‘บูม’สถานีกลางบางซื่อ เอกชนแนะผุดศูนย์ราชการ-คอมเพล็กซ์/เช่า99ปี

10 August 2015






ภาคเอกชนเสนอไอเดียร่วมพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์สถานีกลางบางซื่อ “สัมมากร” เสนอผุดศูนย์ราชการและศูนย์แสดงสินค้า รวมทั้งธีมพาร์กเหมือนเซ็นโตซา จะเกิดประโยชน์ต่อพื้นที่ “สิงห์ เอสเตท”แนะแต่ละโซนควรมีพื้นที่สีเขียว พร้อมให้ ร.ฟ.ท.นำสัญญาเช่าพื้นที่ใช้เป็นทุนกรณีพีพีพีกับเอกชน ด้าน“ออมสิน”แจงแผนพัฒนา 3 ขั้น เริ่มจากโซน เอ สมาร์ทบิสิเนส คอมเพล็กซ์ และโซน ดี ศูนย์กลางการเชื่อมต่อ


การรถไฟแห่งประเทศไทยได้จัดสัมมนาทดสอบความสนใจภาคเอกชนในการลงทุน (Market Sounding) โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีกลางบางซื่อ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเดินรถไฟ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2558 โดยมีภาคเอกชนจากธุรกิจการเงินอสังหาริมทรัพย์ค้าปลีกโรงแรมและตัวแทนบริหารสินทรัพย์ตลอดจนสมาคมต่างๆเข้าร่วมงานส่วนใหญ่มีความเห็นต่อโครงการดังกล่าวว่าจะเป็นโครงการที่พลิกประวัติศาสตร์อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ

นายกิตติพล ปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด กล่าวว่าพื้นที่ทั้งหมดของสถานีกลางบางซื่อกว่า 1 แสนตารางเมตร ร.ฟ.ท.ควรจะแบ่งดำเนินการเป็นระยะหรือเป็นเฟส  โดยเห็นว่าควรจะสร้างศูนย์ราชการในพื้นที่ และศูนย์แสดงสินค้า น่าจะเกิดประโยชน์ต่อพื้นที่มากกว่า อาคารสำนักงานให้เช่า เพราะปัจจุบันในกรุงเทพฯมีพื้นที่สำนักงานให้เช่า ประมาณ 8.4 ล้านตารางเมตร อีกทั้งยังมีทาวน์โฮมเกิดขึ้นมากมายในโซนนอกเมือง อีกทั้งราคาค่าเช่าพื้นที่เฉพาะอาคารสำนักงานเกรด เอ นอกย่านซีบีดี ปัจจุบันราคาประมาณ 680 บาทต่อตารางเมตร ส่วนในเขตซีบีดี ยังไม่ถึง 900 บาท  มีบางอาคารที่ได้ราคา 1,000 บาทต่อตารางเมตรส่วนค้าปลีกก็ต้องให้ความหลากหลายแตกต่างจากตลาดนัดจตุจักรต่อไปเมื่อสถานีกลางบางซื่อเปิดตัวต่อไปก็จะมีธุรกิจภัตตาคารร้านอาหารรีเทลโรงแรมเกิดขึ้นตามมา

นอกจากนี้น่าจะมีโครงการสวนสนุกธีมปาร์คเหมือนเซ็นโตซาในประเทศสิงคโปร์เกิดขึ้นที่บริเวณนี้หรือจะไปทำที่ริมแม่นํ้าก็ได้เพื่อรองรับคณะทัวร์ต่างๆเช่นเดียวกับออฟฟิศโลจิสติกส์ฮับต่างๆน่าจะมีรองรับด้วย

“หากจะให้เอกชนเข้ามาลงทุนควรมีสัญญาเช่าระยะยาวกว่า 30 ปี เช่นเดียวกับที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่ออกไปอยู่นอกเมืองเพราะมีระบบขนส่งมวลชนขยายเส้นทางออกไป ก็คงเห็นว่าไม่จำเป็นต้องอยู่ในพื้นที่แห่งนี้อีกต่อไป แน่นอนว่าราคาต่อตารางเมตรสูงขึ้นมากแน่ๆ โดยเฉพาะที่อยู่อาศัยรูปแบบคอนโดมิเนียมแบบลิส โฮลด์ ซึ่งกว่า 90% จะเป็นฟรีโฮลด์เกือบทั้งหมด เพราะแบบเช่าจะขายยากกว่า”

นายนริศ เชยกลิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สิงห์เอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญของภาคเอกชนในการลงทุน เพราะพื้นที่ในกรุงเทพฯที่จะสามารถพัฒนาได้มีจำนวนไม่มาก และมีราคาสูง แต่อยากให้มีการขยายอายุสัญญาของโครงการให้มากขึ้นประมาณ 90-99 ปีเชื่อว่าจะทำให้โครงการนี้มีผู้สนใจมาร่วมลงทุนจำนวนมาก

“คิดว่าโครงการนี้อาจจะเป็นโครงการที่พลิกประวัติศาสตร์อสังหาริมทรัพย์กรุงเทพฯ เพราะว่าด้วยขนาดของพื้นที่ ด้วยโครงข่ายการคมนาคมที่จะครอบคลุม รวมไปถึงสนามบิน  Central Station จะทำให้เกิดโซนใหม่ของกรุงเทพฯ เรื่องที่ 2 คือ ส่วนที่เป็นพื้นที่ส่วนกลาง ไว้ให้กับผู้ที่อยู่อาศัย นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบธุรกิจ และควรให้แต่ละโซนมีพื้นที่สีเขียว”

นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ ประธานคณะกรรมการ การรถไฟแห่งประเทศไทยหรือร.ฟ.ท. เผยถึงแผนการพัฒนาพื้นที่สถานีกลางบางซื่อว่า แบ่งเป็น 3 โซนรวมพื้นที่ทั้งหมดกว่า 1 แสนตารางเมตร คือ โซน A: Smart Business Complex โซน B: ASEAN Commercial and Business Hub โซน C: SMART Healthy and Vibrant Town เนื้อที่ 105 ไร่ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่โซน D เนื้อที่ 87.5 ไร่

แผนระยะสั้น 5 ปี นับจากเปิดสถานีกลางบางซื่อจะพัฒนาโซน A เนื่องจากพื้นที่อยู่ใกล้สถานีกลางบางซื่อมากที่สุด เพื่อรองรับผู้เดินทางที่มากับรถไฟต่างๆ และโซน D ที่จะทำหน้าที่การเชื่อมต่อและเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง แผนระยะกลาง  ช่วง 10 ปี จะพัฒนาแปลง B ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้น โซน A และ D มีการพัฒนาเต็มที่และมีการเติม DEMAND ใหม่เข้ามาในพื้นที่ ส่วนแผนระยะยาว 15 ปี คือ การพัฒนาแปลง C ซึ่งในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อการเดินทางโดยระบบขนส่งมวลชนรองเพื่อเชื่อมโยงสถานีกลางบางซื่อและพื้นที่แปลงต่างๆ
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 35 ฉบับที่ 3077 วันที่ 9 - 12 สิงหาคม พ.ศ. 2558


การรถไฟแห่งประเทศไทย พื้นที่เชิงพาณิชย์ สัมมนา โครงการพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์บริเวณสถานีกลางบางซื่อ ศูนย์กลางการเดินรถไฟ บริษัท สัมมากร จำกัด กิตติพล ปราโมทย์ บริษัท สิงห์เอสเตท จำกัด (มหาชน) นริศ เชยกลิ่น ออมสิน ชีวะพฤกษ์