รอบด้านตลาดหุ้น by  Bualuang Securities  

22 July 2016






วันนี้คาด ลงต่อ 1,490-1,510 จุด ตาม Sentiment ตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยมองหุ้นโลกและไทยปรับฐานอีกวันสองวัน ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นใหม่ จากแรงซื้อคืนก่อนการประชุมเฟด 27 กค. และ โดยเฉพาะ BOJ 29 กค. เดือนนี้ มีโอกาสสูงจะสร้างความประหลาดใจเชิงบวกต่อตลาด โดยเพิ่มการซื้อ ETF และ REIT อีกเท่าตัว (จากปัจจุบัน 3 ล้านล้านเยน และ 9 หมื่นล้านเยน ตามลำดับ) และลดดอกเบี้ยจาก -0.1% เป็น -0.2% โดยเราพบสัญญาณ More QE จาก JGB yield ที่ลงต่อเนื่อง และ ลงจนติดลบชั่วคราวเมื่อวันที่ 6 กค. ที่ผ่านมา

จาก Fund flows ที่ยังไหลเข้า เราแนะนำ หุ้น Laggard play คาดว่าจะถูกสลับขึ้นมาเล่นแทนหุ้นนำตลาด แนะนำกลุ่มนิคมฯ และหุ้น Laggard ในกลุ่ม รับเหมาฯ, ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, Utilities, อาหาร, ค้าปลีก คาดจะมี Gap ให้เล่นรอบ (หุ้นในกลุ่มดังกล่าว เราพบว่ายัง Underperform ตลาด เทียบตั้งแต่ช่วงเดือนก่อน ได้แก่ AMATA WHA NNCL ROJNA DELTA BH RATCH TACC SF BCP ฯลฯ)

สัปดาห์นี้ดัชนีฯ ผันผวนในกรอบ 1,490-1,520 จุด ตามคาด เป็นผลจากผิดหวัง ECB ไม่เพิ่มมาตรการกระตุ้นฯ (ซึ่งเรามองว่าอาจสร้างความผิดหวังให้ตลาดในบ่ายเมื่อวานนี้), การปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจโลกลง / ส่วนสัปดาห์หน้าคาดสร้างฐานแถว 1,494/1,482 จุด เพื่อขึ้นต่อ แนวต้าน 1,520/1,535 จุด

สำหรับแนวโน้มรายเดือน ครึ่งแรกของเดือน กค.ขึ้นตามคาด รับกระแส แนวโน้มเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ย, ออกกองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ หนุนเศรษฐกิจไทย ช่วงครึ่งเดือนหลังคาดผันผวน มีแนวโน้มจะพักฐานลงเพื่อรอดู Earning preview ผลการดำเนินงาน บจ. 2Q16, การรอดูผลประชามติร่าง รธน.ไทย 7 สค. คาดส่งผลให้แรงซื้อต่างชาติชะลอลง คาดกรอบ 1,440-1,480 จุด (กรอบรายเดือนขยับขึ้น 1,480-1,520 จุด)

หุ้นแนะนำวันนี้ GUNKUL แนวรับ 5.70 บ. ต้าน 6-6.25 บ. แนวโน้มกำไร 2Q16 คาดโตสูง y-y จากการทยอยรับกำไรโรงไฟฟ้าพลังงานลมที่สร้างเสร็จแล้ว โดยไตรมาสนี้คาดรับรู้ประมาณ 10MW จากเสากังหันลม 5 ต้น โดยกำลังผลิตเต็ม 60MW จาก WED จะเข้า 3Q16 (1Q16 กำไร 160 ลบ. โตกว่า 200% y-y) และคาดจะปิดดีลซื้อโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่นตามกำหนดเดิมเดือนหน้า / TWZ (ดูรายงานวันนี้)

รายงานพื้นฐาน BLS วันนี้

(0) PLANB คาดกำไร 2Q16 ที่ 96 ล้านบาท, ลดลง 27% YoY แต่เพิ่มขึ้น 57% QoQ กำไรที่ลดลง YoY เกิดจากใช้งาน (u-rate) ที่ลดลง และค่าเสื่อมราคาของสื่อใหม่ อย่างไรก็ดี่เรามองว่าราคาหุ้นที่ underperform ได้สะท้อนกำไรที่ลดลง YoY ใน 2Q16 ไปแล้ว และคาดจะเห็นกำไรที่เติบโตดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง และโตอีก 40% ในปี 2017 คาดราคาหุ้นจะมีการปรับตัวขึ้นตามกลุ่ม (VGI) ที่มีการปรับตัวขึ้นมาก่อนหน้านี้ ปัจจุบัน PLANB เทรดบน PEG 1.6 เท่า ให้ส่วนลดจาก VGI ที่เทรด 1.8 เท่า คงคำแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 7 บาท

(+) TWZ แนะนำเทรด ราคาเป้าหมายที่ 0.48 บาท อิง P/E 23 เท่า เราเชื่อว่าราคาหุ้น TWZ มีโอกาสจะขึ้นได้เหมือนกับ COM7 ที่แรลรี่ไปล่วงหน้า ปัจจัยหนุนราคาหุ้นจะมาจาก (1) Valuation catch up ถ้าเปรียบ COM7 เหมือนแม่ทัพ จูล่ง ของฝั่ง True TWZ คงเปรียบเสมือน เตียวเลี้ยว ของ AIS ซึ่งเรามองว่าราคาหุ้น TWZ ยัง Laggard COM7 อยู่มากโดย PE ปีนี้แค่ 16 เท่า COM7 30 เท่า JMART 18 เท่า และค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 23 เท่า คาด EPS 0.022 บาท/หุ้น (2) ขายเครื่องพ่วงซิม AIS และค่าสนับสนุนการขายจากสัญญา Exclusive กับ AIS สร้างฐานกำไรใหม่ราว 200 ล้านต่อปี  (3) ใช้กลยุทธ์ปรับสัดส่วนการขายอุปกรณ์เสริมซึ่งมีมาร์จิ้นสูงมากขึ้น (กลยุทธ์เดียวกับ COM7) หนุนให้อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้น

(-) BBL รายงานกำไร 2Q16 ที่ 7.2 พันล้านบาท ลดลง 11% YoY และ 14% QoQ น้อยกว่าที่เราคาด 17% และน้อยกว่าตลาดคาด 14% กำไรที่น้อยกว่าคาดเกิดจากค่าใช้จ่าย OPEX และ NPL ที่มากกว่าคาด ะ อย่างไรก็ดีเราคาดกำไรใน 3Q16 จะยังคงเติบโตได้ YoY จากสินเชื่อที่ยังโตต่อเนื่อง เราคงประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายที่ 202 บาท คงแนะนำ ซื้อ เพราะ valuation ที่ถูก ซึ่งเทรดเพียง PBV 0.9 เท่า

(+) KTB รายงานกำไร 2Q16 ที่ 8.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY และ 15% QoQ ผลประกอบการน้อยกว่าที่เราคาด 4% แต่มากกว่าตลาดคาด 14% เราคาดกำไร 3Q16 จะยังคงเพิ่มขึ้น YoY เพราะการตั้งสำรองที่เราคาดจะลดลงเพราะปีที่แล้วมีการตั้งสำรองกรณี SSI  เราคงประมาณการกำไร และราคาเป้าหมายที่ 18.2 บาท คงแนะนำ ถือ

(+) BAY รายงานกำไร 2Q16 ที่ 5.2 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% YoY และ 2% QoQ เป็นไปตามที่เราและตลาดคาด กำไรที่ดีมาจากสินเชื่อที่เติบโต 4.2%YTD และ NIM ที่ดีขึ้นเป็น 3.75% สำหรับแนวโน้ม 3Q16 เราคาดกำไรจะยังคงโตได้ในระดับ 20% YoY เพราะสินเชื่อที่ยังคงเติบโต เราปรับกำไรปีนี้ขึ้น 7.5% เป็น 21,500 ล้านบาท เพราะ NIM ดีกว่าคาด (เราปรับคาดการณ์ NIM ขึ้นเป็น 3.75% จากเดิม 3.65%) จากการปรับกำไรขึ้นเราจึงปรับราคาเป้าหมายขึ้น 14% เป็น 42 บาท คงคำแนะนำเพียงถือเพราะ free float น้อยกว่า 3%

(-) KBANK รายงานกำไรไตรมาส 2/59 ที่ 9.4 พันล้านบาท ลดลง 18% YoY และ 2% QoQ ซึ่งต่ำกว่าที่เราคาด 18% จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่ออกมาต่ำกว่าคาด แม้เราจะเชื่อว่ากำไรจะเติบโตได้ดีในไตรมาส 3/59 จากการตั้งสำรองที่ลดลงและและการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ดี แต่ยังมีความเสี่ยงจากการตั้งสำรองหากหนี้เสียยังไม่แสดงให้เห็นถึงสัญญานของการชะลอตัว และราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นมาถึงราคาเป้าหมายที่ 180 บาท เราจึง ปรับคำแนะนำ จาก ซื้อ เป็น ถือ

หุ้นมีประเด็น

(-) ILINK ราคาหุ้นปรับตัวลงแรง เกิดจากความผิดหวังบริษัทไม่ได้งานประมูล สายไฟฟ้าลงดิน โครงการนนทรี มูลค่าราว 2 พันล้านบาท

ความเห็นและคำแนะนำ: (*) ILINK แม้การไม่ได้งานนนทรีจะเป็น sentiment เชิงลบ อย่างไรก็ดีเรามองว่าราคาหุ้นที่ปรับตัวลงมา 12% (ลงมาราว 2.70 บาท) ได้สะท้อนปัจจัยลบไปมากแล้ว เพราะเราประเมินว่างานนนทรีจะมีมูลค่าราว 2.00-2.50 บาท/หุ้น ในขณะที่ backlog ปัจจุบันได้ secure การเติบโตที่ราว 21-23%/ปี ในปี 2016-17 ให้มี ความชัดเจน (earnings visibility) สูงถึง 92% ราคาหุ้นที่อ่อนตัวลงมามองเป็นจังหวะในการสะสมซื้อ เพราะราคาหุ้นปัจจุบันสะท้อน P/E เพียง 22 และ 18 เท่า ในปี 2016-17 ขณะที่ค่าเฉลี่ยในอดีตของบริษัทอยู่ที่ P/E 24 เท่า

(0/-) TPCH ECF GUNKUL PSTC EGCO กกพ. เลื่อนประกาศคุณสมบัติทางเทคนิคเข้าชิงเค้กโรงไฟฟ้าชีวมวล 36 MW จากวันนี้ เลื่อนไปเป็น 5 สค. (และเลื่อนประกาศผู้ผ่านการคัดเลือกไปเป็น 25 สค.) / เราเห็นว่าข่าวลือ TPCH ไม่ผ่านคุณสมบัติ (จนทำให้ราคาหุ้นลงเมื่อวานราว 5%) และ ข่าววันนี้เลื่อนประกาศคุณสมบัติทางเทคนิค ไม่ได้กระทบพื้นฐานบริษัทฯ เพราะราคาเหมาะสมพื้นฐานของเรา รวมแค่ PPA ในมือ 60MW ซึ่งสะท้อนมูลค่าเหมาะสม 24 บาท/หุ้น โดย PPA รอบใหม่ 36MW ที่กำลังประมูล จะเป็นกำไรส่วนเพิ่มต่อราคาหุ้นที่เรายังไม่ได้รวมไว้ในประมาณการณ์กำไร

(+) ROJNA ราคายังต่ำกว่าบุ๊กที่ 6.12 บาท ตลาดคาดให้ผลตอบแทนเงินปันผลเฉลี่ย 8.15% สูงสุดของกลุ่มนิคม ขณะที่แนวโน้มยอดขายที่ดินครึ่งปีหลังฟื้นตัว จากมาตรการกระตุ้นการลงทุนของภาครัฐ และการเปิดเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (ที่มา ทันหุ้น)

ปัจจัยที่มีผลต่อตลาด

(-) เมื่อวาน ประชุมธนาคารกลางยุโรป คงดอกเบี้ย และไม่มีมาตรการใดๆเพิ่มเติม ส่วนโครงการซื้อสินทรัพย์ APP purchase คงไว้ที่ 8 หมื่นล้านยูโรต่อเดือน ไปถึงเดือน มีค.ปีหน้า

(+) ที่ประชุม รมว.คลัง G20 จะมีออกแถลงการณ์ กระชับความร่วมมือ ในสัปดาห์นี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดและเศรษฐกิจหลังมีความเสี่ยงต่อภาพรวมเศรษฐกิจเพิ่ม

(+) วันศุกร์ EU PMI คาดดัชนีรวมลดลงเหลือ 52.5 จาก 53.1

ที่มา:บมจ.หลักทรัพย์ บัวหลวง

 

 

 


ตลาดหุ้นต่างประเทศ รอบด้านตลาดหุ้น บมจ.หลักทรัพย์บัวหลวง by Bualuang Securities