสินค้าเข้ามาหากพิจารณาแล้วพอขายได้มีกำไรก็ให้รีบขายเพื่อให้มีกระแสเงินหมุนเวียนและเพื่อรักษาตลาด

"ผมเชื่อว่าในเร็วๆนี้ประธานาธิบดีโอบามา ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงของจีน น่าจะหารือกันเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ เพราะหากทำสงครามค่าเงิน เศรษฐกิจการเมือง จะทำให้เศรษฐกิจโลกมีปัญหาแน่ และที่น่าจับตาคือจากที่จีนประกาศจะกลับมาผลิตเพื่อส่งออกจะส่งผลกระทบกับไทยแน่นอนโดยเฉพาะตลาดเออีซี"

พาณิชย์คงเป้าส่งออก-3%

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันอังคารที่ 18 สิงหาคมนี้กระทรวงพาณิชย์ได้เชิญภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เข้าร่วมหารือเกี่ยวกับสถานการณ์เงินหยวนเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และวางแผนผลักดันการส่งออกสินค้าไปจีนเพิ่มเติมในกลุ่มสินค้าที่ไทยมีโอกาส เช่นสินค้าต้นทุน ในขั้นต้นน้ำและกลางน้ำของกระบวนการผลิต ซึ่งจีนนำเข้าจากประเทศไทยเป็นจำนวนมากเพื่อนำไปผลิตเป็นสินค้าส่งออก อย่างไรก็ดีกระทรวงพาณิชย์จะยังไม่ปรับลดเป้าหมายการส่งออกปีนี้ใหม่ จากล่าสุดที่เพิ่งปรับลงเหลือติดลบ3% รวมถึงยังคงเป้าหมายการส่งออกไปตลาดจีนปีนี้ที่ ติดลบ 5%

"บินไทย"ประเมินใกล้ชิด

นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (ดีดี) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) (บมจ.) กล่าวถึงค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงว่า แน่นอนย่อมส่งผลกระทบต่อค่าเงินในภูมิภาคเอเชียให้ปรับลดลงในทิศทางเดียวกัน ส่วนผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยวมีทั้งในแง่บวกและลบ โดยมองว่าค่าเงินที่อ่อนค่าจะส่งผลดีให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางแผนมาเที่ยวในภูมิภาคเอเชีย และไทย เกิดการใช้สอยเพิ่มมากขึ้นด้วยค่าเงินแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า ขณะที่ผลลบอาจเกิดกับตลาดจีนที่ใช้จ่ายในอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงขึ้น แต่ถึงอย่างไรปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับธุรกิจอย่างชัดเจน คงต้องติดตามสถานการณ์ และประเมินอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ในส่วนของแผนเปิดเส้นทางบินในจีนใหม่อีก 3 เส้นทางนั้นเบื้องต้น การบินไทยมองว่าจะไม่เข้ามาเป็นผลกระทบ เนื่องจากแนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ยังมีสูง

เอกชนมองบวกต่อท่องเที่ยวไทย

ด้านนายวิชิต ประกอบโกศล นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทย-จีน และ ประธานกรรมการบริหาร ซี.ซี.ที.กรุ๊ป กล่าวว่า เท่าที่ประเมินขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณลบต่อการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากค่าเงินบาทที่ผ่านมาค่อนข้างอ่อนค่า และยังมองว่าปัจจัยดังกล่าวจะกลับกลายเป็นผลดีต่อท่องเที่ยวไทยในระยะยาว เนื่องจากค่าเงินหยวนที่ลดลงเป็นนโยบายเพื่อกระตุ้นการส่งออกของจีน ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจจีนฟื้นตัวขึ้น ประชาชนจะมีกำลังซื้อเพิ่มและพร้อมที่จะวางแผนเดินทางท่องเที่ยว

"ที่ผ่านมาเงินบาทเราก็อ่อนค่าอยู่แล้ว และเห็นชัดว่านักท่องเที่ยวจีนยังคงวางแผนเดินทางมาไทยตามปกติ แต่ผู้ที่จะได้รับผลกระทบน่าจะเป็นยุโรป และอเมริกา เนื่องจากค่าเงินค่อนข้างสูง และหากเงินหยวนยังอ่อนตัวลงอีก นักท่องเที่ยวจีนที่จะวางแผนไปยุโรปและอเมริกา อาจปรับแผนหันมาเที่ยวไทยแทน" นายวิชิต กล่าวทิ้งท้าย

"กอบกาญจน์ " ไม่นิ่งนอนใจ

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า การลดค่าเงินหยวนที่เกิดขึ้น ขณะนี้ยังไม่สัญญาณที่ส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวไทย เนื่องจากยอดจองของนักท่องเที่ยวจีน ยังเติบโต ไม่มีปัญหาการยกเลิก และในขณะเดียวกันก็ยังมีโอกาสสำหรับการท่องเที่ยวไทย เพราะคนจีนเดินทางไปเที่ยวยุโรป จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นกว่าเดินทางมาเที่ยวไทย ก็อาจเลือกมาเที่ยวไทย แต่ทั้งนี้กระทรวงการท่องเที่ยวก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เรายังคงเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวในจีนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขยายสู่เมืองรองของจีน เพื่อขยายตลาดใหม่ๆ

อสังหาฯไม่กระทบลูกค้าจีนมีน้อย

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการ คอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) (บมจ.) กล่าวว่ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ คาดไม่ได้ได้รับผลกระทบจากค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าลงกว่า 4.6% หากเป็นการปรับลดค่าเงินหยวนในช่วงสั้นๆ 3-4 เดือน

"สัดส่วนลูกค้ากลุ่มจีนของแสนสิริมีไม่ถึง 1% ส่วนใหญ่เป็นชาวฮ่องกง สิงคโปร์ และไต้หวัน สัดส่วน 50% , 30% และ 20% ตามลำดับ "

สอดคล้องกับ นายวิษณุ เทพเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ณุศาศิริ กล่าวว่า การปรับลดค่าเงินหยวนกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่สำหรับภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เชื่อไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากนักลงทุนชาวจีนที่มาลงทุนในภาคธุรกิจนี้ยังมีน้อย เมื่อเทียบกับชาวฮ่องกงหรือสิงคโปร์ที่เป็นนักลงทุนหลัก

อ่านประกอบ :
หน้า 10 : ผลกระทบค่าหยวนต่อเฟดไม่ชัด มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยก.ย.นี้.
หน้า 16 : บลจ.ปักหลักลงทุนหุ้นจีน มองลดค่าหยวนปั๊มเศรษฐกิจ

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3079 วันที่ 16 - 19 สิงหาคม พ.ศ. 2558


กระทรวงพาณิชย์ สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย สมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ หลักชัย กิตติพล สมาคมยางพาราไทย ฐานเศรษฐกิจ กระตุ้นเศรษฐกิจจีน ธนาคารกลางจีน ภิรมย์ศักดิ์ สาสุนีย์ บริษัท ค้าผลผลิตน้ำตาล จำกัด อัตราแลกเปลี่ยน ส่งออกไทยไปจีน ตลาดจีน ค่าเงินหยวนของจีน ชูเกียรติ โอภาววงศ์ สุรีย์ ยอดประจง