แสนสิริเผยยอดขายพ.ค.59 โกยยอดขายได้ถึง 2.5 พันล้านบาท

6 June 2016






เศรษฐา ทวีสิน



นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า บริษัทสามารถสร้างยอดขายจากการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆในเดือนพฤษภาคม 2559 ได้ถึง 2,500 ล้านบาท ซึ่งนับว่าเป็นยอดขายที่นับว่าสูงกว่าปกติในระยะเวลาหนึ่งเดือน มาจากการที่ลูกค้าให้การตอบรับที่อยู่อาศัยของแสนสิริ ทั้งในแนวราบและแนวสูงเป็นอย่างดี ทั้งทาวน์เฮาส์และบ้านเดี่ยวโครงการต่างๆ โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์เศรษฐสิริ

นอกจากนี้ยังสามารถสร้างยอดขายจากคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ 2 โครงการใหม่ ได้แก่ โครงการ ดีคอนโด แคมปัส รังสิตและโครงการ ดีคอนโด นิม เชียงใหม่  ร่วมกับการสร้างยอดขายจากตลาดต่างชาติ จากการโรดโชว์คอนโดมิเนียมโครงการใหม่ “โมริ เฮาส์” ซึ่งเป็นคอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุดในพื้นที่ T77  บนถนนสุขุมวิท77 ซึ่งสามารถสร้างยอดขายในวันพรีเซลส์ในประเทศฮ่องกง ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ไปกว่า 700 ล้านบาทหรือคิดเป็น 95% ของโควต้าที่ต่างชาติสามารถซื้อได้ จากความเชื่อถือในแบรนด์แสนสิริในตลาดต่างชาติ นับเป็นความสำเร็จจากการที่ลูกค้าให้การตอบรับโครงการที่อยู่อาศัยต่างๆของกลุ่มบริษัทแสนสิริเป็นอย่างดีทั้งในไทยและต่างประเทศ

ความสำเร็จของยอดขายที่เติบโตพุ่งสูงขึ้นมากในเดือนพฤษภาคม มาจากความสำเร็จในการใช้กลยุทธ์ตอกย้ำจุดเด่นของแบรนด์บ้านเดี่ยว ด้วยการเปิดตัวแคมเปญ “แสนสิริ บ้านที่ใช่ในทุกความรู้สึก” เพื่อชูความโดดเด่นของ 5 แบรนด์  “นาราสิริ-เศรษฐสิริ-บุราสิริ-สราญสิริ -คณาสิริ”

ซึ่งปรากฎว่าลูกค้าให้การตอบรับที่ดี โดยเฉพาะบ้านเดี่ยวแบรนด์เศรษฐสิริ ได้แก่ เศรษฐสิริ จรัญ ปิ่นเกล้า - เศรษฐสิริ  กรุงเทพกรีฑาและเศรษฐสิริ พัฒนาการที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุดที่มียอดขายสูง นอกจากนี้ยังสามารถสร้างยอดขายจากคอนโดมิเนียมพร้อมเข้าอยู่ 2 โครงการใหม่ ได้แก่  โครงการ ดีคอนโด แคมปัส รังสิต มูลค่าโครงการ 800ล้านบาท และโครงการ ดีคอนโด นิม เชียงใหม่ มูลค่าโครงการ 1,100 ล้านบาท รวมทั้งบริษัทยังสามารถขยายฐานรายได้จากตลาดต่างชาติ โดยล่าสุดบริษัทได้ส่งโครงการโมริ เฮาส์ (Mori HAUS) คอนโดมิเนียมสไตล์รีสอร์ทใจกลางเมืองบนพื้นที่ T77 ของถนนสุขุมวิท 77 ภายใต้แนวคิด Trees of Life ที่แวดล้อมไปด้วยต้นไม้สีเขียวไปโรดโชว์ใน 3 ประเทศ  ทั้งฮ่องกง ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ ซึ่งปรากฎว่าได้รับความนิยมสูงสุด โดยมียอดขายไปถึง 700 ล้านบาทภายในเวลา 2 วันของวันพรีเซลส์หรือคิดเป็น 95%ของสัดส่วนโครงการที่ชาวต่างชาติสามารถถือครองได้ ซึ่งบริษัทคาดว่าโครงการนี้จะได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทยในวันพรีเซลส์ในเมืองไทยในช่วงต้นเดือนสิงหาคมนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากพื้นที่ T77 เป็นทำเลที่ทั้งชาวไทยและต่างชาติให้ความสนใจอย่างมากจากทำเลที่ตั้งและสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น โรงเรียนนานาชาติ คอมมูนิตี้มอลล์ ทางด่วน รถไฟฟ้า ฯลฯ เป็นต้น

 


คอนโดมิเนียม แสนสิริ โครงการที่อยู่อาศัย นายเศรษฐา ทวีสิน บ้านเดี่ยว