หลงมนต์เสน่ห์ เกาะคิวชู เกาะขอบบ่อทะเลเดือด

11 June 2016






คิวชู เป็นเกาะใหญ่อันดับสามของประเทศญี่ปุ่น ที่คงมีมนต์เสน่ห์จากวัฒนธรรมท้องถิ่นและความงดงามของธรรมชาติ แม้ว่า ภัยธรรมชาติจากแผ่นดินไหว จะเขย่าเมือง "คุมาโมโตะ" จนได้รับความเสียหายอย่างมาก แต่ความสามัคคีของชาวญี่ปุ่นจะสามารถฟื้นฟูเมืองกลับคืนมาได้อย่างรวดเร็ว อีกทั้งเกาะคิวชูยังมีเมืองอื่นๆที่ยังน่าเดินเที่ยวชมธรรมชาติปล่อยชีวิตให้เดินไปอย่างช้าๆไม่ว่าจะเป็นจังหวัดโออิตะ เมืองเบปปุ ยูฟูอิน

คิวชู



อย่าคิดว่า มาเที่ยวเกาะคิวชู จะไม่มีโอกาส แช่ออนเซน เหมือนไปเที่ยวเกาะฮอนชูหรือเกาะฮอกไกโด เพราะจริงๆแล้ว เมือง "เบปปุ" (Beppu) เมืองท่าริมทะเลในจังหวัดโออิตะ เมืองท่องเที่ยวพักผ่อนของชาวญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำพุร้อนที่มีไอร้อนพวยพุ่งอย่างเห็นได้ชัดทั่วทั้งเมือง

โอกาสแรก Take a Trip ขอแวะ สัมผัสความมหัศจรรย์ของแหล่งบ่อน้ำแร่ธรรมชาติหลากสี ที่มีการตั้งชื่อไว้อย่างสนใจปนน่ากลัว ไม่ว่าจะเป็น "บ่อทะเลเดือด" (Umi Jigoku) ที่เดือดพล่านปล่อยไอน้ำสีขาวก้อนใหญ่ลอยขึ้นอากาศตลอดเวลา และ "บ่อสีเลือด" (Chinoike Jigoku) ให้สีสันชมพูแกมแดง จากแร่ธาตุที่ละลายอยู่ในน้ำ

ทั้ง 2 บ่อไม่อนุญาตให้ลงไปแช่นะครับ เพราะอุณหภูมิดุเดือดสมชื่อ แต่นักท่องเที่ยวสามารถผ่อนคลายด้วยการแช่เท้าในบ่อน้ำพุร้อนเล็กๆ ที่มีให้แก่บริการนักท่องเที่ยว จากนั้น เดินทางเข้าพักผ่อน ที่โรงแรมเบปปุ วาน (Beppu Wan) โรงแรมหรูล้อมรอบด้วยทะเลเซนโตไน พร้อมเตรียมตัวร่วมงานเลี้ยงรับรองภาคค่ำแบบญี่ปุ่นใน ชุด "ยูคาตะ"

วิธีการใส่ชุดยูคาตะที่ถูกต้อง คือ ต้องดึงผ้าด้านขวาเข้าหาตัวก่อน แล้วจึงดึงผ้าด้านซ้ายทับไปอีกที คาดส่วนกลางของโอบิหรือสายคาดเอวไว้ระดับเอว พับสายรอบตัวทั้งซ้ายและขวา แล้วมาผูกไว้ที่ด้านหน้า อย่าลืมนะครับ ใส่ชุดยูคาตะ ต้องซ้ายทับขวา อย่าเผลอไปขวาทับซ้ายเชียว เพราะเขาใส่ให้เฉพาะคนตายเท่านั้น เมื่อแต่งตัวเรียบร้อยตามประเพณี ก็เดินเข้าร่วมงานเลี้ยงรับรอง ชมการแสดงตีกลอง "ไทโกะ" ซึ่งเป็นวัฒนธรรมพื้นเมืองของชาวโออิตะ (Oita)พร้อมลิ้มลองอาหารญี่ปุ่นเลิศรสอูมามิ ก่อนเข้านอน ต้องไม่พลาดโอกาสจะหย่อนตัวเองลงแช่ในบ่อน้ำพุร้อนออนเซนของโรงแรม ให้บริการพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างสมบูรณ์แบบ

คิวชู



มาถึงจังหวัด "โออิตะ"แล้ว คนรักกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่างผมไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะแวะชม "Autopolis" สนามแข่งรถมาตรฐานระดับสากล บนระยะทาง 4,674 เมตร ซึ่งได้รับความไว้วางใจให้เป็นสนามแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์นานาชาติมาแล้วหลายรายการ โดดเด่นในด้านสถานที่ตั้งในหุบเขาที่สวยงาม ต้องยอมรับว่า คนญี่ปุ่นเขาชื่นชอบกีฬามอเตอร์สปอร์ตมาก จะมีการนัดรวมกลุ่มทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์จัดทริปมาเที่ยวชมสนามแห่งนี้ พร้อมๆ กับทดสอบรถของตัวเองให้สถานที่ที่เขาจัดไว้ภายใต้ความปลอดภัยสูงสุด ถ้ามีโอกาสผมก็อยากลงไปขับรถประลองฝีมือในสนามแห่งนี้เช่นกัน

วันต่อมา เดินทางเที่ยวชม "หมู่บ้านชนบทยูฟูอิน" (Yufuin) เมืองเล็กๆ ในหุบเขาที่เรียงรายร้านค้าน่ารัก ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ศิลปะ สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเซลฟีไม่ควรพลาด ร้านค้าตกแต่งน่าเซลฟีทุกร้าน ไม่ว่าจะเป็นตู้ไปรษณีย์สีแดงสด ตุ๊กตาโทโทโร่ตัวอ้วนหน้าร้านกาแฟ แต่เด็ดสุด เห็นจะเป็น "หมู่บ้านยูฟูอินฟลอรัล" (Yufuin Floral Village) หมู่บ้านเล็กๆจำลองกลิ่นอายยุโรป และร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้านแปลกตาอันหลากหลาย ต่อจากนั้น แวะช็อปปิ้งที่เอาต์เล็ต ก่อนเดินทางเข้าสู่เมือง "ฟูกูโอกะ" ช็อปปิ้งตามอัธยาศัย หลังอาหารค่ำ แม้อิ่มท้องแล้ว อดไม่ได้ที่จะเดินเล่นริมแม่น้ำ ชมแผงลอยขายอาหารที่เรียกว่า "Yatai" ซึ่งเหลือที่เมืองนี้เมืองเดียวในญี่ปุ่น แผงลอยเหล่านี้จะมีพลาสติกปิดรอบไว้กันฝนกันลมหนาว แวะโซ้ยราเมนร้อนๆอีกรอบ ก่อนเข้านอนอย่างมีความสุข

อย่างที่บอกนะครับว่า แม้จะเกิดเหตุแผ่นดินไหว แต่เกาะคิวชู ยังมีสถานที่น่าเยี่ยมชมอีกมากมาย และหากเมืองคุโมโมโตะสามารถฟื้นฟูกลับมาให้สวยงามดังเดิมแล้ว ผมก็พร้อมแวะเยีอนเกาะคิวชูอีก เพื่อไปให้กำลังใจคุมะมงและชาวเมืองคุมาโมโตะให้เศรษฐกิจของเมืองกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,164 วันที่ 9 - 11 มิถุนายน พ.ศ. 2559


การท่องเที่ยว ประเทศญี่ปุ่น take a trip เกาะคิวชู