บล.โกลเบล็กเผยนักลงทุนคลายความกังวล Brexit

6 July 2016






บล.โกลเบล็ก มองหุ้นไทยสะท้อนปัจจัยบวก เฟด ส่งสัญญาณคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5% ต่อ บวกกับนักลงทุนคลายความกังวล Brexit และการประมาณการงบไตรมาส 2/59 กลุ่มแบงก์ และพลังงานเติบโตต่อเนื่อง ให้กรอบดัชนี  1,440 ถึง 1,475 จุด    ด้านราคาทองคำลุ้นปรับตัวขึ้นรอบใหม่ หลังค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่า ให้แนวรับ  1,305-1,310 เหรียญต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 1,390-1,395 เหรียญต่อทรอยออนซ์

น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด หรือ GBS เปิดเผยว่า  ทิศทางตลาดหุ้นไทยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยที่ 0.5% ต่อไป ขณะที่นักลงทุนเริ่มคลายความกังวล Brexit  หลังจากธนาคารกลางในประเทศใหญ่ อาทิ สหรัฐฯ ยูโรโซน ญี่ปุ่น อังกฤษ เตรียมออกมาตรการรับมือผลกระทบ ประกอบกับ Preview ไตรมาส 2/2559 กลุ่มธนาคารคาดการณ์กำไรเติบโตขึ้นจากไตรมาส 1/2559 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) เริ่มทรงตัว

อย่างไรก็ตามยังมีปัจจัยลบจากการที่ภาคธนาคารของอิตาลีได้รับผลกระทบจาก NPL ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3.60 แสนล้านยูโร คิดเป็น 18.1% และมาณ 2.10 แสนล้านยูโรในจำนวนดังกล่าวนั้นเป็นเงินกู้ที่ปล่อยโดยธนาคารที่ใกล้ล้มละลาย ขณะที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกมาระบุว่าการที่อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปนั้น จะส่งผลกระทบต่อ GDP ของอังกฤษที่จะหายไปราว 1.5%-4.5% ภายในปี 2019 อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องจับตาการ Preview งบการเงินประจำไตรมาส 2/2559  สหรัฐจะเปิดเผยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนมิ.ย. และในวันที่ 7 ก.ค. FOMC จะเปิดเผยรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 14-15 มิ.ย.

ด้านนายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็กจำกัด กล่าวว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้มี Sentiment เชิงบวกจากการ Preview งบไตรมาส 2/2559 กลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะเติบโตขึ้นเมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน รวมถึงการคลายความกังวล BREXIT หลังจากธนาคารกลางประเทศใหญ่เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบ อย่างไรก็ตามแรงกดดันจาก NPL ภาคธนาคารอิตาลีที่พุ่งขึ้นแรง เป็นตัวถ่วงต่อภาวะการลงทุน

ดังนั้นคาดว่า SET จะแกว่งตัวในกรอบ 1,440 - 1,475 จุด  โดยแนะนำซื้อเก็งกำไรแบบ Selective Buy ได้แก่ กลุ่มธนาคารและพลังงาน เนื่องจากคาดว่ากำไรในไตรมาส 2/59 จะเตอบโตขึ้น เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อน และถ่านหินทำ High ในรอบ 1 ปี ล่าสุดอยู่ที่ 57 ดอลลาร์ต่อตัน ได้แก่ BANPU และสะสมหุ้นกลุ่มปันผลครึ่งปีเด่น ได้แก่ INTUCH , ADVANC , KKP , TCAP , SCC , QH, LH , PS และ LPN

สำหรับแนวทางการลงทุนในทองคำ  นายสุทธิพงษ์  ศรีพรประเสริฐ นักวิเคราะห์การลงทุน บล.โกลเบล็ก เปิดเผยว่า ราคาทองคำ ปรับตัวขึ้นรอบใหม่หลังจากพักฐานช่วงสั้นๆโดยได้แรงหนุนจากค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงจากความกังวลประเด็น Brexit  ผ่อนคลายลงหลังธนาคารกลางยุโรปและธนาคารกลางอังกฤษพร้อมอัดฉีดสภาพคล่องและออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบส่งผลให้ค่าเงินยูโรและค่าเงินปอนด์เริ่มกลับมาแข็งค่าขึ้น ประกอบกับนักลงทุนลดการคาดการณ์เกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) หลังจากนายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ คาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 1 ครั้งเท่านั้นในปีนี้ และคาดว่าเฟดจะยังไม่ปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกไปจนถึงปี 2561 เนื่องจากเศรษฐกิจสหรัฐส่งสัญญาณชะลอตัว แต่โอกาสที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยนั้นมีน้อยมาก

ด้านนายเจอร์ก ไคเนอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของสวิส เอเชีย แคปิตอล เผยว่าราคาทองอาจพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วง 18 เดือนข้างหน้าท่ามกลางภาวะอัตราผลตอบแทนพันธบัตรทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำถึงขั้นติดลบรวมถึงแรงหนุนจากผลของ Brexit ขณะที่การปรับขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐเริ่มชะลอตัวลงส่งผลให้นักลงทุนหันกลับเข้ามาลงทุนในทองคำกันอีกครั้ง

ดังนั้นประเมินแนวโน้มราคาทองโลกด้านเทคนิค ราคาพักตัวเข้าหาเส้น 5 วันไม่ลงมาต่ำกว่า ก่อนฟื้นตัวขึ้นรอบใหม่ในแนวรูปแบบ Bullish Flag  บวกกับแรงหนุนแนวรับสัญญาณ Golden Cross ทำให้ราคามีแนวโน้มปรับขึ้นต่อตามแนวขึ้นเดิมก่อนหน้า ส่งผลให้แนวโน้มราคาทองคำมีโอกาสปรับขึ้นต่อ โดยมีแนวรับ 1,305-1,310 เหรียญต่อทรอยออนซ์ และแนวต้าน 1,390-1,395 เหรียญต่อทรอยออนซ์


ตลาดหุ้นไทย ธนาคารกลาง บล.โกลเบล็ก