อู่ตะเภาฮับเชิงพาณิชย์เต็มสูบ ปรับระบบบริหารใหม่/จ่อเปิดพื้นที่เอกชนลงทุนร้านค้า-ดิวตี้ฟรี

21 July 2015






อู่ตะเภาปรับระบบการบริหารงานใหม่ ก้าวสู่สนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ  ประเดิมจัดทำระบบงบประมาณใหม่มาเป็นแบบเงินทุนหมุนเวียน จ่อเปิดพื้นที่กว่า 2 หมื่นตร..ให้เอกชนลงทุนดิวตี้ฟรี ร้านค้าในอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ที่จะเปิดบริการมิ..ปี 59 พร้อมเชิญชวนแอร์ไลน์สยายปีก ล่าสุดซิลค์ แอร์ ไทยแอร์เอเชีย เตรียมบิน ทั้งหนุนปั้นคลัสเตอร์ท่องเที่ยวภาคตะวันออก ดันเป็นฮับบินภาคตะวันออก



พล.ร.ต. วศินสรรพ์  จันทวรินทร์ ผู้บัญชาการกองการบินทหารเรือ และผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ขณะนี้ “สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ระยอง พัทยา”  อยู่ระหว่างการปรับรูปแบบการบริหารงานใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับเคลื่อนให้สนามบินแห่งนี้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ  หลังจากทหารเรือและรัฐบาล มีนโยบายชัดเจนว่าจะผลักดันให้อู่ตะเภาเป็นสนามบินด้านการทหารและเชิงพาณิชย์พร้อมกัน ภายใต้แนวคิด “One Airport Two Missions”


ดังนั้นล่าสุดสนามบินอู่ตะเภาได้จัดทำระบบงบประมาณแบบใหม่จากเดิมที่เป็นแบบเงินฝาก คือ ในแต่ละปีสนามบินได้เงินมาเท่าใดจะพัฒนาไปเท่านั้น  แต่หลังจากปรับใหม่จะเป็นแบบเงินทุน หมุนเวียน ซึ่งหมายถึงต่อไปได้งบประมาณมาเท่าใดส่วนหนึ่งนอกจากการนำมาใช้ในการบริหารและพัฒนาแล้วสามารถเก็บไว้พัฒนาต่อไปได้ต่อเนื่อง ซึ่งระบบงบประมาณใหม่นี้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีแล้ว คาดว่าจะเริ่มใช้ได้ในปีงบประมาณ 2559


ขณะเดียวกันมีการมองถึงรูปแบบการบริหารสนามบินในเชิงพาณิชย์มากขึ้นเพื่อรองรับการเปิดให้บริการของอาคารผู้โดยสารหลังใหม่วงเงิน 700 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ความคืบหน้าของการก่อสร้างอยู่ที่ประมาณ 30-40% จะมีการเร่งรัดการก่อสร้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือนกุมภาพันธ์ 2559 และคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในราวเดือนมิถุนายน 2559  อาคารดังกล่าวมีพื้นที่ราว 3 หมื่นตร.ม. และจะเหลือพื้นที่ราวกว่า 2 หมื่นตร.ม. ที่จะนำมาพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ได้


โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาตัวอย่างจากสนามบินเชิงพาณิชย์อื่นๆ  และหารือร่วมกับบอร์ดของสนามบินอู่ตะเภา ถึงความเหมาะสมในการจัดโซนพื้นที่ให้เอกชนเข้ามาลงทุนพื้นที่เชิงพาณิชย์ในอาคารผู้โดยสารหลังใหม่  หลักๆที่พิจารณาไว้คือเรื่องของพื้นที่ร้านอาหาร ร้านค้าต่างๆ รวมถึงธุรกิจสินค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ที่พร้อมเปิดโอกาสให้กับนักลงทุนทุกภาคส่วนเข้ามาเจรจาอย่างเสรี นอกเหนือจากนักธุรกิจเจ้าเดิม อย่างบริษัท มอร์แดนฟรี จำกัด ที่ใช้พื้นที่ราว 20 ตร.ม.เปิดร้านดิวตี้ฟรี อยู่แล้วในอาคารผู้โดยสารปัจจุบัน


“อาคารผู้โดยสารหลังใหม่ เป็นอาคาร 2 ชั้น จะรองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 1.5 พันคนต่อช่วงเวลา และรองรับผู้โดยสารได้สูงสุด 3 ล้านคนต่อปี เป็นอาคารผู้โดยสาร ที่จะใช้สำหรับการให้บริการเชิงพาณิชย์เพียงอย่างเดียว ไม่เกี่ยวกับภารกิจทางด้านการทหารที่จะมีพื้นที่แยกออกไปคนละพื้นที่ และเมื่ออาคารผู้โดยสารหลังใหม่เปิดให้บริการ อาคารผู้โดยสารในปัจจุบันที่รองรับผู้โดยสารได้ 8 แสนคนต่อปี ก็กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะนำมาปรับให้เป็นสำนักงานของสายการบินต่างๆที่เปิดให้บริการอยู่ที่สนามบินอู่ตะเภา และสำนักงานของสนามบินเองด้วย”


พล.ร.ต. วศินสรรพ์  กล่าวต่อว่า  ศักยภาพของสนามบินสามารถรองรับจำนวนเที่ยวบินได้มากถึง 6.2 หมื่นเที่ยวบินต่อปี แต่ปัจจุบันมีการทำการบินไม่ถึง 1 หมื่นเที่ยวบินต่อปี อีกทั้งค่าธรรมเนียมสนามบินแห่งนี้ยังมีสัดส่วนตํ่ากว่าสนามบินสุวรรณภูมิมากถึง 25% ดังนั้นสนามบินอู่ตะเภาจะมุ่งส่งเสริมให้สายการบิน อื่นๆ มาใช้บริการเพิ่มเติม โดยเฉพาะการทำการบินแบบประจำเพราะนับตั้งแต่เปิดให้บริการด้านเชิงพาณิชย์มาตั้งแต่ปี 2532 นอกจากสายการบินบางกอกแอร์เวยส์ ที่เป็นพันธมิตรดั้งเดิม ส่วนมากก็เป็นสายการบินเช่าเหมาลำ อาทิ นอร์ดวินด์ แอร์ไลน์ส จากรัสเซีย อาร์ แอร์ไลน์ส ของไทยที่ทำการบินเช่าเหมาลำไปยังจีน ดังนั้นเมื่อเราจะผลักดันให้เกิดการใช้งานพาณิชย์เต็มรูปแบบก็ต้องมุ่งเชิญชวนให้สายการบินต่างๆทั้งของไทยและต่างชาติ มาขยายการบินแบบประจำเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะเดินทางไปจัดโรดโชว์ต่อเนื่อง”


ปัจจุบันนอกจากสายการบินแอร์เอเชียของมาเลเซียที่เพิ่งเข้ามาเปิดบินเที่ยวบินปฐมฤกษ์เส้นทางอู่ตะเภา - กัวลา ลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มียอดผู้โดยสารสูงถึง 85% และจะทำการบิน 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ สายการบินซิลค์แอร์ จากสิงคโปร์ ที่กำลังพิจารณาเปิดเที่ยวบินเช่นกัน รวมทั้งสายการบิน ไทย แอร์เอเชีย ก็เตรียมเข้ามาทำการบินเส้นทางประจำเจาะไปตลาดจีนเป็นหลัก อาทิ หนานหนิง และหนานฉาง กำหนดเปิดบินราววันที่ 1 ตุลาคมนี้ และแผนเปิดบินในอนาคตที่จะเชื่อมต่อไปยังเมืองรองอื่นๆ  เช่นซัวเถาซีอานอู่ฮั่นหรือหังโจวรวมไปถึงมาเก๊าและสิงคโปร์ส่งผลให้ไทยแอร์เอเชียจะเป็นฐานสำคัญของท่าอากาศยานอู่ตะเภาที่จะดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะตลาดจีนขณะที่กานต์แอร์หากมีความพร้อมก็น่าจะกลับมาเปิดบินเพื่อทำการบินเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาคต่างๆในประเทศไทย


“ไทยแอร์เอเชีย ตั้งเป้าบรรทุกผู้โดยสารมายังสนามบินนี้ 6 แสนคนในปี 2559 ก่อนจะเพิ่มเป็น 9 แสนคนในปี 2560  ดังนั้นเมื่อรวมกับสายการบินต่างๆจะมีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ในภาพรวม สนามบินอู่ตะเภาจึงวางเป้าหมายเพิ่มจำนวนผู้โดยสารที่เข้าใช้บริการสนามบินในปี 2559 ที่ 3 ล้านคน และคาดว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวจีนมากถึง 2 ล้านคน”


รวมทั้งสนามบินจะหารือร่วมกับเอกชนใน 4 จังหวัดภาคตะวันออกได้แก่ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด  จัดทำกลุ่มคลัสเตอร์วางแนวทางจัดทำเส้นทางท่องเที่ยวเชื่อมโยงเสนอขายเป็นแพ็กเกจเพื่อเพิ่มศักยภาพทางการท่องเที่ยวของภูมิภาคตะวันออกและช่วยส่งเสริมให้อู่ตะเภามีฐานะเป็นศูนย์กลางการบินภาคตะวันออก



สนามบิน อู่ตะเภา พล.ร.ต. วศินสรรพ์ จันทวรินทร์