“เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 35.46 บาทต่อดอลลาร์ฯ

15 May 2016






สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท

- เงินบาทอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือน โดยเงินบาทปรับตัวในกรอบแคบในช่วงแรก ก่อนจะทยอยอ่อนค่าท่ามกลางแรงซื้อคืนเงินดอลลาร์ฯ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับเงินเยน หลังจากทางการญี่ปุ่นกล่าวเตือนว่าจะเข้าสกัดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของเงินเยน ประกอบกับมีการคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่นอาจเตรียมผ่อนคลายมาตรการทางการเงินเพิ่มเติม ทั้งนี้ เงินบาทยังเผชิญแรงขายต่อเนื่องจนถึงในช่วงปลายสัปดาห์ และแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 2 เดือนที่ 35.46 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังธปท. ระบุว่า จะดูแลไม่ให้เงินบาทแข็งค่าเร็วเกินไปจนเป็นอุปสรรคต่อการค้า นอกจากนี้ การอ่อนค่าของเงินบาทยังสอดคล้องกับ แรงขายสุทธิพันธบัตรไทยของนักลงทุนต่างชาติในช่วงท้ายสัปดาห์ด้วยเช่นกัน

- สำหรับในวันศุกร์ (13 พ.ค.) เงินบาทอยู่ที่ 35.40 บาทต่อดอลลาร์ฯ เทียบกับระดับ 35.16 บาทต่อดอลลาร์ฯ ในวันพุธก่อนหน้า (4 พ.ค.)

สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 พ.ค.) ธนาคารกสิกรไทยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทที่ 35.30-35.60 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยตลาดในประเทศรอจับตารายงานจีดีพีไตรมาส 1/59 ของไทย ขณะที่ ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ดัชนีกิจกรรมการผลิตของเฟดสาขานิวยอร์ก และสาขาฟิลาเดลเฟียเดือนพ.ค. ดัชนีราคาผู้บริโภค ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ยอดขายบ้านมือสอง การผลิตภาคอุตสาหกรรม เดือนเม.ย. และบันทึกการประชุมเฟดในรอบเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นักลงทุนอาจติดตามเครื่องชี้เศรษฐกิจจีน ซึ่งจะมีการทยอยประกาศในช่วงสุดสัปดาห์นี้ด้วยเช่นกัน
สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทย
-  ดัชนีหุ้นไทยลดช่วงบวกลงจากแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ โดยดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,394.69 จุด เพิ่มขึ้น 0.29% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 37.80% จากสัปดาห์ก่อน มาที่ 45,795.14 ล้านบาท ส่วนตลาดหลักทรัพย์ MAI ปิดที่ 526.33 จุด เพิ่มขึ้น 0.77% จากสัปดาห์ก่อน

-  ตลาดหุ้นไทยปรับลดลงในช่วงต้น-กลางสัปดาห์ โดยได้รับแรงกดดันจากแรงขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มสื่อสาร และธนาคาร ก่อนที่ตลาดหุ้นจะฟื้นตัวขึ้นในวันพฤหัสบดี จากแรงซื้อกลับของนักลงทุน อย่างไรก็ตาม ดัชนีขยับลงอีกครั้งในวันศุกร์ หลังการลดลงของราคาน้ำมันฉุดให้หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง รวมทั้ง แรงขายของนักลงทุนต่างชาติ
ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย
สำหรับสัปดาห์ถัดไป (16-20 พ.ค.) บริษัทหลักทรัพย์กสิกรไทย จำกัด มองว่า ดัชนีหุ้นไทยมีแนวรับที่ 1,380 และ1,360 จุด ขณะที่ แนวต้านอยู่ที่ 1,405 และ 1,420 จุด ตามลำดับ โดยปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คงได้แก่ การรายงานข้อมูลจีดีพีไตรมาส 1/59 ของไทย ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ประกอบด้วย ดัชนีราคาผู้บริโภค เครื่องชี้ภาคอสังหาริมทรัพย์ การผลิตภาคอุตสาหกรรม และบันทึกการประชุมเฟด ขณะเดียวกัน ข้อมูลเศรษฐกิจต่างประเทศที่สำคัญที่จะมีการรายงาน คงได้แก่ การรายงานข้อมูลเงินเฟ้อในยูโรโซน และข้อมูลจีดีพี ไตรมาส 1/59 ของญี่ปุ่น


ค่าเงินบาท ตลาดหุ้นไทย ดัชนีหุ้นไทย